ถึงไฟป่าที่ช่วยกันดับได้สงบลงไปแล้วแต่ผมต้องต่อสู้กับไฟในใจที่จะเกิดขึ้นอีกมากมายขณะที่อยู่ที่นี่ และอีกต่อไป
              เสียงขันแหลมเล็กของไก่ป่าเป็นสัญญาณว่าคืนนี้ผ่านพ้นไป ต้องตื่นขึ้นมาทำภารกิจในวันต่อไป หลังจากทำภารกิจส่วนตัวล้างหน้าแปรงฟันเสร็จ การอาบน้ำตอนเช้าไม่ต้องพูดถึง ไม่ใช่ว่ากลัวหนาว แต่ที่นี่น้ำขาดแคลนมากดังที่กล่าวมาแต่ต้น  หลังจากทำภารกิจส่วนตัวเสร็จก็ก่อไฟเพื่อต้มน้ำชาเอาไว้ดื่ม น้ำที่จะนำมาดื่มต้องต้มเพื่อความปลอดภัย  และเตรียมธูปเทียน เพื่อไปจุดบูชาทำวัตร ไว้พระสาวดมนต์ ที่ลานเจดีย์  นั้งสมาธิ  ตอนเช้าอากาศเย็นยะเยือก มีลมพัดบ้างเบาๆ ตอนเช้าต่างจากกลางวัน ตอนกลางวันลมพัดส่วนใหญ่เป็นลมร้อนมากกว่า แต่ตอนเช้าเมื่อลมพัดมาจะเย็นสบาย เสียงไก่ป่าขันเป็นระยะๆมาตามสายลม ชวนให้สมาธิหลุดลอยไปหาต้นกำเนิดเสียงบ้างเป็นบางเวลา จึงต้องดึงจิตเข้ามาสู่สมาธิเหมือนเดิม

 

         

           หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ กิจวัตรที่ต้องทำตอนเช้าคือ ลงไปตักน้ำที่เช้งดอย ระยะทางเกือบ 1 กิโลเมตร และที่สำคัญต้องเดินลงดอยและขึ้นมา ขาลงไปไม่เท่าไร แต่ขาขึ้นมา หนักน้ำและบวกกับขึ้นดอยเดินจนลิ้นห้อยเหมือนกัน ถึงแม้น้ำแค่ 2 แกลลอน ถ้าหิ้วมาในระยะทางปกติจะไม่หนัก แต่นี่ขึ้นดอย เหนื่อยน่าดู บางช่วงบางขณะ มีความคิดว่า ที่ผ่านมาผมบ่นว่า ลำบาก ท้อแท่ ท้อถอยกับปัญหาที่ตัวเองเผชิญอยู่ แต่ถ้ามองย้อนไป คนที่ลำบากและมีปัญหามากกว่าเราก็มีตั้งเยอะ เช่นสำนักสงฆืแห่งนี้หน้าแล้งขาดน้ำต้องไปตักน้ำจากเชิงดอย แต่ครุบาก็อยู่ได้จนถึงบัดนี้ ครูบาไม่เคยบ่นสักคำ ทำไมเราไม่สู้กับปัญหาและอุปสรรคที่เราเผชิญอยู่ จะบ่นไปใย

  

          อากาศร้อนพร้อมลมร้อนพัดมาเป็นระยะๆ  ผมนั่งได้ต้นมะม่วงหน้ากุฏิ ต้นมะม่วง ต้นขนุน และต้นอื่น ที่น่าออกดอกผลในหน้านี้ แต่ต้นไม้เหล่านั้นที่ครูบาปลูกไว้ ไม่มีแม้แต่ออกดอก  มันคงจะเกิดจาก การปลูกผิดที่ อาหารจากดินและน้ำคงไม่เพียงพอ  ผมนั้งปล่อยให้ความคิดหลุดล่องลอยไปเรื่อยๆ สักพักหนึ่ง ครูบา กึ่งเดินกึ่งวิ่งในมือถือแกลลอน 1 ใบ มีน้ำอยู่ไนแกลลอน เพราะดูครูบาถือมาหนักน่าดู และแกลลอนที่ครูบาถือมา บรรจุ 10 ลิตร  มาจากทางที่ลงไปตักน้ำ สงสัยครูบาร้อนและลงไปสรงน้ำที่เชิงดอยกลับมา ก่อนถึงกุฏิครูบาพูดว่า  มันตาย!  มันตาย! ผมตกใจรีบไปหาครูบาถามว่าอะไรครูบา อะไรตาย ครูบาบอกไฟป่า ไหม้มาเกือบถึงลานเจดีย์แล้ว พร้อมกับผมได้ยินเสียง ตุ๊บตั๊บๆ เสียงของไฟไหม้ป่า เสียงไกล้เข้ามาทุกที รอบเจดีย์ครูบาปลูกกล้วยไว้ ไฟคงลามมาถึงรอบเจดีย์แล้ว  ผมคว้าถังน้ำได้ 1 ใบ พร้อมกับขันน้ำไปช่วยสกัดกั้นไฟไม่ให้ลามมาถึงกุฏิ พี่ ที่เป็นเด็กวัด  2 คนช่วยกันจุดไฟต้อนรับไฟป่าก่อนที่มันจะลามขึ้นมาไกล้กุฏิ  ดับไฟนานพอสมควร และหมดน้ำที่ตักมาไว้ใช้ หลายถัง ไฟถึงสงบและไหม้ห่างออกไปจากบริเวณวัด  ต้นกล้วยที่ครูบาปลูกไว้ ถูกไฟป่าเผาไหม้ไปหลายต้น 
    ถึงไฟป่าที่ช่วยกันดับได้สงบลงไปแล้วแต่ผมต้องต่อสู้กับไฟในใจที่จะเกิดขึ้นอีกมากมายขณะที่อยู่ที่นี่ และอีกต่อไป