ครม.สรุปตัวเลขอัดงบประมาณเพิ่มกำลังซื้อกระตุ้นเศรษฐกิจ นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)เมื่อวันที่ 1 เมษายนว่า ครม.เห็นชอบมาตรการเงินทุนเพื่อประชาชนและเศรษฐกิจฐานรากตามข้อเสนอกระทรวงการคลัง เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ ลดค่าใช้จ่ายให้ประชาชนระดับฐานรากจนถึงระดับกลางและวิสาหกิจขนาดเล็กใน 6 ด้าน โดยสาระสำคัญของมาตรการดังกล่าว ได้แก่ โครงการสินเชื่อฐานราก ประกอบด้วย โครงการฟื้นฟูและพักหนี้เกษตรกรรายย่อย ผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)ให้แก่ลูกหนี้วงเงินกู้ไม่เกิน 100,000 บาท โดยจะพักหนี้ให้เกษตรกรที่มีปัญหาค้างชำระ 336,633 ราย จากหนี้ค้างชำระ 18,000 ล้านบาท เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2551- 31 มีนาคม 2553 เป็นเวลา 2 ปี ด้วยการจัดทำแผนฟื้นฟูอาชีพ การพัฒนาความรู้เพื่อฟื้นฟูเกษตรกร ได้อย่างแท้จริง นอกจากนี้ ยังมีโครงการธนาคารประชาชน โดยธนาคารออมสิน เปิดโอกาสให้ประชาชน โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยเข้าถึงแหล่งทุน เป็นการลดดอกเบี้ยเงินกู้จากร้อยละ 1 ต่อเดือน ลงแบบขั้นบันไดเหลือร้อยละ 0.5 คาดว่าจะช่วยเหลือรายย่อยได้ถึง 1 ล้านคน โดยเน้นช่วยลูกหนี้ที่มีประวัติชำระเงินดี ให้มีเงินทุนหมุนเวียนและประกอบอาชีพได้ วงเงินช่วยเหลือ 5,000 ล้านบาท อีกทั้งยังเห็นชอบโครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัย โดยธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เพื่อช่วยประชาชนรายย่อยซื้อบ้านเป็นของตัวเองผ่านโครงการบ้าน ธอส. เพื่อที่อยู่อาศัยแห่งแรก วงเงินทั้งหมด 10,000 ล้านบาท สำหรับผู้มีรายได้ไม่เกิน 15,000 บาทต่อเดือน วงเงินกู้ไม่เกินรายละ 600,000 บาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ 7 ปี เบื้องต้นอยู่ที่ร้อยละ 4 คงที่ 10 ปีเบื้องต้นร้อยละ 4.5
ขณะเดียวกัน มีโครงการสินเชื่อเพื่อเกษตรกร ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มีงบประมาณ 325,000 ล้านบาท โดยเน้นปล่อยสินเชื่อในการปลูกพืชพลังงานทดแทนวงเงิน 25,000 ล้านบาท โครงการส่งเสริมการปลูกปาล์มเพื่อผลิตไบโอดีเซล 1,000 ล้านบาท การปลูกมันสำปะหลัง เพื่อผลิตเอทานอลให้แก่เกษตรกร 200,000 ราย วงเงิน 1,000 ล้านบาท และสินเชื่อธุรกิจชุมชนเพื่อสร้างอาชีพไม่น้อยกว่า 12,000 กลุ่ม วงเงิน 5,450 ล้านบาท "สรุปการอนุมัติสินเชื่อเพื่อประชาชนและเศรษฐกิจฐานรากในปี 2551 ผ่านทั้ง 3 ธนาคารได้แก่ ธ.ก.ส. ธนาคารออมสิน และ ธอส.รวมทั้งสิ้น 569,700 ล้านบาท เพิ่มจากปี 2550 ร้อยละ 14.8 นอกจากนี้ ยังมีเป้าหมายปล่อยสินเชื่อเพื่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอี การสนับสนุนการส่งออกอีก 94,915 ล้านบาท รวมเป็นสินเชื่อของระบบสถาบันการเงินเฉพาะกิจทั้งหมด 664,615 ล้านบาท" นายประดิษฐ์กล่าว
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวต่อว่า ครม.ยังเห็นชอบจัดสรรงบประมาณโครงการพัฒนาศักยภาพหมู่บ้านและชุมชน (เอสเอ็มแอล) เพิ่มเติม โดยยุติโครงการอยู่ดีมีสุขเพื่อนำเงินมาใช้ในกองทุนพัฒนาหมู่บ้านเอสเอ็มแอล มีการวางแผนช่วยเหลือหมู่บ้านเอสเอ็มแอลระยะ 3 ปีตั้งแต่ปี 2551-2553 ในวงเงิน 40,000 ล้านบาท โดยปี 2551 จัดสรรวงเงิน 10,000 ล้านบาท ปี 2552 จำนวน 20,000 ล้านบาท ปี 2553 จำนวน 10,000 ล้านบาท นอกจากนี้ ครม.ยังอนุมัติโครงการเพิ่มเงินทุนและการจัดการเรียนรู้ของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง สำหรับหมู่บ้านตั้งใหม่ 16,000 แห่ง และเตรียมวงเงินสินเชื่อเพิ่ม-ต่อยอดแก่กองทุนหมู่บ้านฯอีก 4,000 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 20,000 ล้านบาทจากธนาคารออมสินและ ธ.ก.ส.
