คุณสมัคร ขออภัยคนไทย


มีความเรียงหนึ่ง ถึงเรื่องราวการเมืองไทย ในท่าทีทางการเมืองของ คุณสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรไทย คนที่ 25 พร้อมเรื่องราวความเกี่ยวเนื่องบางประการ ในชีวิตของท่าน ในวันอังคารที่ 1 เมษายน พุทธศักราช 2551

คุณสมัคร ขออภัยคนไทย

อ้างอิง - ภาพ http://smcharity.multiply.com/

วันนี้ผมตื่นขึ้น

ในท่ามกลางความร้อนรุ่ม

และวันแรกของเดือนเมษายน

หลังจากกลัดกลุ้มใจมาตลอด นับแต่ข่าวสารทางการเมือง เริ่มต้นความร้อนแรงและบ้าระห่ำ กระทั่งมีความไม่พึงพอใจเกิดขึ้น ในท่าทีทางการเมืองของรัฐบาล ในการให้สัมภาษณ์ การแต่งตั้งโยกย้ายและปรับย้ายข้าราชการระดับสูง การพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี 2550

ในท่ามกลางสายลมร้อนที่พัดผ่านมา

มีความแปลกประหลาดเกิดขึ้น

ในชีวิตผมหลังตื่นขึ้น

ผมนั่งฟังรายงานข่าว ถึงอาการท้องเสียจากอาหารเป็นพิษ จากการทานอาหาร และอาการไม่สบายตัวของ ท่านนายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช ก่อนที่จะมีรายงานข่าวด่วน ระบุการให้สัมภาษณ์ที่บ้านพักรามอินทรา ท่ามกลางความงงงันของผู้สื่อข่าว และความตื่นตระหนกว่าเกิดเรื่องราวใดขึ้นมา

คุณสมัคร สุนทรเวช

ในฐานะนายกรัฐมนตรีคนที่ 25

เปิดการแถลงข่าว ขออภัยคนไทยทุกคน

หลังจากนอนคิด ในระหว่างการเจ็บไข้ได้ป่วย และพิจารณาความจริงของชีวิต จนกระทั่งพบกับความไม่จริงบางประการ เมื่อท่านพบว่า วาจาคำกล่าวของท่าน ได้ส่อเสียดให้ร้าย และประชดประชันผู้คนโดยส่วนรวมหลายประการ ทั้งยังส่งผลต่อความเกลียดชัง และไม่พึงพอใจ

ท่านขออภัย ต่อสิ่งที่ท่านได้พูดได้กระทำลงไป

ด้วยความสำนึกต่อความเสียหายที่เกิด

และเข้าใจถึงความจริงภายหลัง

ท่านขออภัย และกล่าวถึงความรู้สึกสำนึก ต่อคุณค่าในการมีชีวิตอยู่ ด้วยภารกิจและความตระหนักต่อหน้าที่อันยิ่งใหญ่ ในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพื่อที่จะเข้ามาดูแลความเป็นอยู่ของประชาชนคนไทย แก้ไขปัญหาและขจัดปัดเป่าความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชน

ท่านกล่าวเพิ่มเติมว่า

ท่านขออภัยที่ได้ดุด่าว่ากล่าว

หญิงที่ก้มลงกราบท่าน เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

ว่าท่านรู้สึกผิด ที่ได้ตวาดและกล่าวคำไม่ดีต่อหญิงคนนั้น ท่านเพิ่งจะเข้าใจว่าความรู้สึกของหญิง ที่ได้รับการช่วยเหลือจากคำรับปากของท่าน ในฐานะนายกรัฐมนตรี ว่าจะช่วยเหลือดูแลปัญหาซึ่งรุมเร้าชีวิตเธอ ปัญหายาเสพติด ความไม่ชอบธรรม และความไม่ถูกต้องที่เกิดขึ้น

ทั้งต่อตัวลูกชาย ตัวเธอ และครอบครัว

จึงต้องก้มลงกราบด้วยความซึ้งใจ

ท่านรู้สึกผิดต่อสิ่งที่ได้ทำ

จึงขออโหสิกรรม และกล่าวขออภัยมา ณ โอกาสนี้ ซึ่งในระหว่างการแถลงข่าว ผู้สื่อข่าวได้ถามถึงกรณีที่ท่านเคยให้สัมภาษณ์ ว่าในเหตุการณ์วันที่ 6 ตุลาคม 2519 มีผู้เสียชีวิตเพียงหนึ่งคนว่า ในกรณีดังกล่าวนี้  ท่านยังคงยืนยันคำพูดที่เคยได้ให้สัมภาษณ์ต่อผู้สื่อข่าวต่างประเทศหรือไม่

 

โดยในกรณีนี้

ท่านกล่าวพร้อมน้ำตาว่า

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและคำกล่าว

ที่ท่านได้พูดนั้น นับเป็นความเจ็บปวดในใจ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ท่านทุกข์ใจอย่างมาก ต่อความจริงที่ท่านได้โป้ปดและกล่าวคำไม่จริงมาโดยตลอด ท่านยืนยันว่า ที่ผ่านมาท่านทุกข์ทรมานกับความจริงข้อนี้ ในท่ามกลางความตายของนักศึกษารุ่นน้องในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ท่านกล่าวขออภัยผู้เสียชีวิตทั้งน้ำตา

