ในภาพยนตร์เรื่อง Patch Adams ที่สร้างขึ้นโดยอิงจากชีวิตจริงของแพทย์คนหนึ่ง ซึ่งเป็นภาพยนตร์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในการเรียนการสอนเรื่องการดูแลรักษาแบบองค์รวม และมิติความเป็นมนุษย์ในการให้บริการทางการแพทย์ ในฉากหนึ่งของภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ฉายภาพคำกล่าวของคณบดีของโรงเรียนแพทย์แห่งหนึ่งในการปฐมนิเทศนักศึกษาแพทย์ใหม่ ซึ่งมีใจความว่า
“ผู้ป่วยมอบอำนาจให้แก่พวกคุณ พวกเขามาหาพวกคุณด้วยความหวาดกลัว…ยื่นมีดให้แล้วพูดว่า ‘ช่วยผ่าฉันที’ นั่นเพราะเขาก็เหมือนกับเด็กๆ ที่เชื่อคุณ เชื่อว่าคุณจะไม่ทำอันตรายเขา….แต่ความจริงนั้นมีอยู่ว่า มนุษย์นั้นไว้ใจไม่ได้ มนุษย์ชอบหลอกลวง ชอบหาทางลัด รู้จักเหน็ดเหนื่อย ขี้ตื่นกลัว อ่อนไหว และผิดพลาดได้… คนไข้ที่มีเหตุผลจะต้องไม่เชื่อในมนุษย์ และเราก็จะไม่ยินยอมให้พวกเขาเชื่อด้วย เมื่อเป็นเช่นนั้นภารกิจของพวกเราก็คือพยายามอย่างเต็มที่ที่จะลบล้างความเป็นมนุษย์ (Humanity) ให้พวกคุณกลายเป็นสิ่งที่ดีกว่า…เราจะทำให้พวกคุณเป็นหมอ”
คำพูดเหล่านี้อาจเป็นเพียงจินตนาการของผู้เขียนบทภาพยนตร์ เพราะในความเป็นจริงคงจะไม่มีคณบดีคนใดออกมาปฐมนิเทศด้วยการประกาศจุดยืนที่จะทำการชำระล้างความเป็นมนุษย์ (Dehumanization) ออกจากตัวนักศึกษาอย่างโจ่งแจ้งเช่นนั้น แต่ที่เราปฏิเสธไม่ได้ก็คือ ในขณะที่เรากำลังค่อย ๆ คุ้นเคยและเรียนรู้มุมมองทางวิทย าศาสตร์การแพทย์มากขึ้นเรื่อยทีละน้อย เราก็กำลังค่อย ๆ ลดความใส่ใจในมิติของความเป็นมนุษย์ไปโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว 1 เพราะด้วยเหตุว่าอุดมคติของการบำบัดรักษาแบบวิทยาศาสตร์การแพทย์หรือการแพทย์ชีวภาพนั้น จะเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพก็ต่อเมื่อการรักษานั้นดำเนินไปในลักษณะของ “หุ่นยนต์รักษาหุ่นยนต์” เท่านั้น 2 ระบบการเรียนรู้ในสายวิทยาศาสตร์การแพทย์จึงเปลี่ยนคนจากคนธรรมดาคนหนึ่งให้กลายเป็นคนกระด้าง และทำให้ความเป็นมนุษย์ของนักศึกษาหายไป3 ในขณะที่เรามีความสามารถเพิ่มขึ้นในการมองเห็นลักษณะพิเศษของฟันของผู้คนที่เรามีปฏิสัมพันธ์ด้วยมากขึ้นเท่าใด เราก็มักจะมองเห็นมิติอื่นๆของผู้คนที่เรามีปฏิสัมพันธ์ด้วยลดลงเรื่อยๆ ในขณะที่เรามองเห็นสภาพในช่องปากของมนัสละเอียดลออมากขึ้นเท่าใด สามารถวางแผนการรักษาและการควบคุมคราบจุลินทรีย์ได้ดียิ่งขึ้นเพียงใด เราก็อาจจะค่อย ๆ ละเลยไม่ใส่ใจในศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ของมนัสไปทีละน้อยโดยไม่รู้ตัว
เรื่องราวของมนัสนั้นเป็นเรื่องที่เต็มไปด้วยมิติต่าง ๆ ที่สลับซับซ้อน และอาจจะจริงที่กรณีเช่นมนัสนั้นเกิดขึ้นได้น้อย และมีโอกาสน้อยมากที่ทันตแพทย์สักคนจะได้เจอ แต่นอกจากกรณีแบบมนัสแล้ว หลาย ๆ ครั้ง แม้ในเรื่องเล็กน้อย ที่อาจเกิดขึ้นได้เสมอ ๆ ก็เป็นเหตุการณ์ที่เรามองข้ามหรือละเลยที่จะใส่ใจไป
เอกสารอ้างอิง
1. โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ (2550). “แพทยศาสตร์ศึกษากับการแพทย์ที่มีหัวใจของความเป็นมนุษย์” ใน วรพงษ์ เวชมาลีนนท์ (บก.) อุดมคตินักศึกษาแพทย์. กรุงเทพ: แผนงานพัฒนาจิตเพื่อสุขภาพ มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์.
2. ประสาน ต่างใจ (2547). “องค์รวมกับสุขภาวะบูรณาการ” มติชนรายวัน. 2 ตุลาคม. (หน้า 9).
3. วิพุธ พูลเจริญ และคณะ (2543). “คำให้สัมภาษณ์ของ ศ.นพ. จรัส สุวรรณเวลา”ใน สู่การปฏิรูประบบสุขภาพแห่งชาติ. กรุงเทพฯ: สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข.