นอกจากเรื่องความหวาดกลัวที่เป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นและถูกละเลยเสมอแล้ว ยังมีเรื่องราวเล็ก ๆ อื่น ๆ อีกมากมายที่มักจะไม่ถูกหยิบยกขึ้นมาเล่า
ฟันเทียมหลังความตาย
ในการประชุมครั้งหนึ่ง คุณหมอวรรณศรี แก้วปินตาแห่งโรงพยาบาลหางดง จังหวัดเชียงใหม่ ได้เล่าให้ฟังว่ากำลังทำงานวิจัยเกี่ยวกับโครงการฟันเทียมพระราชทานกับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ คุณหมอเล่าว่าได้เจออุ๊ยคนหนึ่ง ที่แกไม่ยอมถอดฟันเทียมเวลาเข้านอน ไม่ว่าจะอธิบายเหตุผลความจำเป็นอย่างไรก็ตาม เพราะแกคิดว่าฟันนั้นเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งของร่างกายแกไม่ใช่ของเทียม และที่สำคัญแกว่าแกอายุมากแล้วเข้านอนไปแต่ละคืนก็ไม่รู้ว่าจะได้ตื่นขึ้นมาอีกหรือไม่ การที่แกใส่ฟันปลอมเอาไว้ตอนนอนนั้นก็เพื่อที่จะได้มั่นใจว่าหากเช้านั้นไม่ได้ตื่นขึ้นมาก็จะได้มีฟันปลอมติดตัวไปด้วย
หมอฟันชาวบ้านกับความรักของหนุ่มใหญ่
คนไข้หนุ่มใหญ่เดินเข้าคลินิกมาพร้อมเพื่อนคนหนึ่ง ทั้งคู่อายุประมาณ 30 ต้น ๆ แกแจ้งความประสงค์กับทันตแพทย์ว่าต้องการใส่ฟัน โดยฟันหน้าซี่ 11 หลอไปนานแล้ว คุยกันไปได้ความว่าเคยไปใส่กับหมอชาวบ้านแต่มันหักไป จากนั้นก็ตกลงกับหมอเรียบร้อยว่าคงจะต้องอุดฟันก่อน เพราะซี่ 12 ข้างๆถูกบากไว้เป็นรอยเล็กๆจากหมอชาวบ้าน (คงทำไว้ให้เป็น retention สำหรับฟันปลอม) หลังจากตกลงเรื่องแผนการรักษาและค่าใช้จ่ายเสร็จเรียบร้อยและคนไข้ก็ OK ดี ก่อนจะลงมือ หมอคนนั้นก็บอกกับคนไข้ว่า เดี๋ยวจะพิมพ์ปาก แล้วสัก 2 วันจะนัดมาใส่ฟันด้วยคำพูดเพียงเท่านี้ กลับทำให้คนไข้แสดงสีหน้าว่าตกใจและงงสุดขีด และประท้วงหมอว่าแกนึกว่าจะได้ใส่วันนี้เลยเสียอีก หมอตอบไปว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะทำเสร็จใส่ได้ในครั้งเดียว พร้อมอธิบายเหตุผลไปตามที่ได้เรียนมา แต่คนไข้ก็ยังคงอ้ำอึ้งและยืนยันความต้องการเดิมของตน จนสุดท้ายเพื่อนคนที่มาด้วยจึงเฉลยว่า เย็นวันนี้คนไข้คนนี้มีนัดกับหญิงสาวที่ตนกำลังจีบอยู่ การต้องใส่ฟันให้ได้ในตอนนี้จึงเป็นสิ่งจำเป็นเพราะ “ขืนหลอไป แห้วแน่" .ในที่สุดเมื่อจนปัญญา หมอคนนั้นก็ต้องยินยอมปล่อยให้คนไข้รายนี้กลับไปใส่ฟันกลับหมอชาวบ้านในบ่ายวันนั้นเอง
นมมื้อดึก แม่ผัว และลูกสะใภ้
มีลูกชายวัย 3 ขวบของทันตแพทย์หญิงคนหนึ่งมีฟันผุทั้งปาก จนกระทั่งต้องทำ SSC (stainless steel crown – ครอบฟันโลหะไร้สนิม) ในฟันหน้า เมื่อหนูน้อยยิ้มออกมาก็เห็นฟันเหล็กเงาวับ จนเพื่อนร่วมงานเธอบ่นว่าทำไมปล่อยให้ลูกฟันผุมากขนาดนั้น ทำไมจนถึงป่านนี้แล้วยังให้ลูกกินนมมื้อดึกและปล่อยให้หลับคาขวดนมอยู่อีก เธอจึงแก้ปัญหาการถูกบ่นจากเพื่อน ๆ ทันตแพทย์ด้วยการพาลูกชายไปเปลี่ยนจากครอบฟันเป็นการอุดฟันด้วยวัสดุที่สีเหมือนฟันเสียจะได้ไม่เป็นจุดเด่น แต่เรื่องนมมื้อดึกและการหลับคาขวดเธอบอกว่าเธอทำอะไรไม่ได้ เพราะหากจะให้เลิกและปฏิบัติตัวตามทฤษฎีของทันตแพทย์ ลูกเธอจะร้องไห้โยเยไม่ยอมหยุด เธอเล่าว่าครอบครัวของสามีที่เธอย้ายเข้าไปอยู่นั้นเป็นครอบครัวคนจีนที่อยู่รวมเป็นครอบครัวใหญ่ มีแม่สามีเป็นผู้ดูแลจัดการแทบทุกอย่างในบ้าน สำหรับเธอแล้วการเป็นสะใภ้คนไทยในครอบครัวคนจีนไม่ใช่เรื่องที่ง่ายและสนุกนัก และด้วยความที่สามีของเธอเป็นลูกชายคนโตของบ้าน จึงเท่ากับว่าลูกชายของเธอเป็นหลานชายคนแรกของตระกูล ที่แม่สามีของเธอทั้งรักทั้งหวงและตามใจ “เลิกนมมื้อดึก ไม่ยาก แค่เราต้องยอมให้เด็กร้องสักพักเดี๋ยวเด็กก็จะชินเอง เพราะจริงๆแล้วเด็กไม่ได้หิว มันเป็นแค่ความเคยชิน” เป็นคำแนะนำที่ทันตแพทย์มักจะใช้บอกกับแม่อยู่เสมอเพื่อป้องกันการเกิดฟันผุอย่างรุนแรงในเด็กที่เกิดจากการกินนม แต่สำหรับทันตแพทย์หญิงคนนี้ การปล่อยให้หลานรักของ “อาม่า” ร้องไห้ตอนดึกสักสัปดาห์ 2 สัปดาห์เพื่อฝึกการเลิกนมมื้อดึก กลับเป็นสิ่งที่สุ่มเสี่ยงอย่างยิ่งต่อความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับแม่สามีที่ปกติก็ดำรงอยู่ด้วยความเปราะบางอยู่แล้ว