Physically Respect หนึ่ง และ การเคารพด้วยจิตใจแท้จริง .. Spiritually Respect อีกหนึ่ง .. คนเป็นครูสามารถเลือกได้ ด้วยการกระทำของตน

   กำลังทานข้าวกลางวันครับ  งานอบรมครูต่างชาติรุ่น 4 ดำเนินมาตั้งแต่ 8.30 น.

  • ผมและทีมงานไปทำอะไรมาแล้วบ้าง 
  • ใครคือผู้เข้ารับการอบรม
  • ผลเป็นอย่างไร

     อยากเล่าแต่ยังไม่ควรทำตอนนี้ .. ก็กำลังทานข้าวอยู่นี่ครับ .. ดูภาพชุดแรกไปก่อนก็แล้วกัน .. แล้วค่อยเข้ามาดูรายละเอียดทีหลัง .. สัญญาว่า บ่ายๆจะมาเขียนเพิ่มครับ

 

   .....  ขณะนี้เวลาบ่ายสามโมงเศษ  ผมขอทำตามสัญญา คือมาเล่าเรื่องต่อครับ  ขณะเขียนอยู่นี้  บนเวที วิทยากรรับเชิญคือ รศ.ดร.พิชญ์  สมพงษ์ จาก ม.รามคำแหง กำลังชวนครูต่างชาติคุยเรื่องเกี่ยวกับสังคมไทยครับ ... Thai Society .. ประเด็นย่อยที่ชวนคุยได้แก่

  1. Social Structure
  2. Ways of Life
  3. Politics and Government
  4. Environments ( Social & Natural )
  5. Thai Wisdoms

      ขณะนี้กำลังพูดเรื่อง Social Institutions ครับ .. มีอยู่ตอนหนึ่งเมื่อก่อน Break ที่พูดกันเรื่อง สถานภาพ หรือการยอมรับนับถือ การเคารพ ที่มีให้กันว่า อยู่ที่การเรียนสูง  อยู่ที่การมีเงินมาก แนวโน้มมักเป็นเช่นนั้น .. ผมอดไม่ไหวก็ขอแจมด้วยว่า การได้รับการเคารพนับถือนั้น มี 2 ระดับ แบบที่เห็นเป็นกายภาพ .. ที่ผมเรียกมันว่า Physically Respect หนึ่ง และ การเคารพด้วยจิตใจแท้จริง .. Spiritually Respect อีกหนึ่ง .. คนเป็นครูสามารถเลือกได้ ด้วยการกระทำของตน

