มะเร็งลำใส้

   หลังจากผู้เขียนพูดคุยกับหมอถึงกระบวนการรักษา และการตอบสนองต่อการผ่าตัดได้ผลดี หมอก็มั่นใจว่าแม่มีโอกาสดีมากในการรักษาซึ่งหมอบอกมีน้อยรายที่จะรักษาขั้นแรกได้ดีอย่างนี้ ด้วยความลำบากในการเดินทางการอยู่รักษาขั้นที่ ๒ คือการให้คีโมและฉายแสง ด้วยที่โรงพยาบาลศิริราชมีคนไข้มามาก ต้องรอคิวยาวในการรักษาแต่ละครั้งและแม่ฟื้นจากฝ่าตัดเร็วสามารถเดินทางได้หมอจึงส่งตัวแม่มารักษาที่ศูนย์มะเร็งอุบลเพราะก็เป็นกระบวนการรักษาเดียวกัน แต่สิงหนึ่งที่ทำให้แม่ท้อแท้ในบางครั้งก็คือ ขณะที่อยู่ศิริราช แม่จะเห็นคนตายเกือบทุกวันจนรับสภาพไม่ไหว ต้องหาห้องพิเศษอยู่ การตายทั้งเด็กผู้ใหญ่ที่เป็นมะเร็งหลายๆอย่าง เกือบสองเดือนที่ศิริราชคงจะทรมานความรู้สึกแม่มากเพราะบางคนนอนเตียงใกล้กันคุยกันดีอยู่รู้อีกที่ก็เสียชีวิตแล้ว สิ่งเหล่านี้เป็นประเด็นหนึ่งที่ทำให้ผู้ป่วยถดถอยต่อการรักษา

    การารักษาด้วยการให้คีโมที่ศูนย์มะเร็งอุบลคุณหมอก็ดูแลแม่อย่างดี การให้คีโมก็เหมือนใช้ปืนไล่ยิงเชื้อมะเร็งที่กระจายไปตามส่วนต่างๆของร่างการ การฉายรังสีก็เป็นการควบคุมมะเร็งในจุดที่เป็นไม่ให้กระจายออกไปจากจุดที่เป็น การให้คีโมของแม่มีผลข้างเคียงบ้าง ในรายที่มีผลข้างเคียงรุนแรงผมร่วงทานอาหารไม่ได้ ฟันมีอาการผิดปกติ น้ำหนักลด  แต่แม่ให้คีโมจำนวนครั้งผู้เขียนจำไม่ได้แต่ฉายรังสีประมาณ ๒๕ คร้งเท่าที่จำได้ เมื่อเข้าอยู่ที่ศูนย์มะเร็งอุบลหมอต้องรอดูอาการผู้ป่วยประมาณสองอาทิตย์ เห็นว่าแม่แข็งแรงก็เริ่มกระบวนการรักษา แต่สิ่งที่เห็นที่อุบลก็ไม่ต่างจากศิริราชก็คือมีผู้เสียชีวิตบ่อย แม่ทนสภาพไม่ไหวก็ต้องหาห้องพิเศษให้อยู่ แต่ปัญหาอีกก็คือผู้ป่วยเหงาไม่มีเพื่อนคุยที่เป็นหัวอกเดียวกัน การคุยกับผู้ป่วยด้วยกันดูจะทำให้แม่ทำใจได้ดีขึ้นมาก จากการรักษาที่ศูนย์อุบล แม่อาการดีขึ้นไม่มีผลข้างเคียงมากนักสามารถทานอาหารได้ ไม่เหนื่อย เดินเล่นพูดคุยได้ แตการรักษาขั้นนี้ไม่ได้ทำทุกวัน ต้องรอผู้ป่วยแข็งแรงจึงรักษาด้วยคีโมและฉายแสง จนเกือบจะออกพรรษาแม่ทวงถามว่าจะได้ทำบุญกฐินหรือไม่ปีนี้ ผู้เขียนตั้งใจจะทำเพื่อแม่อยู่แล้วก็รับปากว่าจะทำกับพี่น้องช่วยกันคนละเล็กละน้อย จึงปักสลากจองกฐินที่วัดที่ผู้เขียนบวลช คือวัดระหาร อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งการรักษาที่ศูนย์อุบล แม่อาการดีมากเหมือนคนปกติแล้วแต่ต้องให้คีโมและฉายรังสีอย่างต่อเนื่องจนครบตามที่หมอนัด เสาร์อาทิตจึงกลับมาอยู่บ้านตามปกติ วันจันทร์ก็ไปนอนที่ ศุนย์อุบล จนออกพรรษาแม่ก็มาทำบุญกฐินที่บ้านและถวายกฐินผู้เขียนได้รับองค์กฐิน และเทศนาการรับองค์กฐินด้วยตนเอง สิ่งที่แม่ภาคภูมิใจวันนี้คงไม่ใช่การประสบผลสำเร็จในการทำงานการใช้ชีวิตในสังคม หากแต่การได้เห็นลูกๆได้ทำบุญเป็นผู้สืบทอดพระพุทธศาสนา เป็นเนื้อนาบุญสำหรับแม่ สำหรับครอบครัวชาวบ้านธรรมดา ที่มีความสุขจากการเป็นผู้ให้ที่แม่ไม่เคยหวังสิ่งตอบแทนใดเลย

