ญาณิน แสงเสวตร. (2551). รายงานการศึกษาประสิทธิภาพของแบบฝึกเพื่อพัฒนาทักษะการอ่าน
การเขียนสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3.
บทคัดย่อ
รายงานการศึกษาประสิทธิภาพของแบบฝึกเพื่อพัฒนาทักษะการอ่านการเขียน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของแบบฝึกเพื่อพัฒนาทักษะการอ่านการเขียน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 และศึกษาคะแนนพัฒนาการด้านการอ่านการเขียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
ประชากรคือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ 3 ปีการศึกษา 2550 ที่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ทุกคน ซึ่งได้จากการสำรวจนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ 2 ปลายภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2549 ทุกโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพระนครศรีอยุธยา เขต 1 มีนักเรียนที่อ่านไม่ออกจำนวน 260 คน และเขียนไม่ได้จำนวน 323 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบฝึกเพื่อพัฒนาทักษะการอ่านการเขียน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 คู่มือการใช้แบบฝึกเพื่อพัฒนาทักษะการอ่านการเขียน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 แบบทดสอบการอ่านการเขียนก่อนและหลังการใช้แบบฝึกเพื่อพัฒนาทักษะการอ่าน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 แต่ละเรื่อง รวม 5 เรื่อง ได้แก่ เรื่องคำที่ประสมด้วยสระเสียงยาว คำที่ประสมด้วยสระเสียงสั้น คำที่มีวรรณยุกต์ คำที่มีตัวสะกด และคำที่มีสระเปลี่ยนรูป และแบบทดสอบรวมหลังการใช้แบบฝึกเพื่อพัฒนาทักษะการอ่านการเขียน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 รวมทั้ง 5 เรื่อง ระยะเวลาในการวิจัยตั้งแต่ 25 กรกฎาคม 2550- 15 มกราคม 2551 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ คะแนนเฉลี่ย หาค่าความเที่ยงตรงของแบบฝึก และแบบทดสอบโดยการหาค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) หาค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบโดยใช้สูตรสัมประสิทธิ์แอลฟา ( = Coefficient) ของครอนบาค (Cronbach) และหาประสิทธิภาพของแบบฝึกโดยใช้สูตร E 1 / E 2
ผลการวิจัย พบว่า
แบบฝึกเพื่อพัฒนาทักษะการอ่านการเขียน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 มี
ประสิทธิภาพตามเกณฑ์ โดยทักษะด้านการอ่านมีประสิทธิภาพ 72.00 / 75.33 และทักษะด้านการเขียนมีประสิทธิภาพ 72.46 / 76.28 สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 70 / 70
ผลการประเมินคะแนนพัฒนาการ (Growth Score) ด้านการอ่านการเขียนของนักเรียน
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 พบว่า คะแนนพัฒนาการด้านการอ่านและการเขียนของนักเรียนชั้นประถม
ศึกษาปีที่ 3 หลังการใช้แบบฝึกสูงกว่าก่อนการใช้แบบฝึกเพื่อพัฒนาทักษะการอ่านการเขียน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 และมีผลการพัฒนาอยู่ในระดับค่อนข้างดีและระดับดี มากกว่าร้อยละ 60