เรื่องนี้ เพื่อนรักที่สุดคนหนึ่งของดิฉัน ส่งมาให้อ่าน
ดิฉันคาดไว้ล่วงหน้าว่าอาจถูกจริต หรือไม่ถูกจริต กับหลายๆท่าน
แต่ดิฉันคิดว่าไม่น่าจะเกี่ยวกับถูกหรือผิด ขอให้ท่านพิจารณากันเอาเอง
พวกเราชาว KM ถูกสอนให้เป็นคนใจกว้าง ฟังอย่างตั้งใจ ไม่ตัดสินถูกผิด คิดให้เป็น กันอยู่แล้ว
คนคิดไล่นายกฯต้องอ่าน
การเขียนเชียร์ คุณทักษิณต้องเป็นคนรับเงินมาเขียนหรือครับ...
ผมไม่ได้เสน่ห์หาอะไรคุณทักษิณ ก็แค่คนรักชาติคนหนึ่ง
เมื่อชาติมีภัย (ฉบับ สยามเทวาธิราชดลใจ)
ถึงคุณสนธิ (ตอน จอมบงการ)
ประเทศชาติกําลังล่มจม ... ทักษิณอาสามาแก ... คนไทยลืมตาอ้าปากได ... สนธิทําอะไร ...
นอนกลางดินทั่วไทย ... นายกไทย ... ต่อใหแสร้งทําก็ดีกว่า คนดีที่ไมเคยทําอะไร ... สนธิทําอะไร ...
ยาเสพติดทั่วไทย ... พ่อแมกลุ้มใจหมดปัญญาช่วยลูก ... ทักษิณมา ยาหมดไป ... สนธิทําอะไร ..
สนามบินสี่สิบชาติ ... ทักษิณไมมา อีกกี่สิบชาติจะไดเห็นไดภูมิใจสุวรรณภูมิ ... สนธิทําอะไร ...
การศึกษาคือคําตอบ ... ดีแตพูด ... ทักษิณเปลี่ยนเงินหวยเป็นทุนใหลูกหลานไทย ... สนธิทําอะไร
ปราบอิทธิพลมืดทั่วแผ่นดิน ช่วยคนจน ... สําเร็จหรือเปล่าไมรู ... แตทักษิณตั้งใจ ... สนธิทําอะไร ..
ผูว่าซีอีโอ ... ดูเหมือนตลกเมื่อเริ่ม แตผลกระทบหยั่งรากลึกซึ้ง ... ทักษิณมุ่งมั่น ... สนธิทําอะไร ..
เขมรบุกเผาสถานทูต ... สึนามิ ... พวกเราเสียขวัญ ... ทักษิณออกมาพวกเราอุ่นใจ ... สนธิทําอะไร ..
จากประเทศขอทาน ... ทักษิณไปเวทีไหน เรายืดคอภูมิใจว่านี้นายกประเทศไทยนะ ... สนธิทําอะไร
คนจนป่วย ไม่มีเงิน หมดปัญญารักษา ... ทักษิณใหโอกาสมีชีวิตแค 30 บาท ... สนธิทําอะไร ...
ไม่ว่าจะมีปัญหาอะไร ... ทักษิณเดินออกมาข้างหน้า คนไทยอุ่นใจ มั่นใจ ... สนธิทําอะไร ...
สนธิทําแค ... สร้างสถานการณให้คนทั้งชาติหวั่นไหว เพื่อให้หุ้นที่กลุ่มผู้จัดการทําช๊อตเซลมีกําไร ..
คนนับล้านกําลังมีหวังมีอนาคต ... คุณแค่ต้องการเงินเข้ากลุ่ม กล้าทําลายความมั่นคงชาติเชียวหรือ ...
บีบทักษิณออก ... ถึงออกไป ทักษิณก็ไมเดือดร้อนอะไร ... เศรษฐกิจพัง ... ใครเดือดร้อน ...
นักวิชาการก็ไมเดือดร้อน... มีงานทํา มีเงินใชอยูดี...ซุกหัวเงียบอยูในรั้วมหาวิทยาลัย
พวกชนชั้นสูงอย่างคุณกรณ...ก็ไม่เดือดร้อน ...ห่วงแตอนาคตทางการเมืองของตัวเอง
คุณทุบหม้อข้าวประชาชน...เพราะพวกคุณมีโกดังข้าวสารอยูในบ้าน... อ้างนักหนาว่าเพื่อประชาชน ...
คนเดือดร้อนก็ประชาชนตาดําดํา ... ลูกหลานจบใหมไม่มีงานทํา ... ตอนนั้นไปหดหัวที่ไหนกันหมด ...
ทักษิณจะขายหุ้นก็ขายไป ... เงินของเขา เขาไม่ให ก็สิทธิของเขา ... เราคนไทยก็ไม่ใช่ขอทาน ...
ขอแรงทักษิณทํางานใหชาติสุดกําลังก็พอแล้ว ... ยังต้องไปขอเงินเขาอีกหรือ ... ละอายใจกันบ้าง
พวกเราเสียภาษีก็ล้วนขอหักลดหย่อนกัน ... จะบาทเดียวหรือหมื่นล้านมันก็หลักการเดียวกัน ...