และยกมือไหว้ต่อความผิด

ที่ได้เคยกระทำ

ท่านขอให้เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ในท่ามกลางการเข่นฆ่าและประหัตประหารประชาชนคนไทย ผู้ไร้อาวุธและไร้ทางสู้ ท่านขอกล่าวคำสำนึกต่อสิ่งที่เกิดขึ้น พร้อมก้มลงกราบที่พื้น ในท่ามกลางความตกใจของผู้สื่อข่าว ซึ่งต่างอยู่ในอาการตื่นตระหนกต่อภาพที่เห็น

ท่านกล่าวคำ

ด้วยถ้อยคำเสียงสะอื้น

ถึงคำโกหกที่ท่านได้บอกกล่าวออกไป

ว่าท่านเคยเห็นภาพนิสิตนักศึกษา ซึ่งเสียชีวิตในวันที่ 6 ตุลาคม 2519 และภาพของการทารุณกรรม การทำร้ายทำลายลูกหลานไทยในวันนั้น ด้วยความช้ำใจและเศร้าใจอย่างมาก ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มีหลายคืนที่ท่านนอนฝันร้าย ว่าผู้คนเหล่านั้นเข้ามาถามท่านว่า ท่านคิดอย่างไรต่อความตายของพวกเขา

กระทั่งท่านต้องกรวดน้ำแผ่ส่วนบุญส่วนกุศล

เพื่อที่จะขออภัยต่อสิ่งที่เคยกระทำ

และได้เคยล่วงเกินออกไป

ท่านยอมรับว่า ที่ผ่านมา ท่านมีความทุกข์และกลัดกลุ้มอยู่ภายในใจอย่างมาก ตลอดระยะเวลาที่เกิดขึ้น กระทั่งวันที่ท่านเข้ารับพระบรมโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ท่านตระหนักเสมอ ต่อความผิดที่ได้เคยกระทำที่ผ่านมา และสำนึกในบุญคุณแผ่นดิน

ในคำโกหกหลายครั้ง

ที่ท่านได้เคยกล่าวในหลายที่

โดยยอมรับว่าเป็นความกลัวภายในใจ

เป็นความโกรธเกลียดเคียดแค้นชิงชัง และอารมณ์ด้านมืดของชีวิต ที่มักจะออกมาหลอกหลอนชีวิตท่าน หลายครั้งในระหว่างการให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว ท่านยกผ้าเช็ดหน้า พร้อมปาดน้ำตาอยู่บ่อยครั้ง ก่อนที่จะให้สัมภาษณ์ต่อด้วยแววตาที่แดงกร่ำ เหมือนผ่านการร้องไห้มาทั้งคืน

ในภาพข่าวที่ปรากฎมีบุตรสาวและภรรยา

ยืนให้กำลังใจท่านอยู่เบื้องหลัง

พร้อมแอบร้องไห้

ในทุกครั้งที่ท่านให้สัมภาษณ์ด้วยเสียงสะอื้น พร้อมทั้งจับบ่าในเวลาที่ท่านนิ่งเสียงไป หรือเมื่อท่านนั่งถอนหายใจ บรรยากาศในการแถลงข่าวของท่านเป็นไปด้วยความโศกเศร้า ก่อนที่ท่านจะกล่าวว่า ในวันนี้มีรัฐมนตรีอีกท่านหนึ่ง ที่ได้มาปรึกษาพูดคุยกับท่าน

ว่าอยากกล่าวคำขออภัย

ต่อประชาชนคนไทยทุกคนในวันนี้

ก่อนที่จะกวักมือเรียก คุณเฉลิม อยู่บำรุง

 

 

หมายเหตุ : เนื่องจากความเรียงชิ้นนี้ เขียนขึ้นในวันที่ 1 เมษายน April fools Day  ในวัฒนธรรมวันโกหกของชาวต่างประเทศ จึงเรียนมาเพื่อรับทราบ ถึงความจริงที่ปรากฎ

http://en.wikipedia.org/wiki/April_Fool's_Day

 

 

หมายเหตุ : ภาพถ่ายนี้เป็นผลงานสร้างสรรค์ และร่วมกันสร้างสรรค์ เพื่อสร้างชุมชนแห่งไมตรีจิต รวบรวมความช่วยเหลือ และน้ำใจไมตรี ในการสนับสนุนการทำงานของวัดพระบาทน้ำพุ หากสนใจ ภาพถ่าย ภาพโปสการ์ต

สามารถติดต่อ ได้ที่ http://smcharity.multiply.com/

 

หมายเลขบันทึก: 174598เขียนเมื่อ 1 เมษายน 2008 16:44 น. ()แก้ไขเมื่อ 11 กุมภาพันธ์ 2012 23:24 น. ()สัญญาอนุญาต:


ความเห็น (6)
  • เข้ามาอ่าน ด้วยความ งง...
  • แล้วมา เข้าใจ ในตอนท้าย
  • ขอบคุณ (จริงๆค่ะ)

คนเป็นใหญ่...ใช่ว่าจะมีชีวิตอยู่ด้วยความสบสยใจ....

จะยิ่งใหญ่เกียรติยศ บรรดาศักดิ์ อำนาจบารมี....ก็ไม่สู้ยิ่งใหญ่..ในความดี...พูดดี...ทำดี...คิดดี

 

หักมุมได้ใจจริงๆ ค่ะ :)

ขอบคุณบทความดีๆ คลายบรรยากาศครับ

สรุปว่าให้ตีความตรงกันข้ามกับบทความที่เขียนมา แล้วจะซึ้ง555

ไปกินไก่กันเหอะ หมูแพง

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี