วันนี้ได้เรียนรู้เรื่อง วิธีคิด วิธีทำ วิธีออกแบบดำเนินการแบบแท้ๆของชาวบ้าน เรื่องนี้มีความสำคัญและมีความหมายมากสำหรับนักพัฒนาชุมชน การเคารพยอมรับฟังความคิดความรู้สึกของชาวบ้านเป็นเรื่องที่ควรตระหนัก น่าจะถือว่าเป็นบทแรกๆในหน้าสารบัญที่ว่าด้วยการพัฒนาท้องถิ่น

ผมเคยเล่าเรื่องพ่อสุข แห่งบ้านหนองบัวแป๊ะชวนลูกชวนหลานมาสร้างกระต๊อบให้ที่สวนป่า  ผมกำหนดใจแล้วว่า จะเข้าไปยุ่มย่ามกับกลุ่มช่างให้น้อยที่สุด พ่อสุขจะออกแบบอย่างไร ใช้วัสดุอะไร เชิญพ่อสุขแสดงได้เต็มที่ ขาดเหลืออะไรให้บอก

พบว่าถ้าให้พ่อใหญ่ มีอิสระในการคิดและทำตามสไตล์ตัวเอง เขาจะทำงานด้วยความมั่นใจ เหนื่อยยากแค่ไหนก็มีความสุข เพราะได้ฝากฝีมือไว้ให้ปรากฏ บ้านในฝันผมจึงเกิดขึ้นมาด้วยความรู้ความสามารถของชาวบ้าน100%

พ่อสุขเล่าว่า เมื่อสัปดาห์ที่แล้วออกจากหมู่บ้านช้า มีเวลาสร้างบ้านไม่กี่ชั่วโมง วันนี้พ่อสุขจึงยกทีมช่างมาลุยอีก พร้อมกับเตรียมวัสดุที่ขาดเหลือจากบ้าน มาถึงก็แยกย้ายกันทำหน้าที่ตามถนัด จนกระทั้งบ่าย5โมงเย็น พ่อสุขจึงพอใจที่จะส่งมอบบ้านหลังนี้ เราได้ถ่ายรูปร่วมกัน เวลาที่เหลือทุกคนไปขุดเหง้าไผ่ไปปลูก3กอใหญ่

ตูบน้อยกลอยใจหลังนี้ สะท้อนเรื่องอะไร?

1.   เรื่องภูมิปัญญาท้องถิ่น เชื่อมต่อกับวิทยาการสมัยใหม่ เช่น การใช้เครื่องมือช่าง เลื่อย สว่าน กบไสไม้ไฟฟ้า ทำให้บ้านพอเพียงหลังนี้เรียบร้อยสวยงามในเวลาที่กำหนด

2.   ผู้นำชุมชนถ้าทำงานที่มีอิสระคิด เขาจะรับผิดชอบสูงมาก เพราะถือว่านี้เป็นศักดิ์ศรีของงาน ซึ่งจะต่างกับที่ให้เขาทำตามใบสั่ง ผลงานที่ได้รับจะแตกต่างกัน

3.   บ้านหลังนี้เป็นเครื่องมือสอนเรื่องความพอเพียงด้านที่อยู่อาศัย ที่คนในชุมชนสามารถระดมกันทำ ฝีมือช่าง เครื่องมือ ประสบการณ์ วัสดุอุปกรณ์หาได้ในท้องถิ่น บ้านหลังนี้จึงอธิบายตัวเองได้ว่า เรายังสามารถพึ่งตนเองได้ 100%

4.   บ้านหลังนี้อธิบายเรื่องการงานอาชีพที่เชื่อมโยงกับสภาพแวดล้อม ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นตัวอธิบายขั้นตอนได้ครบวงจร ถึงวิธีดำเนินชีวิตแบบเรียบง่าย พอเพียง พอใจ กินอิ่มนอนอุ่น

5.   บ้านหลังนี้ช่วยกระตุ้นให้ชาวบ้านสนใจเรียนรู้เรื่องพันธุ์ไผ่ การชำ การปลูกไผ่ นำไผ่มาเป็นวัสดุใช้สอย ได้อาหาร ได้ไม้ใช้สอย ไม้เชื้อเพลิง ไม้มาเป็นวัตถุดิบสร้างรายได้ในครัวเรือน โยงไปถึงการปลูกต้นไม้ และปัญหาโลกร้อนได้ไปในตัว

พ่อสุขเชิญผม ไปร่วมถ่ายรูปกับคณะลูกหลานชาวหนองบัวแป๊ะ เป็นการส่งมอบบ้านที่ไม่มีพิธีการ แต่มีพิธีใจ พ่อบอกว่า..ผมเตรียมแผ่นไม้เขียนชื่อไว้แล้ว แต่เผลอลืมไว้ไม่ได้เอามา ดูแล้วมันท่าจะขาดป้ายนี่แหละ

ผมถามว่าพ่อจะให้เขียนป้ายว่าอย่างไร?

พ่อบอกไม่รู้ แล้วแต่ครูบา

บ้านหลังแรกนี้ จะใช้เป็นสำนักงานคนสกุลเฮ ติดต่อประสานงาน และต้อนรับแขกที่มาเยือน ส่วนหลังที่2-3จะเป็นหลังที่ผมกับพ่อสุขพบกันครึ่งทาง จะปรึกษาหารือกันว่า เราจะเพิ่มเติมตรงจุดไหน? เพื่อจะได้สร้างบ้านในฝันที่มีคุณภาพและสวยงามยิ่งขึ้น ไม่ทราบว่าท่านสังเกตได้ไหมครับ?

..ถ้าเราให้เกียรติชาวบ้านก่อน  ชาวบ้านก็จะสนองกลับมาให้เราหลายเท่าตัว ต่อไปจะชวนคิดชวนทำอะไร ชาวบ้านก็จะกล้าแสดงออก กล้าต่อยอดความคิด เกิดเป็นกระบวนการเรียนรู้เชิงรุกร่วมกัน เพราะเขาเชื่อใจว่า เรารับฟังเขา เห็นเขาอยู่ในสายตา เห็นเขามีค่า มีความหมายอย่างแท้จริง ความไว้วางใจมีค่าประมาณมิได้เสมอ ถ้าความไว้ใจนั้นเกิดจากใจ!

ตรงจุดนี้ละครับ ที่เรียกว่าวัดใจ!

คนสมัยก่อนเรียกว่า วิชาดูตามม้าตาเรือ

ถ้าไม่เข้าใจ เข้าไม่ถูก

เราก็จะพูดถึงภูมิปัญญาแบบนกขุนทอง

อิ อิ.