ผมเชื่อโดยสุจริตใจนะว่า ... ถ้าคุณทักษิณขอร้องให้คนออกไปยืนสนับสนุน ... จาก
ลานพระรูปถึงสนามหลวงก็จะไม่มีที่ให้ยืน ... อย่าคุยนักเลย คุณสนธิ ... ด่าคนไม่ต้อง
หยาบคายหรอกครับ ... ยกเว้นคุณคิดพวกที่ไปฟังคุณเป็นพวกต้องการการปลุกเร้า
อารมณ ต้องลากต้องจูง ... คุณยังเดินหน้าทําลายชาติต่อไป คุณจะรูว่าคนไทยนับล้านที่
คุณบอกว่าไม่มีความหมายนั้น ไม่ได้โง่อย่างที่คุณคิด ... และถ้าจะโง ก็จะขอโง่ยืนข้าง
คนทํางานใหชาติมากกว่าคนที่ใช้ปากทําลายความมั่นคงของประเทศตนเอง ...
คุณออกมาพูดตอนประเทศชาติล่มจม ... ผมไมว่าอะไร ... แตคุณออกมาทุบหม้อข้าวคน
ทั้งชาติตอนที่เขาพอมีจะกินจะใช รู้สึกสุขและภูมิใจกับประเทศได้บ้าง ... มันเห็นแก่ตัว
เกินไป ... ทักษิณถูกผิดผมไม่อยากจะสน ... ทําให้คนจนมีความสุข ... สร้างสิ่งที่จับต้อง
ได ไม่ดีแต่ลมปากหลักการอย่างคุณ ... คุณรอไม่ไดหรือสามป ... อ้างหลักการเล็ก
(จริยธรรม) ทําลายหลักการใหญ (กฎหมายและความมั่นคงของชาติ) ... อย่าอ้าง
ประชาชนเพื่อลิดรอนสิทธิประชาชน ...
ยุติอัตตาความเป็นจอมแบล๊กเมลของคุณเถอะครับ คุณสนธิ ... ก่อนไม่มีแผ่นดินจะ
อยู ... ผู้ใหญหลายคนก็คอยแตดูทิศทางลมก่อนแสดงความคิดเห็น ... คนตัวเล็กอย่าง
ผม ทนปล่อยใหคนมุ่งมั่นทํางานเพื่อชาติเดินตามลําพังต่อไปไม่ไดแลวครับ คุณ
สนธิ ...
ท้ายสุด ปนี้เป็นปของพระองค์ท่าน ... ทักษิณพยายามดันสุวรรณภูมิก็เพื่อใหมีสิ่งไวอวด
แขกบ้านแขกเมืองกับชาวบ้านเขาบ้าง ... คุณกล้าดีอย่างไร ... ไมสนใจหน้าตาของ
พระองคท่าน ทําให้ประเทศดูหม่นหมอง ... ท่านจะยืนสู้หน้าแขกต่างเมืองอย่างไรถ้า
บ้านเมืองมันพึ่งผ่านความวุ่นวายมา ... ใครก็เอาอํานาจพระองคท่านไปไม่ได้หรอกครับ
ทุกคนรู้อยู่แก่ใจดี ... อย่าเอาท่านมาอ้าง มันเกินไป ... คุณไม่คู่ควรเลยครับ ...
คนคิดไล่นายกฯ ต้องอ่าน...
รับฟังแต่ยังไม่เห็นประเด็นที่น่าสนใจใดนัก
ผมเชิญคนที่รักประชาธิปไตย รักรัฐธรรมนูญ รักในสิทธิเสรีภาพ ช่วยดูข้อความนี้ และหากเห็นด้วยอยากให้ช่วยส่งต่อ ๆกันนะครับ
"สิทธิการชุมนุมอย่างสงบและปราศจากอาวุธ เป็นสิทธิของประชาชนที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ หากรักประชาธิปไตย รักรัฐธรรมนูญ รักสิทธิและเสรีภาพ ขอให้ร่วมปกป้องสิทธินี้ ด้วยการเรียกร้องไม่ให้มีการปราบปราม และใช้ความรุนแรงกับผู้ชุมนุมทุกฝ่าย"
นายกที่ทำงานหนัก บางเรื่องอาจไม่ถูกใจบางคน บางเรื่องกระทบผลประโยชน์บางคน
ช่วงนี้การเมืองไทยร้อนมาก ผมไม่อยากเห็นบ้านเมือง
วุ่นวาย ประเทศไทยก้าวมาถึงขนาดนี้แล้ว ผมร่วมต่อสู้เผด็จการ 14ตค2516 6ตค2519 และ 18พค2535 ทุกครั้งเสี่ยงถึงชีวิตโดยเฉพาะ 2 ครั้งแรก
แต่เห็นบ้านเมืองตอนนี้แล้วผมอึดอัดมาก เพราะ backgroud ของผู้นำในการขับนายกฯ ไม่สวยเลย มีผลประโยชน์ส่วนตัวเคลือบแฝงไม่เหมือนในอดีตที่ผมออกไปประท้วง backgroud ไม่มีอะไรเลยคิดอย่างเดียวคือไม่อยากเห็นเผด็จการครองเมือง ไม่มีเจตนาอื่นแอบแฝง แต่ตอนนี้ ผู้ประท้วงขับไล่นายกฯนั้นประท้วงเพราะนายกฯ เอากฟผ.เข้าตลาดหลักทรัพย์, ปฏิรูปการศึกษาโดยเฉพาะขั้นพื้นฐานที่ให้ไปอยู่อบต., สนธิก็เสียประโยชน์จากรัฐบาลนี้, นักการเมืองทรท. บางคนที่ขัดแย้งกับนายกฯที่ไม่ยอมเอื้อประโยชน์, สุริยะใส (เลขาธิการ คปร.)นักศึกษาป.โทของธรรมศาสตร์เคลื่อนไหวเรื่องนี้เพราะต้องการข้อมูลมาทำวิทยานิพนธ์, จำลอง, เสนาะ, อุทัย, สว. บางคน ฯลฯ ล้วนมีการสูญเสียประโยชน์ส่วนตัวแอบแฝงทั้งสิ้น ย้ำประโยชน์ส่วนตัวนะไม่ใช่ผลประโยชน์ของประเทศชาติแบบในอดีต
แต่การประท้วงขับไล่นายกฯ มันก็ต้องสร้างภาพนายกฯให้เป็นยักษ์มาร ขาดจริยธรรม กินบ้านโกงเมือง เป็นทรราชย์ และต้องตอกย้ำซ้ำๆให้คนเห็นภาพที่สร้างเพื่อกลบเกลื่อน background ของตัวเอง และก็พยายามพูดกรอกหูผู้มาชุมนุมว่านี่คือการเมืองภาคประชาชนไม่ใช่ม็อบข้างถนน
ผมไม่อยากเห็นรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนถูกม็อบทำปู้ยี่ปู้ยำ เราเสียเลือดเนื้อและชีวิตไปเยอะแล้ว บางคนเป็นเพื่อนของผมด้วย อึดอัดมาก แต่ด้วยสถานะของผมการจะเคลื่อนไหวทำอะไรแบบในอดีตมันค่อนข้างลำบาก
ขอโทษครับ การกล่าวหาแบบนั้นมันไม่เหมาะสม สุริยะใสไม่ได้เรียนโทที่ธรรมศาสตร์แล้ว และไม่ได้ทำวิทยานิพนธ์แล้ว
ผมยืนยันการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ เป็นสิทธิที่รัฐธรรมนูญระบุไว้ชัดเจน ผมเชื่อว่าทุกกลุ่มทำได้ ไม่ว่าจะชอบจะเชียร์ ไม่ชอบ จะไม่เห็นด้วย
เพราะมันเป็นวิธีการที่ประชาชนจะแสดงความไหนด้วยกับอำนาจรัฐที่มันมีอำนาจมหาศาล (อย่างน้อยฆ่าคนได้โดยไม่ผิดกฎหมาย)
ผมยืนยันจะปกป้องสิทธินี้ให้คนทุกคนครับ
พักนี้โฆษณาประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลออกมาถี่มาก ถ้าวิเคราะห์กันจริงๆ จะทราบว่าเพราะอะไร ประชาชนใช่จะมีอำนาจแค่วันเลือกตั้ง คุณมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นตราบใดที่คุณอยู่ในสังคมประชาธิปไตย
การรับข้อมูลคงต้องดูทั้งสองฝ่ายนะครับอย่าเพิ่งตัดสินใจว่าฝ่ายใดดีหรือไม่ดี…เพราะตอนนี้พวกเราทุกคนกำลังตกอยู่ในภาวะการเล่นเกมของพวกมีผลประโยชน์ด้วยกันทั้งสิ้นอยู่ที่ว่าใครจะหาหลักฐานที่ชัดเจนได้มาอ้างอิงได้มากกว่ากัน การชุมนุมก็เป็นอีกวิธีการหนึ่งที่จะทำให้เกิดกระแสคัดค้าน การออกมาให้ข่าวของรัฐบาลก็เป็นกระแสหนึ่งที่ออกมาสร้างภาพและชี้แจงข้อดีข้อเสียของกันและกันไม่มีใครหลอกครับ…ว่าตนเองไม่ดีดังนั้นการพิจารณาไตร่ตองคงเป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคนที่จะต้องใจ้วิจารณญาณในการดูเพราะการเมืองบ้านเรามันเต็มไปด้วยผลประโยชน์ตั้งแต่ระดับล่างลงไปเลยเหมือนการแสดงละคร เหมือนอาชีพ ไม่ใช่การอาสาเข้ามาเพื่อรับใช้แอบแฝงเคลือบแคลงทั้งสิ้นไม่ว่าใครจะอยู่ข้างไหนจนตอนนี้รู้สึกว่าประเทศชาติเรากำลังถูกกระทำและผลคงต้องตกมาถึงเราดังนั้นใครมีข้อมูลที่เชื่อถือได้ก็เข้ามาแลกเปลี่ยนกันนะครับ
หน้าที่ของนายก และหน้าที่ของสนธิแตกต่างกัน......ฉะนั้นจะเขียนทำนองว่า นายกทำอะไร แล้วสนธิทำอะไรในลักษณะอธิบายการทำงานแต่แง่ดีที่ประชาชนมองเห็น (เฉพาะที่ประชาชนมองเห็น) แล้วตั้งคำถามว่าสนธิทำอะไร เป็นการเขียนที่เอียงเข้าหาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอย่างชัดเจน ชัดเจนจริงๆ
ในด้านที่ประชาชนมองไม่เห็นวิเคราะห์ไม่ออก ถึงเหตุผลของการกระทำ ยังไม่ได้พูดถึง
จริงอยู่ที่ทักษิณทำงานให้ชาติมากกว่า (เพราะเป็นหน้าที่โดยตรง)
แต่คนที่ไม่ได้ทำงานสื่อ คงมองไม่ออกว่าวิญญาณของคนข่าวที่ดี (ที่ดี) เขาทำหน้าที่เฝ้าบ้านอย่างไร เป็นหมาเฝ้าบ้านมากี่ยุคกี่สมัยของพวกกินบ้านกินเมือง แต่อันนี้คนส่วนใหญ่ไม่นับเป็น การทำประโยชน์เพื่อชาติ
ฉะนั้นคนเขียนจึงคิดไม่ออกว่าสนธิกำลังทำอะไร
และคิดไม่ออกว่าทักษิณกำลังทำอะไร
สำหรับคนที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว ต่อให้ทำงานหนักนอนกลางดินกินกลางทราย ต่อให้ทำมากมายกว่านี้แล้วได้ผลประโยชน์เข้าตนมากกมายหลายหมื่นล้าน ก็คุ้มเกินคุ้ม
-_-!
