ส.ค.1 คือแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน ซึ่งมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 บัญญัติให้ผู้ที่ได้ครอบครองและทำประโยชน์มาก่อนวันที่ประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ (ก่อนวันที่ 1 ธันวาคม 2497) แจ้งนายอำเภอท้องที่ภายใน 180 วัน นับแต่วันที่พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 ใช้บังคับ (ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2497) ที่ดินที่มีเพียงหลักฐาน ส.ค.1 ถือว่า เจ้าของที่ดินมีเพียงสิทธิครอบครอง และเพียงแบบแจ้งการครอบครองที่เจ้าของที่ดินได้จัดทำรายละเอียดเกี่ยวกับที่ดินที่ตนประสงค์จะแจ้งการครอบครองนำมามอบให้กแก่นายอำเภอตามที่กฎหมายบัญญัติไว้เทานั้น ดังนั้น ส.ค.1 จึงไม่ใช้หนังสือแสดงสิทธิในที่ดินตามความหมายของประมวลกฎหมายที่ดินการซื้อขายที่ดินประเภทนี้จึงไม่ต้องไปจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามนัยมาตรา 456 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพานิชย์ และมาตรา 4 ทวิ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน เช่นเดียวกับโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 , น.ส.3 ก. และ น.ส.3 ข.) เพียงแต่ส่งมอบการครอบครองที่ดินให้แก่กันก็ถือว่าสมบูรณ์ตามกฎหมายแล้วตามนัยมาตรา 1378 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพานิชย์ เข้าใจว่าเป็นการเรียกชื่อใบ ส.ค.1 คลาดเคลื่อนเป็น ส.ก.1
แบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1)จะมี 2 ตอน โดยตอนที่ 1 จัดเก็บอยุ่ที่สำนักงานที่ดินที่ที่ดินตั้งอยู่และตอนที่ 2 อยู่ที่ผู้แจ้ง ส.ค.1 ไว้เป้นหลักฐาน หรือเก็บไว้ที่ผู้ซึ่งได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินต่อเนื่องมา รวมทั้งมีทะเบียนการครอบครองที่ดินซึ่งคัดรายการจากแบบแจ้งการครอบครองที่ดินมาลงไว้ และ เก็บไว้เป้นหลักฐานที่สำนักงานที่ดินที่ที่ดินตั้งอยู่และคัดส่งไปเก้บรักษาที่กรมที่ดินอีกชุดหนึ่ง ดังนั้น แบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) ตอนที่ 2 เก็บอยู่ที่ผู้แจ้ง ส.ค.1 ไว้เป็นหลักฐานหรือเก็บไว้ที่ผู้ซึ่งได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินต่อเนื่องมา ซึ่งปรากฏในหลักฐานทะเบียนการครอบครองที่ดินว่าได้มีการรับแจ้งการครอบครองไว้แล้ว เป็นอันตรายหรือสูญหายก็ชอบที่จะดำเนินการตรวจสอบและคัดสำเนาเก้บไว้เป้นหลักฐานได้ที่สำนักงานที่ดินที่ที่ดินตั้งอยู่ สำหรับหลักฐานที่จัดเก็บไว้ที่กรมที่ดิน มีเพียงทะเบียนการครอบครองที่ดินที่สำนักงานที่ดินต่างๆคัดส่งไปเก็บรักษาไว้เท่านั้น ไม่มีแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) แต่อย่างใด ซึ่งผูที่ม่ส่วนได้เสียในที่ดินสามารถไปตรวจสอบคัดสำเนาเก็บไว้เป้นหลักฐานสำหรับที่ดินได้ที่กรมที่ดิน
และจากที่ดิฉันไปประชุมมานะค่ะ กระทรวงมหาดไทยได้แจ้วให้ทราบว่า จะยกเลิก ส.ค.1 โดยแจ้งหใผ้ที่มีหลักฐานการครอบครองที่ดิน( ส.ค. 1) รีบนำหลักฐานดีฃังกล่าวไปยื่นคำขอออกโฉนดที่ดิน หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ภายในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2553 หกพ้นกำหนดเวลาดังกล่าวแล้ว และประสงค์จะยื่นคำขอออกโฉนดที่ดิน หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์จะต้องมีคำพิพากษามาแสดงด้วย ซึ่งคำพิพากษาดังกล่าวก็ต่อเมื่อศาลยุติธรรมได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดค่ะ
