วันที่ 27 มีนา วันรุ่งขึ้นจากเสร็จการอบรม พอผมกลับมาถึงก็มีภารกิจต้องจัด workshop KM ให้กับผู้ปฏิบัติงานจากเขื่อนศรีนครินทร์ และเขื่อนวชิราลงกรณ์
ปกติทีมแกนนำแม่เมาะจะช่วยกันเป็นวิทยากรในวันแรก 3 คนนำทีมโดยท่านพี่ Happy KM แต่ว่าครั้งนี้ ท่านพี่ Happy KM ไม่อยู่ เหลือผมลุยกันกับ น้อง mmstd กัน 2 คน ทำให้ผมต้องรีบเผ่นเข้าไปที่โรงไฟฟ้าแม่เมาะ หลังจากที่รถไฟแถมเวลาให้ผมราว 1 ชั่วโมง จนทำให้ต้องเปลี่น Program ของ Workshop ไปบางส่วน โดยให้น้อง Sapha รับหน้าไปก่อน และให้เริ่มกิจกรรมอื่นไปก่อน
ระหว่างนั่งรถไฟกลับ ผมรู้สึกติดใจกับเกมส์สำรวจดวงจันทร์ที่ได้จาก สคส. เลยคิดว่าจะเอามาลองใช้กับ Workshop นี้ดู พอผมเข้าไปถึงแล้ว ก็เลยลองปรึกษากับ mmstd ดู เขาก็ยุส่ง และแล้ว ก็เลยได้ลองของอย่างที่ใจอยาก
พอให้ลองเล่นดู ปรากฎว่า มีเหตุการที่ต่างจากที่เจอมาตอนที่เราเป็นคนเล่นหลายอย่างเลยครับ..
บางกลุ่ม วางเป้าตอนแรกเลยว่า จะไม่เดินทางไปละ จุดนัดพบเนี่ย จะรอให้ยานมารับ.. การเรียงลำดับของก็ออกมาแบบหนึ่ง
บางคน ติดใจว่าทำไมเฉลยถึงเฉลยยังงั้น ขอให้ผมช่วยอธิบายให้ชัด... เจออย่างงี้เข้าผมนึกถึงตอนที่คุณอ้อถามพวกเราตอนที่เล่นเกมส์กันแล้วว่า มีใครติดใจไหม ทำไมเหตุผลเป็นยังงั้น ก็ไม่มีใครติดใจ .. เลยไม่ได้ดูตัวอย่างว่าเขามีวิธีจัดการกับสถาณการณ์นี้ยังไง ... เอาละสิหว่า
สุดท้ายก็ต้องอธิบายเหตุผลทั้งทางวิทยาศาสตร์ (ที่รู้แบบงู ๆ ปลา ๆ) ประกอบ รวมทั้งยกประเด็นว่าลำดับต่างกันนิด ๆ หน่อย ๆ ไม่น่าจะมีผลอะไรมากนัก
หลาย ๆ กลุ่ม ใช้วิธีการตัดสินใจแบบ “พวกมากลากไป” ด้วยการโหวต ไม่ได้ฟังเหตุผลจากคนที่พอจะมีความรู้ และมีความเฉลียวใจ.. จนทำให้คะแนนกลุ่มออกมาแย่กว่าคะแนนเดี่ยว ๆ ของบางคน
ยังไงก็ตาม ผลที่ออกมาก็ดี เพราะผมก็ได้ถือโอกาสสะท้อนให้กลุ่มได้เห็นประเด็นเหล่านี้ ทำให้เราได้เรียนรู้อะไรกันมากมายหลายประเด็นกว่าที่ได้จากตอนที่เล่นเองครับ ซึ่งผมก็ได้สะท้อนให้กลุ่มเห็น
ผลจากการจัด workshop ที่ผมได้ให้ผู้เข้าร่วมสะท้อนออกมา น่าประทับใจครับ หลายคนบอกว่า น่าเสียดายแทนคนที่ไม่ได้มา มีคนหนึ่งบอกว่า มาเข้า workshop นี้ ทำให้กล้าพูดแสดงออกมากขึ้น ทั้ง ๆ ที่ตอนเรียนหนังสือ มีบางวิชาที่มีคะแนนสำหรับให้ไปพูดหน้าชั้นนั้น ตัวเองจะยอมทิ้งคะแนนส่วนนี้ไปเลย
ขอบคุณครับสำหรับประสบการณ์ดีๆ ที่แบ่งปัน
ผมชอบชื่อทีมงานจัง ท่านพี่ happy KM, mmstd และคุณ sapha
แลกเปลี่ยนนะครับ ถ้าเป็นผม ก็จะใช้วิธี สะท้อนกลับ แต่ไม่ตอบเหตุผลของคำตอบ
เหตุผลคำตอบอาจจะใช่ หรือ ไม่ใช่ก็ได้ทั้งสองทาง แต่สิ่งที่เรากำลังทำคือชี้ให้เห็นความแตกต่างหลากหลายของวิธีคิดของคน การติดยึดกับคำตอบ นั่นก็สะท้อนบอกเราว่าถ้าเราเจอแบบนี้ในการทำงาน คงต้องให้เขาจินตนาการเอาเองว่าบรรยากาศจะเป็นอย่างไร?
ขอบคุณ คุณธวัชที่ช่วย share ครับ
ชื่อที่คุณธวัชชอบ เป็นชื่อที่ใช้ใน blog gotoknow ของทีมแกนนำน่ะครับ
- ขอบคุณสำหรับประสบการณ์ใหม่ อ่านแล้วเหมือนอยู่ในเหตุการณ์เลยค่ะ
- เหมือนได้เติมเต็ม
- กำลังวางแผน ลงมือทำ
- จะเอาประการณ์นี้ไปใช้รวมทั้งคำแนะนำของคุณธวัชด้วย ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณ อ.ติ๊ก ครับที่ช่วย share ได้ประเด็นดีมากครับ
หลังจากลองครั้งแรก 1 สัปดาห์ ผมได้ทดลองรอบ 2 โดยตัดอุปกรณ์บางอย่างออกไป ที่คิดว่าไม่ทำให้เสียประเด็นการเรียนรู้ของคนเข้าร่วมกิจกรรม โดยตัดเหลือ 10 อย่าง ด้วยเหตุผลเรื่องเวลาที่ไม่อยากให้ยาวมากนัก
ผลการทดลองใช้ พอใช้ได้ครับ และในการลองครั้งที่ 2 นี่ก็ได้เห็นประเด็นอะไรดี ๆ ขึ้นมาอีกหลายส่วนเหมือนกันที่การทดลองครั้งแรกยังไม่เห็น แต่ส่วนที่ยังไม่ดีคือ พอให้ทำกิจกรรมนี้แล้ว ผู้เข้าร่วมค่อนข้างเหมือนนกกระจอกแตกรัง กำลังจะหาทางปรับอยู่ว่าจะทำไงดี