ด้านนายธีรพงษ์ ตั้งธีระสุนันท์ ผู้จัดการ ธ.ก.ส. กล่าวว่า หากการพักหนี้เกษตรกร 2 ปีได้ผลดี ก็พร้อมพิจารณาต่อโครงการดังกล่าวไปอีก คาดว่าเงินชดเชยจากการพักหนี้ในปีแรกประมาณ 1,350 ล้านบาท รวม 2 ปีกว่า 4,000 ล้านบาท
นายวิศิษฐ์ วงศ์รวมลาภ รักษาการผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ธนาคารพร้อมเดินหน้าแนวทางกระตุ้นเศรษฐกิจในโครงการธนาคารประชาชน ด้วยการลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ให้ลูกค้าของธนาคาร โดยผู้กู้ปีแรกจะคิดดอกเบี้ยร้อยละ 1 ต่อเดือน หากกู้ 2 ปีคิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 0.75 และกู้ 3 ปี คิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ0.5 ซึ่งเป็นการลดอัตราดอกเบี้ยให้ลูกค้าที่มีประวัติการชำระหนี้ดีตลอดอายุสัญญาเงินกู้ ช่วยให้ลดภาระดอกเบี้ยแก่ลูกค้าได้ถึงร้อยละ 0.25 และเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าชำระหนี้ได้สะดวกขึ้น ธนาคารเพิ่มจุดชำระหนี้จาก 600 สาขาเป็นนับพันสาขา โดยจะเริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม
ขณะที่นายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้าที่ ครม.เห็นชอบวันเดียวกันนี้เป็นสิ่งที่ดี มีผลกับทุกภาคส่วน อาทิ เป็นการส่งเสริมให้รากหญ้ามีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น เกษตรกรมีทางเลือกในการประกอบอาชีพ ทำให้เศรษฐกิจขับเคลื่อนไปได้ ซึ่งรัฐบาลควรเร่งเดินหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งหมดให้ทันภายในปีนี้ ถ้าทำได้เชื่อว่าจะช่วยให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ร้อยละ 5.6 ตามที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ปรับเป้าหมายไว้
แนวหน้า 2 เม.ย. 51
ติดตามข้อมูลทุกครั้ง ขอบคุณมากครับ
แต่อยากรบกวน เพิ่มขนาดตัวอักษรด้วยครับ ผมสายตาไม่แข็งแรง
เรื่องขนาดตัวอักษร ที่จริงตรงเมนูด้านบน
สมัครสมาชิก เข้าระบบ
ที่มี A เล็ก A ใหญ่อยู่ หลักการใช้ได้แล้วนะครับ แต่เนื้อข่าว ไม่ใหญ่ตาม ได้บางส่วน ทาง gotoknow น่าจะช่วยปรับปรุงให้ได้ทั้งหมดด้วยนะครับ ใครอยากอ่านใหญ่ก็คลิก A ใหญ่
ข่าวหน้าจะปรับปรุงให้ครับ
ขอบคุณครับ