ตามบทบาทและหน้าที่
เอามาอ้างกันอย่างนี้ไม่ได้เลยครับ
ทักษินเป็นนายก ทำแบบนั้น ก็สมควรแล้ว ว่าแต่ทำจริงหรือเปล่า ด้วยการไม่มีเจตนาอื่นแอบแฝง
สนธิ เป็นสื่อมวลชน มีหน้าที่ ต้องนำเสนอ ข่าว มุมมอง ข้อเท็จจริง ให้คนอื่นรุ้
เอาบทบาทของนายกรัฐมลตรีไปเทียบกับบทบาทสื่อมวลชน
มันเกี่ยวกันมั้ยอ่ะครับ
จากปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นมานี้ ผมเป็นห่วงอนาคตของประเทศไทยมาก เพราะพลเมืองของประเทศจำนวนไม่น้อยขาดคุณภาพ ตั้งแต่ชนขั้นปกครอง ครูบาร์อาจาร์ย ข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ จนถึงคนเดินดินทั่วไป สาเหตุที่ผมกล่าวเช่นนี้มีดังนี้
1. ขาดศีลธรรม (ศีล 5) จะทำหรือพูดอะไรก็ได้เพื่อให้ได้เป้าประสงค์ ไม่ต้องคำนึงข้อเท็จจริง หรือศีลธรรม ตะแบงไปเรื่อยๆ โดยเฉพาะสื่อบางส่วนนั้นตัวดีเลย
2. ห่างจากหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า โดยเฉพาะบทกาลามะสูตร ท่านสอนให้หาข้อเท็จจริงกอนจึงจะเชื่อ แต่คนไทยปัจจุบันขี้เกลียดหา เชื่อเลยไม่ต้องเสียเวลา ไม่ต้องเหนื่อย
3. ไม่ทำใจเป็นกลางก่อนวิเคราะห์ จริงอยู่มนุษย์เราหาความเป็นกลางนั้นยาก แต่ก่อนจะวิเคราะห์เรื่องใดเรื่องหนึ่งต้องขจัดอคติที่มีต่อฝ่ายต่างๆออกไปเสียก่อนถึงจะวิเคราะห์ได้เป็นกลางและถูกต้อง ส่วนใหญ่จะตั้งธงในใจอยู่แล้วว่าต้องเป็นอย่างนี้หรืออย่างนั้น
4. จะเอาชนะกันโดยไม่คำนึงผลที่จะเกิดขึ้นต่อส่วนรวม (เห็นแก่ตัว) และมักอ้างทำเพื่อส่วนรวม คนที่ทำงานเพื่อส่วนรวมไม่ต้องพูดชาวบ้านก็รู้ ชาวบ้านไม่โง่อย่างที่ท่านคิด
5. ยกตนข่มท่าน โดยเฉพาะนักวิชาการ อาจาร์ยในมหาวิทยาลัย มักมองเห็นชาวบ้านโง่กว่าตน ไม่รู้อะไร ถูกหลอกง่าย ถูกซื้อได้โดยเงินไม่กี่ร้อย ผมไม่เห็นนักวิชาการมีผลงานวิจัยอะไรที่เด่นเป็นหน้าเป็นตาของประเทศ ได้แต่พูดตามและคล้อยตามคำสอนของฝรั่งเท่านั้น
6. มีอัตตาสูง โดยเฉพาะคนที่มีการศึกษาสูง ยิ่งแย่ มักเข้าข้างตนเอง มองว่าสิ่งที่ตนเองทำและเข้าใจนั้นถูกหมด คนอื่นที่เห็นไม่ตรงกับตนเองนั้น ผิด ใช้ไม่ได้ โง่ เลว
ผมขอให้ทุกฝ่ายจงละทิ้งอัตตา ประโยชน์ส่วนตน เอาธรรมมะเป็นที่ตั้ง หันหน้าเข้าหากัน ปรึกษาหารือหาทางออกกัน ถอยกันคนละก้าวเพื่อให้ประเทศมีความสงบสุข หรือถ้าจะไม่ยอม ก็ขอให้รอไปปีหน้าแล้วค่อยมาทะเลาะกันใหม่ เนื่องจากปีนี้เป็นปีมหามงคลของประเทศที่จะฉลองในหลวงของเราทรงครองราชยาวที่สุดในโลกถึง 60 ปี ขอให้ทุกฝ่ายจงยุติการเคลื่อนไหวเพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อในหลวงของเรา ผมเห็นเวลาชุมนุมมักจะเอารูปในหลวงขึ้นหน้าและมักจะอ้างว่าทำเพื่อนในหลวงของเรา แต่ถ้าพวกท่านไม่ยอมยุติ แสดงสิ่งที่ท่านเคยพูดว่าทำเพื่อในหลวงทั้งหมดนั้นเป็นเท็จทั้งสิ้น และถ้าเป็นเช่นนั้นผมจะเรียกร้องประชาชนทั่วประเทศช่วยขับไล่กลุ่มคนพวกที่ไม่ยอมยุติเพื่อในหลวงให้ออกจากประเทศไทย
ตอนที่พระเจ้าสร้างมนุษย์ขึ้นมาใหม่ๆ อวัยวะต่างๆในร่างกายก็ทะเลาะกันว่า ใครควรจะเป็นหัวหน้า
สมองก็บอกว่า ฉันควรจะเป็นหัวหน้า เพราะฉันคิดและตัดสินใจต่างๆนานา
