|
... ไทยรัฐฉบับวันที่ 4 เมษายน 2551 และข่าวภาคเช้าวันเดียวกันมีข่าวการรณรงค์ให้คนไทยช่วยกันบริจาคเลือด โดยเฉพาะช่วงปิดภาคเรียนหน้าร้อน ซึ่งตู้คลังเลือดมีแนวโน้มจะ "โล่ง" ที่สุดในรอบปี เนื่องจากผู้บริจาค 25% ของไทยเป็นนักเรียนนิสิตนักศึกษาที่หยุดบริจาคเลือดในช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อน และช่วงนี้มีเทศกาล-วันหยุดมาก เช่น สงกรานต์ ฯลฯ มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อย ทำให้เลือดมักจะขาดแคลนมากเป็นพิเศษ ... ผู้บริจาคเลือดคนไทยบริจาคปีละ 1 ครั้งมากที่สุดคือ 67% ทางกาชาดจึงทำการรณรงค์ให้ผู้บริจาคช่วยกันบริจาคเลือดให้มากกว่าปีละ 1 ครั้ง เช่น เริ่มที่วันเกิด และบริจาคทุกๆ 3 เดือน ฯลฯ ปีนี้ใครบริจาคเลือดในโครงการฯ ตั้งแต่ 1 มกราคม 2550-30 เมษายน 2551 ครบ 4 ครั้งจะได้กระปุก(คงจะเป็นกระปุกออมสิน) "หยดบุญ" 1 ใบ ... ทางกาชาดฯ ตั้งเป้าหมายให้คนไทยบริจาคเลือดมากเท่าไร จึงจะพอใช้... ท่านอาจารย์นาวาโทหญิงอุบลวรรณ จรุงเรืองฤทธิ์ รองผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติกล่าวว่า
... ถ้ารณรงค์ได้อย่างนี้ จะได้เลือดปีละ 1,600,000 หน่วย (ยูนิต) เทียบเท่าวันละ 1,500 หน่วย (ยูนิต) และเดือนละ 42,000 หน่วย (ยูนิต) จึงจะพอใช้ตลอดปี ทุกวันนี้ศูนย์บริการโลหิตจัดทำเว็บไซต์ www.blooddonationthai.com ซึ่งจะให้ข้อมูลดีๆ สำหรับผู้บริจาค เช่น ปริมาณเลือดที่ต้องการในแต่ละวัน หน่วยรับบริจาคเลือดเคลื่อนที่ (ไปที่ไหนบ้าง) ฯลฯ ... เดือนธันวาคม 2549 ผู้เขียนมีโอกาสไปร่วมทำบุญจัดสร้างพระเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่วัดเวฬุวัน พนมเปญ กัมพูชา ท่านพระอาจารย์สา แอมและแม่ชีไปบริจาคเลือดที่โรงพยาบาลอองดวง ผู้เขียนได้ตามไปขอบริจาคเงินด้วย ทว่า... ทางโรงพยาบาลไม่รับ เลยได้บริจาคเพียงพลาสเตอร์ยา ... เรื่องบริจาคเงินให้คลังเลือดนี่... ทางพม่าเก่งที่สุด เพราะไม่ว่าโรงพยาบาลไหนๆ ก็รับ แถมโรงพยาบาลมัณฑเลย์ยังมีใบอนุโมทนาบัตรพร้อม เรื่องของเรื่องคือ มีคนจากทั่วโลกบริจาคเงินสนับสนุนคลังเลือดกัมพูชากันมาก แต่หาคนบริจาคเลือดได้ยาก ดังนั้นคลังเลือดกัมพูชาจึงมีโครงการสนับสนุนผู้บริจาคเลือดชนิดอภิมหาอลังการทีเดียว ... ภาพที่ 1: ปฏิทินกาชาดที่โรงพยาบาลอองดวง พนมเปญ กัมพูชา... ภาพผู้บริจาคเลือดสวมเสื้อยืด และเหรียญเชิดชูเกียรติผู้บริจาคเลือดซึ่งทำแบบคล้องคอคล้ายๆ เหรียญทองโอลิมปิค (ธันวาคม 2549) ขอบอกหน่อยว่า เสื้อยืดรณรงค์บริจาคเลือดนี่... แจกผู้บริจาคทุกท่านรวมทั้งคนที่ขับรถไปส่งด้วย
