โลกของกาแฟมักจะเป็น "โลกที่ไม่มีฝ่ายเป็นกลาง (neutral)" คนส่วนใหญ่มักจะเข้าข้างหรือต่อต้านกาแฟ พวกที่เข้าข้างกาแฟส่วนใหญ่เป็นคนที่ดื่มกาแฟ (รวมทั้งผู้เขียน) ส่วนพวกที่ต่อต้านกาแฟก็ไม่ใช่ใครที่ไหน... เป็นคนที่ไม่ดื่มกาแฟนั่นเอง

...

โลกของกาแฟมักจะเป็น "โลกที่ไม่มีฝ่ายเป็นกลาง (neutral)"  คนส่วนใหญ่มักจะเข้าข้างหรือต่อต้านกาแฟ พวกที่เข้าข้างกาแฟส่วนใหญ่เป็นคนที่ดื่มกาแฟ (รวมทั้งผู้เขียน) ส่วนพวกที่ต่อต้านกาแฟก็ไม่ใช่ใครที่ไหน... เป็นคนที่ไม่ดื่มกาแฟนั่นเอง

วันนี้มีผลการศึกษาที่ช่วยให้พวกเราที่ดื่มกาแฟสบายใจขึ้นมาฝากครับ

...

อวัยวะในร่างกายคนเรามี 2 แห่งที่มีระบบ "กลั่นกรอง (filter)" ห่อหุ้มเส้นเลือดขนาดจิ๋วมากเป็นพิเศษ

แห่งแรกคือ สมองซึ่งต้องมีระบบป้องกันสารเคมีหรือสารพิษ ไม่ให้เข้าไปโจมตีสมองง่าย แห่งที่สองคือ ไตซึ่งต้องมีระบบป้องกันสารอาหารและแร่ธาตุไม่ให้รั่วไหลไปในปัสสาวะจนไม่เหลือหรอ

...

ระบบกลั่นกรองรอบๆ สมองของคนเรามีสารประกอบไขมันห่อหุ้มอยู่มาก จึงยอมให้สารที่ละลายในไขมันผ่านไปได้มากเป็นพิเศษ เรียกระบบกลั่นกรองแบบนี้ว่า เจ้า "บีบีบี / BBB (blood-brain barrier)"

การศึกษาก่อนหน้านี้พบว่า เมื่อไขมันในเลือดหรือโคเลสเตอรอลสูงมากๆ อาจทำให้ระบบกลั่นกรอง 'BBB' เสียหาย หรือรั่วได้ ทำให้สารเคมีและสารพิษหลายอย่างแทรกซึมเข้าไปทำลายเซลล์สมองได้ง่ายขึ้น

...

ท่านอาจารย์ดอกเตอร์โจนาตาน ไกเกอร์ และคณะ แห่งมหาวิทยาลัยนอร์ต ดาโกทา สหรัฐฯ ทำการศึกษาในน้องกระต่าย

ท่านจับกระต่ายมาขุนด้วยอาหารที่มีโคเลสเตอรอลสูง และแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งให้กระต่ายได้รับสารกาเฟอีนในกาแฟหรือชาเทียบเท่าการดื่มกาแฟวันละ 1 ถ้วย(ขนาดในคน) อีกกลุ่มหนึ่งไม่ให้สารกาเฟอีน

...

เมื่อครบ 12 สัปดาห์... ท่านจับน้องกระต่ายมาผ่าสมองไปตรวจ ผลการศึกษาพบว่า ระบบกลั่นกรองสารเคมีของสมอง หรือเจ้า 'BBB' ในกระต่ายกลุ่มที่ได้รับสารกาเฟอีนเสียหายจากโคเลสเตอรอล หรือไขมันในเลือดสูงน้อยกว่ากลุ่มที่ไม่ได้รับสารกาเฟอีน

การศึกษานี้เป็นการศึกษาแรกเริ่ม จำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม เพื่อสนับสนุนหรือคัดค้านต่อไป ทว่า... อาจนำไปสู่การศึกษาเพื่อป้องกันโรคสมอง เช่น สมองเสื่อมอัลไซเมอร์ ฯลฯ ได้ต่อไป

...

การศึกษาก่อนหน้านี้พบว่า การดื่มกาแฟ ไม่ว่าจะเป็นชนิดมีกาเฟอีนหรือไม่ วันละ 2 ถ้วยขึ้นไป อาจช่วยป้องกันเบาหวานได้

การศึกษานี้เป็นการศึกษาแรกเริ่ม จำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม เพื่อสนับสนุนหรือคัดค้านต่อไป

...

ท่านผู้อ่านที่มีโรคความดันเลือดสูง เบาหวาน ใจอ่อนประเภทตื่นตกใจง่าย (แพนิค / panic) หรือนอนไม่หลับควรปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนดื่มกาแฟ หรือชา

  • กาแฟอาจทำให้ความดันเลือดสูงขึ้นได้ในคนที่ดื่มกาแฟนานๆ ครั้งและออกกำลังทันทีหลังดื่มกาแฟ
  • ถึงแม้จะมีการศึกษาว่า กาแฟอาจช่วยป้องกันเบาหวาน แต่ถ้าเป็นเบาหวานไปแล้ว และยังควบคุมระดับน้ำตาลไม่ได้... กาแฟอาจทำให้น้ำตาลในเลือดของบางคนสูงขึ้นได้
  • ท่านที่เป็นโรคใจอ่อนประเภทตื่นตกใจง่ายหรือแพนิค ควรหลีกเลี่ยงกาแฟ และดื่มกาแฟชนิดสกัดกาเฟอีนออกแทน (ขวดละประมาณ 240 บาทขึ้นไป)
  • ท่านที่มีปัญหานอนไม่หลับ ควรหลีกเลี่ยงกาแฟหลังเที่ยงวัน เพื่อป้องกันปัญหานอนไม่หลับกำเริบ

...

คนเรามีความพอดีไม่เท่ากัน เรียนเสนอให้เลือกความพอดีที่พอเหมาะกับตัวท่านเอง

ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ

...

ที่มา                                                  

  • Thank BBC > Daily caffeine 'protects brain' > [ Click ] > April 2, 2008. / J Neuroinflammation.
  • ข้อมูลและการอ้างอิงในบล็อก "บ้านสุขภาพ" เป็นไปเพื่อส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค ไม่ใช่รักษาโรค
  • ท่านที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาหมอ พยาบาล เภสัชกร หรืออนามัยที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้
  • ขอขอบคุณอาจารย์ณรงค์ ม่วงตานี + อาจารย์เบนซ์ iT ศูนย์มะเร็งลำปาง > สนับสนุนเทคนิค iT.
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ > 4 เมษายน 2551.