เท้าก็เถียงและบอกว่า ฉันต่างหากที่ควรเป็นหัวหน้า เพราะฉันเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดและต้องพาพวกแกทั้งหลายเคลื่อนไปยังจุดหมาย
มือก็สวนขึ้นมาทันที ฉันต่างหากที่ควรเป็นหัวหน้า เพราะฉันทำงานหาเงิน มาทำให้พวกแกทั้งหลาย มีชีวิตอยู่ได้
แล้วทั้งอวัยวะทั้งร่างกายก็ต่างยกเหตุผลที่ว่าตัวเองควรเป็นหัวหน้า จนมาถึง ตูด
ยังไม่ทันจะเอ่ยเหตุผลของตัวเอง ทุกอวัยวะก็ขำกลิ้ง แล้วพร้อมใจบอกว่าไม่มีทาง พวกเราไม่มีวันให้ตูดเป็นหัวหน้าแน่นอน
เมื่อเป็นดังนั้น ตูดก็สไตร์ค ไม่ยอมทำงาน เพียงไม่นาน อวัยวะต่างๆ ก็ปั่นป่วนไปหมด
สมองที่ว่าแน่ๆ ถึงกับสลบเหมือด จนในที่สุดต้องยอมให้ตูดเป็นหัวหน้า
จากนั้น ทุกอวัยวะก็ต้องก้มหน้าก้มตาทำงานของตัวเองต่อไป
ในขณะที่หัวหน้า ก็มีหน้าที่นั่งเฉย แล้วก็ปล่อยขี้ออกมา
ดังนั้น
คุณไม่ต้องคิดว่าจะให้คนที่มีสมองเป็นหัวหน้า เพราะมันเป็นหน้าที่ของตูดเท่านั้น
เราเชื่อว่าทุกคนในประเทศนี้รักชาติรักในหลวง เราอยากเห็นประเทศของเราเจริญรุ่งเรือง เราอย่างอยู่ในประเทศที่มีความผาสุข แต่ช่วงเวลานี้ความปรองดองของคนในชาติต้องเน้นให้มากกว่าปกติ เพราะสถานการณ์มันร้อนจนบางที่อาจทำให้ขาดสติได้ ไม่ต้องมาโทษว่าใครเป็นต้นเหตุ (เพราะไม่มีใครยอมรับหรอก) มุ่งเดินสายกลาง หยุดกล่าวหากัน หยุดใส่ร้ายกัน หยุกถากถางกัน หยุดยื่นคำขาด หยุดตั้งเงื่อนไข หยุดทุกอย่างที่ทำลายความปรองดองของพวกเรา หยุด...หยุด...หยุด...หยุด....
ถอยมาคนละ 3 ก้าว (ก้าวเดียวอาจน้อยไป) แล้วใช้สติคิดให้ดี ว่าที่ทุกฝ่ายกำลังทำกันอยู่ทุกนี้เพื่ออะไร ถ้าเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติ เรามั่นใจว่าเราเห็นตรงกันหมด แล้วมัวมาทะเลาะกันเพื่ออะไร ก็ในเมื่อมีเจตนาดีต่อประเทศชาติด้วยความบริสุทธิ์ใจด้วยกันทั้งนั้น จะทะเลาะกันทำไม จะเอาชนะกันเพื่ออะไร ทำไมไม่มาร่วมกันสร้างชาติของเราให้แข็งแกร่ง หรือว่าที่กำลังทำกันอยู่นี้คือการทำให้ชาติเจริญรุ่งเรืองและแข็งแกร่ง
ขอร้องให้ทุกฝ่ายยอมแพ้อย่างมีเกียรติโดยไม่ต้องตั้งเงื่อนไข "แพ้เป็นพระ ชนะเป็นมาร" แพ้ไม่เสียหน้าและไม่เสียเกียรติ ในทางตรงข้ามจะมีแต่คำยกย่องสรรเสริญ อย่ายอมเป็นผู้ชนะอย่างไร้เกียรติ เราขอร้องจากก้นบึ้งของหัวใจ สายเลือดไทย 100%
เราขอให้คนไทยทุกคน เอาในหลวงเป็นศูนย์รวมจิตใจและผลประโยชน์ของประเทศเป็นที่ตั้ง แล้วหันหน้ามาปรึกษาหารือกันตัดผลประโยชน์ของตนเองและมิจฉาทิฐิออก ถอยกันคนละก้าวสองก้าว ปัญหาต่างๆก็มีทางออก
ในหลวงท่านทรงตรากตรำและเหน็ดเหนื่อยเพื่อประเทศและประชาชนมามาก ทำไมพวกท่านที่ถือว่าตนเองมีการศึกษาและมีความรู้ถึงไม่รู้จักคิดเลือกเอาปีที่เป็นมหามงคลของท่านมาก่อความวุ่นวายให้ท่านไม่สบายใจและลำบากใจกันอย่างนี้ ผมขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายถวายความจงรักภักดี โดยการลดมิจฉาทิฐิและผลประโยชน์ของตนเองเสีย แล้วประเทศชาติจะสงบสุขและช่วยกันจัดงานฉลองปีมหามงคลนี้เพื่อถวายความจงรักภักดีให้กับในหลวงที่เป็นที่รักที่เคารพบูชาของประชาชนชาวไทยทุกคน