... ภาพที่ 2: โปสเตอร์เชิญชวนบริจาคเลือด คลังเลือด โรงพยาบาลอองดวง พนมเปญ กัมพูชา (ธันวาคม 2549) โปรดสังเกตว่า พระก็ยิ้ม โยมก็ยิ้ม
... ภาพที่ 3: โปสเตอร์เชิญชวนบริจาคเลือด คลังเลือด โรงพยาบาลอองดวง พนมเปญ กัมพูชา (ธันวาคม 2549) โปรดสังเกตเก้าอี้นั่งแบบมีส่วนงอที่หัวเข่าเล็กน้อย ทำให้นอนบริจาคได้อย่างสบาย
... ภาพที่ 4: โปสเตอร์เชิญชวนบริจาคเลือด คลังเลือด โรงพยาบาลอองดวง พนมเปญ กัมพูชา (ธันวาคม 2549) โปรดสังเกตว่า บริจาคไปยิ้มไป เข้าใจว่า คงจะดีใจแบบสุดๆ...
... ภาพที่ 5: วัยรุ่นแขมร์(เขมร)ที่มาบริจาคเลือดจะต้องผ่านการกรอกรายละเอียด รวมทั้งพฤติกรรมเสี่ยง ซักประวัติกับอาจารย์หมอในห้อง ชั่งน้ำหนัก เจาะเลือดปลายนิ้วไปปั่นหาความเข้มข้นเลือด (ฮีมาโทคริท / hematocrit) ว่าสูงพอหรือไม่ แล้วจึงจะมีสิทธิ์บริจาคเลือดภายใต้ธงชาติกัมพูชา พระบรมฉายาลักษณ์พระบรมนาถ สมเด็จพระนโรดมสีหนุ และพระบรมนาถ สมเด็จพระนโรดมสีหมุนี
... ภาพที่ 6: เครื่องชั่งน้ำหนัก และตู้เก็บเลือดที่ว่างเปล่า... ถ้าตู้เก็บเลือดพูดได้ เธออาจจะพูดว่า "เหงาจัง" และเฝ้ารอคอยเพื่อนๆ เลือดถุงใหม่อย่างตั้งใจ
... ภาพที่ 7: อาจารย์แก้ว สาเรน อาจารย์สอนบาลีที่วัดเวฬุวัน บวชชีตั้งแต่เด็กๆ ตอนนี้สึกจากแม่ชีชั่วคราว เนื่องจากไม่สบายบ่อย (คนเขมรเชื่อกันว่า ถ้ากินน้อย โดยเฉพาะไม่กินข้าวเย็นจะป่วยง่าย) ตั้งใจมาบริจาคเลือดแบบสุดๆ แต่แพ้ตาชั่ง เพราะน้ำหนักไม่ถึง 45 กิโลกรัม ท่าทางเสียใจมากๆ อาจารย์หมอใจดีท่านเลยบอกว่า ถ้าอย่างนั้นจะตรวจหมู่เลือดหรือกรุ๊ปเลือดให้... อาจารย์ท่านบอกผู้เขียนไปยิ้มไปว่า เคยไปเมืองไทยด้วย ไปเที่ยว 3 วัน ได้ไป "ดรีมเวิร์ลด์" ด้วย ผู้เขียนไม่กล้าบอกท่านว่า ไม่รู้จักเลยว่า ดรีมเวิร์ลด์คืออะไร
... ภาพที่ 8: ของที่ระลึกเล็กๆ น้อยๆ สำหรับท่านผู้บริจาคเลือด (คุณแม่ชีมาลี และคุณแม่ชีพรทิพย์) แต่ละท่านจะได้... มาม่า 5 ซอง นมข้นหวานตรามะลิ 1 กระป๋อง ชอคโกแลต(กล่องละ 1 บาท) 5 กล่อง น้ำส้มมิรินด้า 1 กระป๋อง น้ำดื่ม 1 ขวด ไข่ต้มคนละ 2 ฟอง ขนมปังฝรั่งเศสไส้แฮม 1 ชิ้นยักษ์ (หักครึ่งใส่ถุงพร้อม) เสื้อยืด 1 ตัว และพจนานุกรม (ดิคชินนารีอังกฤษ-เขมร) 1 เล่ม มีถุงชักชวนให้บริจาคเลือดใส่ให้พร้อมราวกับจะบอกว่า ถ้ากินให้หมดจะอิ่มไปทั้งวันแน่นอน...