     ขอถอยหลังกลับไปเล่าตั้งแต่เริ่มรายการอย่างย่อๆครับ

  • 8 โมงเศษๆ ผมมาถึง  ที่สายไปหน่อยเพราะมัวนั่งบันทึก เรื่องนี้ ก่อนออกจากบ้าน  และเมื่อวานตอน 4-5 โมงเย็นผมได้เข้าไปดูความเรียบร้อย ของสถานที่ เครื่องมือเครื่องใช้ และคำกล่าวรายงาน คำกล่าวเปิดเรียบร้อยแล้ว จึงใจเย็นได้มากขึ้น
  • พิธีเปิดกำหนดไว้ที่ 9.00 น. แต่ผู้เข้าอบรมมาเกือบครบแล้ว เราก็ปล่อยภาพสไลด์โชว์ ประกอบดนตรีเบาๆ ให้ชมกัน  เป็นภาพกิจกรรม  รอยยิ้ม และความสุขที่เกิดขึ้นในการอบรมรุ่น 1-2-3 ที่ผ่านมา
  • เวลาประมาณ 8.45 น. ผมเริ่มทักทาย แนะนำสถานที่ ห้องน้ำ และสถานที่ ที่เราจะทานข้าวกลางวัน และ Coffee Break
  • สิ่งสำคัญที่ผมยำคือ เป้าหมายของการอบรม ในหลักสูตน 20 ชั่วโมง ที่เป็นไฟลท์บังคับ ว่าครูต่างชาติทุกคนที่ต้องการขอรับใบประกอบวิชาชีพครู  จะต้องผ่านหลักสูตรนี้ก่อน และเป็นหลักสูตรที่รับรองโดยคุรุสภา .. Approved by The Teachers' Council of Thailand .. และไม่ลืมตอกย้ำว่า เป็นแค่ Basics ในเรื่อง ภาษาไทย  ศิลป วัฒนธรรมไทย และเรื่องของจรรยาบรรณวิชาชีพ ... เพราะเคยมีคนเข้าใจผิด คิดคาดหวังมากเกินไป กับแ 20 ชั่วโมง
  • ผมชี้ว่าแต่ละคนอยู่เมืองไทยมาแล้ว 1-3 ปี ย่อมมีความรู้หลากหลายอยู่ในตน  ถูกบ้าง ผิดบ้าง เป็นธรรมดา .. ในการอบรมจึงเป็นโอกาสทองที่จะได้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน  พบเพื่อนใหม่  สร้างเครือข่ายการเรียนรู้ให้เกิดขึ้น  และผมสัญญากับเขาว่า จะทำหนังสือรุ่นที่มีหน้าตา  ที่อยู่  E-mail และเบอร์โทร ของทุกคน ให้ทันแจกในพิธีรับประกาศนียบัตร ในวันที่ 26 มีค. 51 แถมยังจะแจกแผ่น Cd บรรจุภาพกิจกรรมที่เป็น Electronic Photo Album แลบรรดา Powerpoint ของวิทยากรไว้ให้ด้วย อีกชิ้นหนึ่ง
  • จากนั้นผมก็พาเขาตรวจสอบเอกสารและสิ่งที่จัดไว้ให้ในกระเป๋าว่ามีอะไรบ้าง  ครบถ้วนหรือไม่ ก็พอดีถึงเวลาเปิด คือ 9.00 น.
  • ท่านอธิการบดีไม่ว่าง ประธานพิธีเปิดจึงเป็น ท่านคณบดี ผศ.จำรัส  มีกุศลแทนครับ
  • ..... To be continued ! ... ยังมีต่อครับ !
  • ขอเล่าต่อนะครับ (25 มีค. 51 21.50 น.)
  • ผศ.ประไพ บวรฤทธิเดช ผอ.ศูนย์ศึกษาการพัฒนาครูกล่าวรายงาน ถึงความเป็นมาและจุดมุ่งหมายของการฝึกอบรม รวมทั้งข้อมูลเกี่ยวกับผู้เข้ารับการอบรมทั้ง 33 คน และท่านคณบดี กล่าวเปิดอย่างเป็นทางการ ทั้งหมดใช้ภาษาอังกฤษ เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรม ฟังรู้เรื่อง
  • หลังพิธีเปิด มีเวลาเหลือ ราว 20 นาที โดยที่วิทยากรของช่วงเช้ายังไม่เข้ามา ผมจึงถือโอกาส "เล่นง่ายๆแต่ได้ผล" ด้วยการไปขอป้ายชื่อติดหน้าอกที่เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้แจกมาทั้งกล่อง และเดินไปบอกคนแรกให้หยิบป้ายชื่อของคนที่เขาไม่รู้จักมา 1 ใบ และทำเช่นนั้นไปสักสองสามคน ก่อนที่จะประกาศขอความร่วมมือว่า เมื่อกล่องนี้ผ่านไปถึงใครก็ให้ทำอย่างเดียวกัน ที่ต้องทำเช่นนี้ก็เพราะมีบางโรงเรียนส่งมาหลายคนครับ
  • จากนั้นผมก็บอกว่าให้ทุกคนยืนขึ้น และช่วยผมทำงานสักหน่อย ขอให้เสร็จภายใน 15 นาที  งานนั้นก็คือ ช่วยตามหาเจ้าของป้ายชื่อให้เจอ และมอบป้ายให้เขาด้วย พร้อมบอกว่าเมื่อสอบถามแล้ว ไม่ใช่จะถามจะคุยอะไรต่อก็ได้ ไม่มีข้อห้าม
  • ได้ผลมากเกินคาดครับ เสียงพูดคุยมีอย่างต่อเนื่อง ภาพพวกเขาจับมือและสนทนากันก็กระจายอยู่เต็มห้อง จนกระทั่งวิทยากรชุดแรก คือ อ.ตุ๋ย กาญจนา และ อ.อารีนาฏ เดินเข้ามาให้ผมได้แนะนำวิทยากรแบบละลายไปกับเรื่องเดิม เป็นเนื้อเดียวกัน สลายความเป็น Formality ออกไป ตามสไตล์ที่ผมชอบ
  • แล้วผมก็นั่งเฝ้าดู ร่วมแจมเป็นระยะ ในจังหวะที่เห็นว่าควรทำ เพื่อเสริม เติมเต็มในบางเรื่องที่ทำได้ ยาวไปจนถึงภาคบ่าย-เย็น ที่วิทยากรจากม.รามคำแหงคือ รศ.ดร.พิชญ์  สมพงษ์ มาสอนดังที่เล่าไว้ตอนต้นครับ