ช่วงนี้การเมืองไทยร้อนมาก ผมไม่อยากเห็นบ้านเมือง
วุ่นวาย  ประเทศไทยก้าวมาถึงขนาดนี้แล้ว ผมร่วมต่อสู้เผด็จการ 14ตค2516  6ตค2519  และ 18พค2535 ทุกครั้งเสี่ยงถึงชีวิตโดยเฉพาะ 2 ครั้งแรก

แต่เห็นบ้านเมืองตอนนี้แล้วผมอึดอัดมาก เพราะ backgroud ของผู้นำในการขับนายกฯ ไม่สวยเลย มีผลประโยชน์ส่วนตัวเคลือบแฝงไม่เหมือนในอดีตที่ผมออกไปประท้วง backgroud ไม่มีอะไรเลยคิดอย่างเดียวคือไม่อยากเห็นเผด็จการครองเมือง ไม่มีเจตนาอื่นแอบแฝง แต่ตอนนี้ ผู้ประท้วงขับไล่นายกฯนั้นประท้วงเพราะนายกฯ เอากฟผ.เข้าตลาดหลักทรัพย์, ปฏิรูปการศึกษาโดยเฉพาะขั้นพื้นฐานที่ให้ไปอยู่อบต., สนธิก็เสียประโยชน์จากรัฐบาลนี้, นักการเมืองทรท. บางคนที่ขัดแย้งกับนายกฯที่ไม่ยอมเอื้อประโยชน์, สุริยะใส (เลขาธิการ คปร.)นักศึกษาป.โทของธรรมศาสตร์เคลื่อนไหวเรื่องนี้เพราะต้องการข้อมูลมาทำวิทยานิพนธ์, จำลอง, เสนาะ, อุทัย, สว. บางคน ฯลฯ ล้วนมีการสูญเสียประโยชน์ส่วนตัวแอบแฝงทั้งสิ้น ย้ำประโยชน์ส่วนตัวนะไม่ใช่ผลประโยชน์ของประเทศชาติแบบในอดีต

แต่การประท้วงขับไล่นายกฯ มันก็ต้องสร้างภาพนายกฯให้เป็นยักษ์มาร ขาดจริยธรรม กินบ้านโกงเมือง เป็นทรราชย์ และต้องตอกย้ำซ้ำๆให้คนเห็นภาพที่สร้างเพื่อกลบเกลื่อน background ของตัวเอง และก็พยายามพูดกรอกหูผู้มาชุมนุมว่านี่คือการเมืองภาคประชาชนไม่ใช่ม็อบข้างถนน

ผมไม่อยากเห็นรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนถูกม็อบทำปู้ยี่ปู้ยำ เราเสียเลือดเนื้อและชีวิตไปเยอะแล้ว บางคนเป็นเพื่อนของผมด้วย อึดอัดมาก แต่ด้วยสถานะของผมการจะเคลื่อนไหวทำอะไรแบบในอดีตมันค่อนข้างลำบาก