... ภาพที่ 9: ของที่ระลึกสำหรับพระภิกษุที่บริจาคเลือด (ท่านพระอาจารย์สา แอม) ได้แก่ น้ำดื่ม 1 ขวด ย่ามเหลืองรณรงค์บริจาคเลือด 1 ใบ ร่มเหลืองรณรงค์บริจาคเลือด 1 คัน น้ำตาลทราย 1 ถุง ทอฟฟี่ชอคโกแลต(กล่องละ 1 บาท) 5 กล่อง นมข้นหวานตรามะลิ 1 กระป๋อง พจนานุกรม(ดิคชินนารี)อังกฤษ-เขมร 1 เล่ม ขนมปัง 1 ห่อ... ความจริงอาจจะมากกว่านี้ ทว่า... ช่วงนี้เลยเพลไปแล้ว เลยได้เท่านี้ไปก่อน
... ภาพที่ 10: เสื้อรณรงค์บริจาคเลือดด้านหลังกล่าวว่า "สละเวลา 1 ชั่วโมง เพื่อช่วยชีวิตคน"
... ถ้าถามผู้เขียนว่า เมืองไทยเราน่าจะให้อะไรเป็นที่ระลึกสำหรับผู้บริจาคเลือด ผู้เขียนขอเรียนเสนอว่า ไหนๆ จะรณรงค์ (promotion) กันทั้งที ควรจะทำให้ของแจกนั้นพิเศษ และไม่มีใครเหมือนสักหน่อย ตัวอย่างของที่ระลึกที่ผู้บริจาคเลือดชื่นชอบน่าจะเป็นของแปลกๆ เช่น เหรียญ 4 บาทขนาดใหญ่พิเศษ แสดงให้เห็นว่า ปีหนึ่งบริจาคได้ตั้ง 4 ครั้ง เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา ... ถ้าจะให้เท่หน่อย... ประกาศไปเลยว่า ใครจะสมทบทุนเป็นเงิน ไม่บริจาคเลือดก็ได้ แต่ขอให้บริจาคเหรียญละ 1 ล้านบาท เพื่อให้โลกรู้กันไปเลยว่า เลือดมีคุณค่าขนาดไหน ขอเรียนเชิญพวกเราหันมาบริจาคเลือดเป็นประจำกัน และขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ ...
ที่มา
|
รณรงค์บริจาคเลือดแบบไทย เท่สู้แบบกัมพูชา(เขมร)ไม่ได้
ไทยรัฐฉบับวันที่ 4 เมษายน 2551 และข่าวภาคเช้าวันเดียวกันมีข่าวการรณรงค์ให้คนไทยช่วยกันบริจาคเลือด โดยเฉพาะช่วงปิดภาคเรียนหน้าร้อน ซึ่งตู้คลังเลือดมีแนวโน้มจะ "โล่ง" ที่สุดในรอบปี











ขอบพระคุณคุณหมอวัลลภ ที่นำเสนอเรื่องที่น่าสนใจครับ
ทำให้นึกไปถึง โครงการรณรงค์ทำหมันของไทยเรา ช่วงแรกๆ
ที่แจกกันตั้งแต่ของกินไปจนถึงตู้เย็น
หมอสุข
ขอขอบพระคุณอาจารย์หมอสุข