รายการถึงลูกถึงคน(3มีค)อธิการบดีธรรมศาสตร์ กล่าวย้อนให้ดูถึงสาเหตุของปัญหาบ้านเมืองในตอนนี้...ไปถึงว่าที่คนมาชุมนุมไล่นายกฯเพราะเรื่องการขายหุ้น ....ผมขออนุญาตเรียนว่าท่านควรจะต้องย้อนไปให้ไกลกว่านั้น....การที่มีผู้ชุมนุมไล่นายกฯนั้นไม่ได้เริ่มมาจากการขายหรือไม่ขายหุ้น....แต่เป็นเรื่องความขัดแย้งส่วนตัวของคน 2 คนนานกว่า 7 เดือน....แล้วมีการปะติดปะต่อเรื่องกรอกหูประชาชนทุกทางจนผมเบื่อฟังแล้วว่าหุ้น หุ้น หุ้น....บอกว่านายกฯทักษิณเป็นต้นเหตุของปัญหา....แล้วก็ยังพูดเรื่องหุ้นอยู่อีกแถมสร้างภาพให้นายกฯเป็นเผด็จการ เป็นระบอบทักษิณ เป็นพวกกินบ้านกินเมือง.....ผมว่าหยุดได้แล้ว...มันไม่ชัดเจนในมุมมองของประชาชน....คนจะพูดเรื่องนี้ให้ประชาชนเข้าใจได้ต้องทำการบ้านให้มากๆ....แค่ทำตัวให้มีบุคลิกดี พูดมีหลักกการนั้นไม่น่าจะพอ....
เราคิดว่า ทั้งนายกฯและผู้ที่คัดค้านนายกฯจะต้องไม่มัวมาโทษกันว่าใครเป็นต้นเหตุของปัญหา มันไม่จบ ทุกฝ่ายโทษตัวเองดีกว่า โทษตัวเองว่าเป็นต้นเหตุของปัญหา แล้วก็เริ่มแก้ที่ตัวเรา ไม่ต้องมาเสียเวลาแก้ตัว
3 มีนาคมที่ท้องสนามหลวง …..…..นายกฯอ้างความชอบธรรมว่าประชาชนส่วนใหญ่เลือกมาให้ทำงาน ก็จะทำงานภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญให้ดีที่สุด พร้อมสาบานต่อหน้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สนามหลวงซึ่งคนไทยทั้งประเทศนับถือ ว่าไม่ได้เป็นอย่างที่ถูกกล่าวหา ท่ามกลางประชาชนหลายแสนคน และขอให้ช่วยกันไปเลือกตั้ง หากได้คะแนนเสียงไม่ถึงครื่งของผู้มาใช้สิทธิ์จะไม่เป็นนายกฯต่อ และจะปฏิรูปการเมืองทันทีหากได้รับเลือกเข้ามา โดยการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยคนกลาง ให้เสร็จภายใน 9-15 เดือน แล้วยุบสภาทันทีเพื่อให้เลือกตั้งกันใหม่ตามรัฐะรรมนูญที่แก้แล้ว และในช่วง 9-15 เดือนหากมีการประมูลเกิน 100 ล้านจะให้มีคนนอกที่เป็นกลางเข้าไปเป็นกรรมการด้วย………นี่คือสัญญาประชาคม………
ประชาชนรับได้ไหม..ต้องดูคะแนนเสียงที่เลือกนายกฯวันที่ 2 เมษา.......ฝ่ายค้านและม็อบรับได้ไหม....ไม่ต้องรอเลือกตั้งรับไม่ได้อยู่แล้วเพราะฟันธงแล้วไงว่านายกฯต้องออกเท่านั้น มองข้ามหัวประชาชนไปเลย เล่นกันแบบนี้บ้านเมืองมันจึงวุ่น
นักวิชาการบางคนก็เอาด้วยกับม็อบ ช่วยกันเติมเชื้อเข้าไป กลัวไฟจะมอดหรือไง???? สื่อมวลชนก็ให้ความสนใจเหลือเกิน แล้วก็หาว่าสื่อถูกปิดกั้น ช่วยกันเติมใหญ่ สถานีวิทยุ FM 92.25 และ 97.75 ถ่ายทอดทุกคำพูดเวลาที่ม็อบปราศัยทุกที่ ทั้งที่สวนลุม ลานพระรูปฯและสนามหลวง แต่ไม่ทอดถอดเมื่อคืนวันที่ 3 มีนา ที่นายกฯพูด ใช้วิธีตัดมาออกอากาศเป็นท่อนแล้วก็มีโฆษกของสถานีพูดกล่าวร้ายนายกฯทับเข้าไปจนฟังไม่รู้เรื่องว่านายกพูดอะไร(อาจเป็นเพราะอยู่ในช่วงเลือกตั้ง) ทำไม????? เกิดอะไรขึ้นในบ้านเมืองนี้(ต้องจับตามองว่าวันที่ 5 มีนา สถานีทั้งสองจะถ่ายทอดทุกคำพูดหรือไม่ ถ้าทำหล่ะ) นี่คือขบวนการทำลายล้างนายกฯที่ประชาชนส่วนใหญ่เลือกมาตามระบอบประชาธิปไตยใช่หรือไม่?????? นี่คือการกระทำที่เข้าข่ายเป็นปฏิปักต่อการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยหรือไม่????