ค่ะดิฉันคิดว่าเปลี่ยนเป็นโฉนดแล้วน่าจะดีนะค่ะ จะได้ควบคุมปัญหาไฟป่ารวมถึงการบุกรุกป่าด้วย
เรื่องที่ดินแม่ฮ่องสอนนะคะ ขอระบายหน่อยนะ คนที่อยู่บนดอยหรือไม่มีรู้เรื่องเกี่ยวกับการครอบครองที่หรือชาวบ้านที่อยู่ห่างไกล มีผลกระมาก เพราะที่ดินที่เขาอาศัยตั้งแต่บรรพบุรุและ เป้นร้อย ๆ ปี นั้น ไม่มีใบอะไรเลย แต่กฏหมายกำหนดให้เป็นพื้นที่ป่าสวนหมดเลย แต่ตอนนี้นะคะเห็นเขาบอกว่าคนที่อยู่ในเขตป่าสงวนไม่มีสิทธิ์ขอโฉนดที่ดินนะคะ และยังไม่พอบางนะคะหมู่บ้านที่ถูกไล่ให้ไปอยูท่ใหนก็ไม่รู้ (แล้วไล่เขาทำไม่เขามีความผิดอะไรหรือ) หรือไล่พวกเขาปัญหาสังคมก็จะเพิ่มมากขึ้นอย่างไร คิดเอาเอง อยากถามว่ามันยุติธรรมแล้วหรือคะที่ทำกับคนไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรเลย
ขอบคุณนะค่ะสำหรับความคิดเห็น
-จากที่คุณ memo ได้ถามมาดิฉันก็ยังไม่ทราบกฎหมายที่แน่ชัดในแม่ฮ่องสอนเหมือนกัน
-จากที่เห็นนะค่ะ ที่ดินที่ควรไลากลับไม่ไล่ ไม่เข้าใจเหมือนกัน
-ลองสังเกตุดูนะค่ะว่า ที่ดินที่อยู่ห้าสถานีพัฒนาที่ดิน เส้นทางไปปางหมู รู้สึกว่าจะกว้างขึ้นเรื่อย ๆ สงสัยมั๊ยค่ะว่าทำไมเค้าไม่ห้าม เริ่มแรกมีแค่ซุ้นขายแตงโมอยู่ด้านหน้า
ปีต่อมา เริ่มมีต้นกล้วย และสิ่งปลูกสร้าง และในปีนี้ สถานที่เริ่มกว้างขึ้นและสะอาดสะอ้าน ดิฉันสงสัยมากก็เลยถามคนขายแตงโม เค้าให้คำตอบว่า เป็นที่ของเจ้าของโรงแรมแห่งหนึ่งเค้าจะทำรีสอร์ทค่ะ
-กฎหมายหายไปไหน?
สิทธิครอบครองที่ดินทำ ที่มี ดินมีใบ ทบ 5 และ ทบ6 ประมาณ 50 ปี
แต่ขณะมีบุคคลมาอ้างสิทธิ์ โดยนำใบสำคัญที่ดิน สค 1 มาแสดง
อยากทราบว่าที่ดินดังกล่าวเป็นสิทธิ์ของผู้ใด
ดีไม่ดีไม่รุ้นะ ขอออก สค.1 ตั้งแต่รุ่นปู่ ปู่ก็ตายไปแล้ว รุ่นพ่อพ่อก็ตายไปแล้ว ก็ยังออกไม่ได้เลยติดปัญหามากมายหลายร้อยแต่ถ้าเป็นของนายทุนก็ออกได้หมด ถ้าเป็นของชาวบ้านตาสีตาสา ชาวนาธรรมดาก็มีอันต้องติดชะงักทั้งนั้นแหละ ก็เป็นอีกครอบครัวหนึ่งที่มีที่ดิน ส.ค 1 อยู่ในเมืองด้วยซ้ำมีเนื้อที่ 33 ไร่ทำสวนอยู่แต่ก็มีแค่เอกสารสิทธิ์ สค.1 ไม่รู้ว่าชาตินี้ตายไปกี่รุ่นก็ยังออกฉโนดไม่ได้อยู่ดี
กฎหมายคือศูนย์กลางยึดเหนียวของสังคมแต่ผู้ที่รักษากฎหมาย ( บางคน )บิดเบือนกฎหมายและเพื่อหาผลประโยชน์เข้าตัวเองจึงทำให้ประชาชนผู้ซึ่งไม่รู้กฎหมายต้องได้รับความทุกข์และทรมารเป็นอย่างยิ่ง จนในที่สุดประชาชนเหล่านั้นก็เลิกเคารพกฎหมาย ผมอยากบอกกับคนที่มีคำถามและได้อธิบายความในใจของท่านว่า ที่ดินที่มีความลาดเอียงตั้งแต่30องศาหรือที่ดินที่อยู่บนภูเขาไม่สามารถที่จะออกเอกสารสิทธิ์ใดใดได้ แต่เมื่อคุณอยู่นานมาแล้ว ผมคิดว่าหากทางการยังไม่คิดจะใช้ประโยชน์อะไรคุณก็สามารถที่จะอยู่อาศัยต่อไปได้แต่อย่าบุกรุกแพ่วถางไปเลื่อยอย่างนั้นก็ผิดกฎหมาย ขอคุณอยู่อย่างพอเพียงอย่าบุกรุกต่อไปเจ้าหน้าที่คงไม่ทำอะไรคุณครับ แต่ที่ผมเห็นมามากคือชาวบ้านบางคนเมื่อมีคนมาขอซื้อก็ขายและก็บุกรุกต่ออีกอย่างนี้ผิดกฎหมายแน่นอนครับ