การจัดการความรู้สู่การประหยัดพลังงาน
การเรียนรู้ การจัดการความรู้ในวันที่ 2 เมษายน 2551 เรื่องเล่าในการทำ dialoge ที่ตั้งประเด็นไว้คือ
สร้างความตระหนักประหยัดไฟฟ้า เริ่มต้นเวลา 12.00 ด้วยการรับประทานอาหารแล้วเล่าเรื่องที่ทุกคนมองว่าเห็นเป็นประโยชน์ร่วมกันควรที่จะนำเสนอให้สมาชิกในกลุ่มนั้นไดรับรู้ในสิ่งดีๆ
การประหยัดพลังงานไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน
ประสบการณ์สู่การนำไปปฏิบัติให้เกิดผลลัพธ์ที่สามารถมองเห็นได้
การดำเนินชีวิตประจำวันเราจะต้องมีการใช้พลังงานอย่างมากมายและสิ่งที่เราหลีกเลี่ยงไมได้คือ พลังงานไฟฟ้า เนื่องจากความจำเป็นที่จะต้องใช้ประโยชน์จากพลังงานไฟฟ้านั้นมีสูงมาก ประกอบกับประเทศเราจะต้องพึ่งพาพลังงานจากต่างประเทศซึ่งทำให้เราจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการนำเข้าวัตถุดิบที่ใช้สำหรับในการผลิตพลังงานเพื่อนำมาให้พวกเราใช้ นอกจากเรื่องของการนำเวตถุดิบแล้วสิ่งหนึ่งที่เรานั้นไม่ควรที่จะมองข้ามคือ การทำให้เกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อมส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน แต่ปัญหาไม่ไดหยุดเพียงเท่านั้นสิ่งที่เราใความสำคัญมากที่สุดคือ การที่เราช่วยกันประหยัดพลังงานนั้นยังทำให้เรานั้นประหยัดเงินอีกด้วย สามารถที่จะนำเงินที่ประหยัดได้ไปทำประโยชน์ได้อีกมากมาย
แล้วเราทำอย่างไรละถึงได้ประหยัด
สิ่งที่ทำในชีวิตประจำวัน
เริ่มง่ายๆจากการเปิดไฟในตอนเช้า การอาบนำโดยใช้แสงสว่างจากภายนอกห้องจะทำให้เราลดการใช้ไฟได้ประมาณ 10 นาทีต่อวัน เวลาที่เลือกและเหมาะสมคือ 06.15 น.
สิ่งที่สองคือ การเลือกซื้อเสื้อผ้าที่รีดง่ายแต่ยับยากหรือในบางครั้งถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ควรรีด รีดผ้าอาทิตย์ละครั้งๆละมากๆจะดีกว่า
การเปิดพัดลมตามความจำเป็น ใส่เพียงกางเกงขาสั้นและเสื้อกล้ามเวลากลางคืน ทำให้คลายร้อนไปได้อีกแบบ
เริ่มง่ายๆเพียงเท่านี้ในชิวิตประจำวัน ผลลัพธ์ที่ได้คือ การประหยัดค่าไฟฟ้าลงมาอีกเดือนละ 60-100 บาทเลยทีเดียว เพียงเท่านี้อาจจะไม่มากแต่อย่าลืมว่ามันมีค่าที่สุดสำหรับใครหลายๆคนที่ต้องการ
แต่สิ่งที่อยากจะให้ทุกคนตระหนักในหัวปลาเรื่องนี้คือ ทุกสิ่งย่อมมีการหมดไปจริงที่เราอาจจะหามาทดแทนได้ แต่ก็ต้องใช้เวลาในการแสวงหา เพียงแค่ทุกคนตระหนักถึงการใช้พลังงานจะทำให้สามารถช่วยให้โลกนี้มีสิ่งแวดล้อมที่น่าอยู่ขึ้นมาอีก สิ่งที่เรามองต่อไปคือ ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นถ้าหากไม่ช่วยกันมองแบบง่ายๆคือ
เสียเงินในกระเป๋าเพิ่มขึ้น
ทำให้เกิดภาวะมลพิษเพิ่มขิ้น
สิ่งแวดล้อมแย่ลง
พึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น
เสียดุลการค้า
งบประมาณในการพัฒนาประเทศลดลง
ลองมองเพียงแค่เท่านี้
ถ้าหากทุกคนร่วมมือกันสร้างความรู้เรื่องประหยัดพลังงาน และนำไปปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าผลที่ได้จะทำให้เรานั้นมีความสุขมากแค่ไหน
หนูว่า...ใช้พลังงานอย่างรู้ค่าค่ะ....เราควรจะคิดถึงตอนที่ไฟดับ..หรือตอนน้ำไม่ไหล...ว่ามันทรมานจริงใจแค่ไหน
เมื่อเราไม่มีใช้....(พอเวลามีก็ให้ใช้อย่างรู้ค่า...ใช้พอประมาณ..ที่จำเป็น...)
จากการสังเกตจากเพื่อนๆที่อยู่หอด้วยกัน
เค้าจะใช้น้ำใช้ไฟกันอย่างไม่ประหยัดเลยค่ะ...(ทั้งนี้คงเป็นเพราะว่าเค้าไม่ได้คิดค่าน้ำค่าไฟต่างหาก
เหมือนหอพักข้างนอก...นักศึกษาจึงไมค่อย่ตระหนักและไม่คิดที่จะช่วยกันประหยัดน้ำ-ไฟ)
เรื่องนี้เป็นปัญหาใหญ่จริงๆค่ะ...การประหยัดพลังงานจะต้องปลูกฝัง...เป็นจิตสำนึกเลยก็ว่าได้ค่ะ...
เห็นด้วยครับ ตรงกับหัวปลาที่เน้นคำว่า "ตระหนัก"
ประหยัดค่าไฟอาจเห็นตัวเลขน้อยกว่าประหยัดค่าน้ำมัน ทุกวันนี้เติมน้ำมันทีต้องจ่ายแบงค์พัน เดือนนึงก็หลายใบ...เสียดายมาก
ขอบคุนมากคับ
ที่ให้ความรู้เรื่องนี้
จะได้นำไปใช่ในชีวิตประจำวัน