เชื่อมโยง ความคิด นานา
นักวิชาการบางคน เสนอว่า….. ปัญหาบ้านเมืองขณะนี้ควรถอยกันคนละก้าว โดยให้นายกฯลาออกแล้วเว้นวรรคทางการเมือง แล้วให้มีการปฏิรูปการเมือง เพื่อลดความขัดแย้ง…..ผมเห็นว่าไม่เป็นกลาง ทำไมไม่มีการเสนอด้วยว่า ให้ผู้ชุมนุมหยุดการชุมนุม กลัวอะไรหรือ …และการที่เสนอให้นายกฯลาออกนั้น ท่านไม่ได้คิดถึงหัวใจของคนที่เขาเลือกนายกฯเลย ท่านทำร้ายหัวใจของพวกเขาทั้งที่เป็นคนส่วนใหญ่ซะด้วย ประชาธิปไตยเราเคารพทุกเสียงทุกความเห็น แต่เสียงส่วนใหญ่ไม่มีความหมายในระบอบประชาธิปไตยหรืออย่างไร ความเห็นของท่านที่แสดงออกมามันทำให้รู้สึกทันทีว่า เสียงส่วนใหญ่เป็นพลเมืองชั้น 2 ของประเทศใช่หรือไม่ ถ้าอย่างนั้น เวลาเลือกตั้งก็กำหนดไปเลยว่า เวลานับคะแนนเสียงใครจบป.เอก 1 คนนับ 500 คะแนน จบป.โท 1 คนนับ 400 คะแนน จบป.ตรี 1 คนนับ 300 คะแนน ……….ไม่จบอะไรเลย 1 คนนับ 1 คะแนน เอาอย่างนี้เลยไหมครับ จะได้เป็นพลเมืองชั้น 2 เต็มตัวไปเลย
อีกประการหนึ่ง เวลาที่นักวิชาการและม็อบบอกว่า "นายกฯขาดความชอบธรรมที่จะบริหารบ้านเมืองต่อไปแล้ว ต้องออกได้แล้ว" คนส่วนใหญ่ที่เลือกนายกฯก็จะรู้สึกได้ทันที คนที่พูดแบบนี้ตั้งตัวเป็นศาลเป็นผู้พิพากษา ทำไมสังคมเราต้องเป็นอย่างนั้นครับ ทำไมพวกท่านจึงมีคุณสมบัติที่จะตัดสินหรือพิพากษาว่า ใครผิดใครถูก นายกฯขาดจริยธรรมและหมดความชอบธรรม ชะตาทางการเมืองขาดแล้ว พวกท่านตัดสินได้หรือครับ และทำไมต้องเชื่อท่านล่ะครับ ท่านรักประเทศไทย ผมก็รักประเทศไทย ไม่อยากเห็นบ้านเมืองวุ่นวาย ไม่อยากเห็นว่ามีใครแพ้ใครชนะ เพราะจริงๆแล้วไม่มีใครชนะเลย มีแต่ผู้แพ้และผู้แพ้คือประเทศของเรา ท่านเลือกที่จะเอาแบบนี้หรือครับ
ความเห็นที่แตกต่าง เป็นเรื่องธรรมดา ควรรับฟัง แล้วนำมาวิเคราะห์ ด้วยความสมเหตุสมผล หลายความเห็นข้างต้น ทำให้ผมมีความรู้เพิ่มขึ้น มีมุมมองที่กว้างขึ้น
การเมือง เป็นเรื่องของการจัดการผลประโยชน์ เพื่อคนทั้งมวล ทุกคนเป็นเจ้าของประเทศ การแบ่งชนชั้นมีอยู่ตามธรรมชาติทุกสังคม การครอบงำคนอื่นเป็นเรื่องที่ไม่น่ากระทำ การตั้งข้อกล่าวหาคนอื่นก็เช่นกัน ชนชั้นใดขับเคลื่อนสังคม ชั้นแรงงาน ชั้นสมอง ผู้ประอกบการ ทุกส่วนล้วนเกี่ยวโยงกัน มีส่วนในการขับเคลื่อนประเทศทั้งสิ้น
ดร.ในประเทศที่ด้อยพัฒนาหรือกำลังพัฒนา จะมีความคิดหรือวลีที่แหลมคม ฟังดูแล้วน่าเชื่อถือ น่าเลื่อมใส จึงไม่แปลกที่ในมหาวิทยาลัยหลายที่จะมีบรรดาปราชญ์เหล่านี้ชี้นำ หรือบ่มเพาะวิธีคิดผ่านลูกศิษย์ลูกหา แยกสีในองค์การต่างๆ เช่น ชมพู ดำ แดง ขาว เขียว เป็นต้น แบ่งแยกชั้นกันอย่างชัดเจน เป็นตัวชีวัดคุณภาพของสถาบัน หรือบัณฑิต ซึ่งถือว่าเป็นส่งที่ดีทำให้คนมีคุณภาพ แต่การเล่นพรรคเล่นพวกเป็นส่งที่แย่มากในสังคม สะท้อนความไม่เท่าเทียมของสังคมมาโดยตลอด จนถึงปัจจุบัน สังคมเมืองได้การศึกษาที่ดี สังคมชาวบ้านนาแย่ ไม่มีใครเหลียวแล มันสะท้อนถึงความไม่เท่าเทียมมาหลายยุคหลายสมัย มีรัฐบาลหรือภาคประชาชนใดบ้างที่ดูแลอย่างจริงจัง ให้เกิดความเสมอภาคในโอกาส ไม่กระจุกตัวเฉพาะสังคมเมือง เขาทั้งหลายเป็นภาคการผลิตที่บำรุงเลี้ยงพวกท่าน พวกท่านมีมโนสำนักบ้างหรือไม่
