พิพิธภัณฑ์สงครามโลกครั้งที่ 2 ของอำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน

            ขอต่อเรื่องพิพิธภัณฑ์สงครามโลกครั้งที่  2

แหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชุมชนอีกชนิดหนึ่งซึ่งอาจารย์ wasawat

ได้ให้ข้อคิดว่ามันสั้นไปหน่อย วันนี้ขอเพิ่มเติมเนื้อหาให้นะครับ

             ยุคสงครามโลกครั้งที่  2  (2484 - 2488) ในปี พ.ศ.2484 เกิดสงครามโลก

ครั้งที่  2  ขึ้น ทหารญี่ปุ่นได้เดินผ่านประเทศไทยไปสหภาพพม่า เข้ามาในเขต

จังหวัดแม่ฮ่องสอนตรงช่องทางบ้านห้วยต้นนุ่น อ.ขุนยวม

                จากนั้นถึงช่วงปี พ.ศ.2487 ทหารญี่ปุ่นได้ทยอยกลับเข้ามาตั้งค่ายอยุ่ใน

เขตอำเภอขุนยวมเป็นจำนวนมากโดยอาศัยอยู่ตามใต้ถุนวัด ศาลาวัด เช่น ที่วัดหัว

เวียงหรือวัดม่วยต่อ (ปัจจุบันรวมเป็นบริเวณเดียวกัน) กับวัดคำใน เป็นที่ตั้งหน่วย

พยาบาล ศาลาวัดขุ่มเป็นที่ตั้งหน่วยสื่อสารกลางหน้าวัดโพธาราม ใกล้ฝั่งน้ำยวม

เป็นที่ตั้งหน่วยเสบียงอาหาร และที่ศาลากลางบ้าน เยื้องกับสถานีตำรวจภูธร อำเภอ

ขุนยวมเป็นที่ตั้งปืนกล 2  กระบอก โดยหันปากกระบอกไปทางสถานีตำรวจ และให้

เป็นที่รับรายงานตัวของทหารที่เข้ามาภายหลังตามลำดับ ทหารญี่ปุ่นเป็นนักรบผู้

กล้าหาญ เตรียมมาผจญชีวิตในท้องถิ่นที่ไม่คุ้นเคยและสามารถอยู่ได้อย่างทรหดอด

ทน พยายามเรียนรู้การใช้ชีวิตแบบชาวบ้านในท้องถิ่นนั้น

              สำหรับบริเวณลำห้วยหนองปาก่อ หรือที่ชาวพื้นเมืองเรียกว่าหนองปาก่อ

ตรงจุดสะพานนี้อยุ่ห่างจากบ้านขุนยวมไปทางทิศเหนือประมาณ  2  กิโลเมตร เป็นที่

ตั้งค่ายใหญ่ของทหารญี่ปุ่นโดยค่ายจะสร้างในลักษณะเป็นโครงหลังคามุงด้วยผ้า

เต้นท์สีเขียวมีจำนวนประมาณ  1000  เต้นท์  ภายในเต้นท์ใช้ใบตองตึง (ใบพลวง)

กั้นแบ่งห้องกว้างๆ ในค่ายนี้นอกจากจะมีทหารญี่ปุ่นอยู่แล้วยังมีผู้หญิงชาวพม่า

ไทยใหญ่ กะเหรี่ยง จีน (กวางตุ้งและไหหลำ) ผู้หญิงญี่ปุ่นอีก  20  คน มาบริการทำ

อาหาร ตลอดจนบริการทางเพศ ผู้หญิงที่มาบริการทางเพศจะมีประมาณ  100  คน

บางคนลูกติด (อายุประมาณ  6  เดือน ถึง  2  ขวบ) จำนวนประมาณ  20  คน เด็ก

เหล่านั้นทหารญี่ปุ่นจะนำกลับไปในปี  พ.ศ.2488  ก่อนที่ญี่ปุ่นจะประกาศแพ้สงคราม

กองทัพทหารอังกฤษสามารถยึดเมืองย่างกุ้งจากทหารญี่ปุ่นได้ ทหารญี่ปุ่นที่บาด

เจ็บจากการสู้รบได้ถูกทยอยส่งมารักษาที่หน่วยพยาบาลวัดม่วยต่อ

                   จนกระทั่งประกาศแพ้สงคราม ทหารญี่ปุ่นได้ถอยทัพเข้ามาเป็นจำนวน

มากขึ้น คาดว่าไม่ต่ำกว่าหนึ่งแสนคน และเจ็บป่วยตายไปไม่น้อยกว่าเจ็ดพันคนหลัง

จากสงครามโลกครั้งที่  2 ยุติลง ทหารญี่ปุ่นได้เดินทางกลับไปทางอำเภอเมือง

แม่ฮ่องสอน อีกส่วนหนึ่งเดินทางกลับไปทางบ้านปางอุ๋ง อำเภอแม่แจ่ม จังหวัด

เชียงใหม่ มีทหารญี่ปุ่นหนีการส่งตัวกลับหลายนายที่สามารถสืบค้นประวัติได้มี  3 

นาย คือนายฟูคูกะ นายโอโกะ และอีกคนไม่ทราบชื่อ ซึ่งเป็นเพื่อนกัน โดยคิดว่าพ่อ

แม่ญาติพี่น้องทางญี่ปุ่นคงถูกระเบิดตายหมดแล้ว ได้หลบหนีไปอยู่ตรมป่าและหมู่

บ้านต่างๆ ประมาณหนึ่งเดือน

                      นายฟูคูกะ ซึ่งหลงรักสาวไทยอยู่ก่อนแล้ว คือนางสาวแก้ว จันทศรีมา

จึงกลับมาที่บ้านนางสาวแก้วต่อมาพ่อของนางสาวแก้วเห็นว่าเป็นคนมีความ

ประพฤติดี ขยันทำมาหากินจึงจัดพิธีแต่งงานให้แบบคนเมืองเหนือ หลังจากแต่ง

งานอยู่กินกันได้  12  ปี  มีบุตรด้วยกัน 2  คน ทางรัฐบาลไทยจึงส่งนายฟูคูกะกลับไป

ทางเชียงใหม่และไปกรุงเทพฯ ทางรถไฟ จากนั้นครอบครัวของนางแก้ว ได้พยายาม

ติดตามข่าวคราวของนายฟูคูกะแต่ก็ไม่ได้รับข่าวตั้งแต่นั้นมา

                     ยังมีเรื่องราวที่เกี่ยวกับ สงครามโลกครั้งที่  2  อีกมากมายที่ให้ท่านได้

ศึกษาค้นคว้าจากพิพิธภัณฑ์สงครามโลกครั้งที่  2  ซึ่งส่วนที่นำเสนอเป็นส่วนหนึ่ง

เท่านั้นยังมีเรื่องราวอีกมากมายรอท่านมาเจาะลึกศึกษาวิจัยเกี่ยวกับ พิพิธภัณฑ์

สงครามโลกครั้งที่  2  ได้ที่อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอนถ้ามาแม่ฮ่องสอน เชิญ

แวะชมหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้แห่งนี้ได้ตลอดเวลา คนขุนยวมยินดีต้อนรับครับ