สถานการณ์ ความก้าวหน้าของ โครงการนำร่อง ๔๐๐ หมู่บ้าน
ระดับของครัวเรือนเราแบ่งเป็น ๔ ระดับด้วยกัน
ระดับแรก คือ ครัวเรือนที่ลงทะเบียนความยากจนและตกเกณฑ์ของ
จปฐ. ระดับที่สอง คือ มีฐานะที่พออยู่พอกิน
พอที่จะช่วยเหลือตัวเองได้เช่น
มีตัวชี้วัดเรื่องรายได้และการแยกตามระดับนี้เราไม่ได้อยู่ที่เกณฑ์การแยกอย่างเดียวแต่เราดูที่ความพึงพอใจของครัวเรือนด้วย
ยกเว้นระดับที่หนึ่ง คือ มีข้อมูลตายตัวอยู่แล้ว ระดับที่สาม
คือ อยู่ดีกินดี คือ พอที่จะช่วยเหลือสังคมได้ ระดับที่สี่ คือ
มั่งมีศรีสุข เพราะฉะนั้นครอบครัวที่ปรากฎอยู่ในแผนก็จะมี ๔ ระดับนี้
และแต่ละกลุ่มแต่ละระดับภายในสิ้นเดือน
ก.พ.นี้จะกลับไปคิดว่าจะทำอย่างไรให้พัฒนาหรือเลื่อนขั้นตัวเองไปสู่ระดับต่อไปให้ร่วมกันคิดวิธีแต่ก่อนอื่นต้องช่วยเหลือตัวเองก่อน
เช่น
อาจจะปลูกผักเดพื่อเอาไว้กินเองภายในครัวเรือนเพื่อลดรายจ่ายคิดช่วยเหลือตัวเองแล้วลองปฏิบัติแล้วหากเกินความสามารถก็ให้ชุมชนเข้ามาแก้เข้ามาช่วยเหลือเป็นลำดับต่อไป
หากเกินความสามารถของชุมชนที่จะช่วยเหลือได้ลำดับต่อไปก็จะเป็นให้หน่วยงานราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเอและหนุนเสริมเติมเต็ม
ลุงยงค์กล่าวเสริม
ข้อมูลต่าง ๆ
สามารถแยกระดับได้เมื่อแยกระดับแล้วต้องลงไปทำประชาคมแต่ละหมู่บ้าน
มีพี่เลี้ยงในการช่วยวิเคราะห์แล้วก็บอกตรง
ๆเลยว่าใครชื่ออะไรบ้านเลขที่เท่าไหร่
อยู่ระดับไหนจริงหรือเปล่าเห็นด้วยหรือเปล่าที่จัดให้อยู่ในระดับนี้
หากเขาให้ข้อมูลจริงมาก็จะได้ทำการวิเคราะห์ต่อหากไม่ใช่ข้อเท็จจริงก็ให้กลับไปทำใหม่
ส่วนคนที่คิดว่าข้อมูลอยู่ระดับสอง
เขาก็อยากอยู่ระดับหนึ่งก็ได้หากสังคมยอมรับเขาก็ต้องไปเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่
การเริ่มต้นทุกอย่างในการแก้ปัญหาต้องเริ่มต้นที่ตนเองก่อนในการที่จะแก้ปัญหาให้ได้นั้น
ส่วนองค์กรในชุมชนเขาจะต้องไปสนับสนุนส่งเสริมกันอย่างไรหากเกินความสามารถของชุมชน
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประมาณ ๔-๕ หน่วยงาน พช. กศน. สธ. ธกส.
หรือใครต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าไปหนุนเสริมได้
แต่หากเขาหรือในกลุ่มของเขาไม่เริ่มต้นที่จะทำอะไรคนอื่นก็จะเข้ามาช่วยได้ยาก
เพราะฉะนั้นในการเสริมสร้างตรงนี้ก็เพื่อที่จะให้ถาวรในระยะยาวหากเริ่มตรงนี้แล้วเขาจะต่อยอดจนถึงระดับ
๔
การทำตรงนี้จะมีการวิเคราะห์ทุกปีเพื่อที่จะทำให้หลุดพ้นจากความยากจน