ประชาชนอาวุโส ใครตั้งท่าน ท่านเป็นผู้นำตามธรรมชาติหรือไม่ หรือเป็นผู้นำตามธรรมชาติของคนเมือง ใครเป็นรัฐบุรุษ ทำไมชอบชี้นำสังคมกันจัง
ดร.หรือชนชั้นกลางทั้งหลาย อย่าทำให้ช่องว่างทางภูมิปัญญาของพวกท่านกับพวกเขาห่างออกไปกว่านี้อีกเลย
มีไหมที่นักศึกษารุ่นใหม่จะอาสาพัฒนาชนบท เป็นพี่เลี้ยงน้องๆในชนบท ให้มีโอกาสเท่าเทียมพวกท่าน ยกระดับความเป็นอยู่ของพวกเขาให้อยู่ดีกินดี มีโอกาสศึกษา มีงานทำที่ดี ไม่ต้องทุกคน
การศึกษาควรเรียนฟรี จบมามีงานทำแล้วค่อนจ่ายคืนรัฐได้ไหม ทำไมต้องกู้เรียน หรือกลัวพวกเขาจะฉลาดเท่าเทียมท่าน
ที่เป็นอยู่เพราะความไม่เทียมของสังคมเมืองกับชนบท เมื่อการศึกษาดีขึ้น วลีที่แหลมคมของ ดร.ทั้งหลายจะเป็นเรื่องธรรมดา เพราะเขามีวิจารญาณในการับรู้รับฟังเช่นกัน
ผมไม่ได้รังเกียจ ดร.เพียงแต่เปรียบเปรยอุปมาอุปไมย ทำไมคนที่มีความรู้ชอบตัดสินคนอื่นอยู่ร่ำไป
ขัดแย้งได้แต่อย่าถึงขั้นบ้าเลือด/หลังเขา
…..ก็เรามีรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน เรามีนายกฯและรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ไม่ได้ปฏิวัติรัฐประหารเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจ แล้วจู่ๆก็มีคนกลุ่มหนึ่งตั้งตัวเป็นศาลเตี้ยไม่ยอมรับคำตัดสินของศาลตามรัฐธรรมนูญออกมาข่มขู่ขับไล่นายกฯ และถ้านายกฯลาออกจริง มันก็ต้องมีนายกฯคนใหม่ คราวนี้นายกฯคนใหม่และพวกเราทั้งหลายจะมีความภาคภูมิใจตรงไหน ยามที่นายกฯคนใหม่ยืนบนเวทีโลก ผู้คนทั้งโลกจะมองนายกฯและประเทศของเราด้วยสายตาหยามเหยียดที่ได้เห็นความอัปลักษณ์ทางประชาธิปไตยในประเทศเรา ….มีของดีอยู่แท้ๆน่าจะช่วยกันทะนุถนอมรักษาไว้ให้ดี วิญญาณวีรชน14ตค16คงน้ำตาไหลและกำลังสาปแช่งเราอยู่ ที่ท่านอุตส่าห์สละชีวิตต่อสู้กว่าจะได้มาซึ่งประชาธิปไตยจะต้องมาถูกคนบางกลุ่มย่ำยีบ่อนทำลาย….ร้ายยิ่งกว่านั้นสังคมยังปล่อยให้กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมายเห็นตำตาอยู่ตอนนี้โดยไม่มีใครในประเทศนี้กล้าจัดการอะไรเลย เกรงกลัวกันหมดไม่มีใครกล้าแตะต้อง…วันข้างหน้าลูกหลานจะอยู่กันอย่างไรครับถ้าสังคมที่ประกอบด้วยคนหมู่มากเป็นประเทศไทยไม่ยึดมั่นในรัฐธรรมนูญ
คุณ สายเลือดไทย พูกถูกต้องเลยครับ
ซึ่งไม่ว่าใครจะเชีย สนธิ หรือ นายกนั้น ใครที่อ่านข้อความนีเแล้วทำตัวเป็นกลางดีที่สุดครับ