   รอยยิ้มและน้ำตาของแม่ทำให้ผู้เขียนเปี่ยมด้วยความหวังว่าแม่จะหายจากโรคร้าย และใช้ชีวิตในสังคมอย่างปกติสุข ด้วยแรงอฐิฐานจิตในบทคาถาชินบัญชร ด้วยกำลังใจ ด้วยความดีงามที่แม่สร้างสมมาทั้งชีวิต อาจเป็นพลังให้แม่หายได้ การทำบุญกฐินเป็นอานิสงค์อันยิ่งใหญ่สำหรับแม่และครอบครัวเมื่อออกพรรษาผู้เขียนลาสิกขาบททำงานตามปกติ แม่ยังรักษาต่อที่ศูนย์อุบลในความดูและของหมออย่างใกล้ชิด แม่ดีขึ้นทุกวันหลังจากเข้ารักษา และเสาร์อาทิตย์กลับมาพักบ้าน ญาติพี่น้องใกล้ ไกล มาถามข่าวพูดคุย ได้กำลังใจทำให้แม่ดูเหมือนจะหายเร็วขึ้นไม่ต้องนอนอยู่กับที่เดินเหินทำงานเบาๆได้ อาการของแม่ดีขึ้นมากจนเกือบจะปกติจนหมอก็แปลกใจ พยาบาลก็ให้กำลังใจดีดูแลแม่อย่างดี และทุกครั้งที่ไปศูนย์อุบล แม่ก็จะมีของติดไม้ติดมือไปทุกครั้งผลไม้ตามฤดูที่มีในบ้านไม่ว่าจะเป็นกล้วย ผัก มะพร้าว ข้าวสาร(ต้องมะลิเท่านั้นเพราะที่บ้านทำนา) ขนไปทุกครั้งที่ไปโรงพยาบาลเพราะผู้เขียนไปส่งแม่ตีห้าให้พี่สาวดูแลต่อพี่ทำงานสอนหนังสือที่โรงเรียนอสัมชัญอุบล จึงพอรู้จักผู้ปกครองเด็กได้เอื้ออารีย์ต่อกันในกระบวนการต่างๆ พอวันศุกร์เย็นพี่ก็มาส่งแม่ที่บ้าน การได้พูดคุยกับลูกหลานเป็นการรักษาทางจิตรอย่างหนึ่งที่ทำให้ผู้ป่วยมีกำลังใจ การไม่ต้องกังวลกับค่ารักษาก็ทำให้เรารักษาได้เต็มที่ และเป็นประเด็นสำคัญให้แม่ดีขึ้น

    การรักษามะเร็งที่ศูนย์อุบล ประมาณ ๔เดือนแม่มีอาการดีขึ้นมากเหมือนคนปกติเพราะไม่แพ้คีโม และการฉายแสงการรักษาครบตามกระบวนการ การตรวจเลือดหาระดับมะเร็งลดลงจนเป็นปกติ และวันที่ดูแม่จะมีความสุขมากที่สุดคือวันที่หมอบอกว่า แม่กลับบ้านได้ หายเป็นปกติแล้ว หมอนัดมาตรวจจุดผ่าตัด ตรวจเลือดทุกสามเดือน 

    แวตาและรอยยิ้มของแม่  กับสีผมที่แซมดอกเลา ของวัยแม่ ๗๓ ปี(ผมแม่ไม่ค่อยหงอก แม่ไม่เคยใช้แชมพูแต่ใช้น้าซาวข้าวกับใบไม้อะไรก็ไม่รู้มาตำแล้วสระผม)  เป็นห้วงเวลาที่แม่มีความสุขมากที่สุดอีกครั้งหนึ่งในชีวิต ลูกหลานทุกคนไปรับแม่ที่โรงพยาบาล คุณหมอพยาบาลก็คงมีความสุขที่ผู้ป่วยที่รักษาหายเป็นปกติ วันนั้นแม่ก็บริจาคให้โรงพยาบาลหลายพันบาทเพราะค่ารักษาเบิกสวัสดิการ แม่กลับมาบ้านลูกทุกคนดีใจมีความสุขและหวังว่าแม่จะไม่เป็นอะไรมากไปกว่านี้(ยังมีต่อ ดูแลแม่อย่างไร ดี  อาหารอะไรที่กินแล้วมีผลข้างเคียง และยอดพระคาถาชินบัญชร ที่ผู้เขียนพกติดตัว ตอนจบ)