สามคำถามในอภิปรัชา

คำถามสุดท้ายในอภิปรัชญาว่า

 

  • ตัวเราเอง โลกและชีวิต หรือทุกสิ่งทุกอย่างเป็นอย่างไร ?

 

ความเห็นทางพระพุทธศาสนาบ่งบอกไว้ชัดเจนว่าเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลง ดังเช่นใน ธัมมจักกับปวัตตนสูตร (ปฐมเทศนา) ในคราวที่ฤาษีโกญฑัญญะได้ดวงตาเห็นธรรมก็มีข้อความแสดงความเห็นว่า

  • ยงฺกิญจิ สมุทยธมฺมํ สพฺพนฺตํ นิโรธธมฺมํ
  • สิ่งหนึ่งสิ่งใดมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งปวงย่อมมีความดับไปเป็นธรรมดา

 

หรือในมหาปรินิพพานสูตร ซึ่งก่อนที่พระพุทธองค์จะเสด็จดับขันธปรินิพพาน ได้ตรัสไว้เป็นพระวาจาครั้งสุดท้าย (ปัจฉิมวาจา) ว่า

  • วยธมฺมา สงฺขารา อปฺปมาเทน สมฺปาเทถ
  • สังขารทั้งหลายมีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา เธอทั้งหลายจงยังความไม่ประมาทให้ถึงพร้อมเถิด

 

สำหรับผู้สนใจ อ่านพระสูตรทั้งสองนี้โดยพิสดาร ตาม Link ด้านล่าง

...........

สรุปว่าคำสอนทางพระพุทธศาสนามีความเห็นเบื้องต้นกับคำถามทั้งสาม คือ

คำถามแรก ....มาจากไหน ? พระพุทธเจ้า ไม่ทรงเฉลย โดยทรงให้เหตุผลว่า ไม่ใช่ปัญหาที่รีบเร่ง ปัญหาที่รีบเร่งก็คือทุกข์และการแก้ทุกข์ให้หมดไป โดยทรงเปรียบเทียบว่า คนต้องศรปักอก ต้องรักษาแผลก่อน มิใช่การค้นหาที่มาของศร... (แต่ก็มีบางพระสูตรที่พระพุทธเจ้าตรัสเล่าคำเฉลยปัญหานี้ จากนิทานที่เล่าต่อกันมาจากอดีต....)

คำถามที่สอง ....คืออะไร ? คำสอนทางพระพุทธศาสนาลดรูปสรรพสิ่งลงเหลือเพียง ๒ อย่าง คือ จิตใจและ วัตถุ... (แต่ก็มีสำนักพุทธปรัชญาในสมัยหลัง ลดรูปสรรพสิ่งลงเหลือเพียง จิตใจ โดยพัฒนามาจากพระพุทธพจน์ในประเด็นว่าจิตใจสำคัญกว่าวัตถุ)

คำถามที่สาม ....เป็นอย่างไร ? คำสอนทางพระพุทธศาสนาเน้น ความเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลง ของสรรพสิ่ง ทำนอง เกิดขึ้น ดำรงอยู่ แล้วก็แปรสลายไป... (แต่ก็ยังมีประเด็นถกเถียงกันในเรื่อง นิพพาน ว่าเที่ยงหรือไม่เที่ยง จนกระทั้งปัจจุบัน...)

............

บันทึกชุดนี้มี ๗ ตอน ซึ่งเป็นการประมวลคำถามอภิปรัชญาทั้งหมด และความเห็นทางพระพุทธศาสนา ผู้สนใจอาจอ่านทบทวนทั้งหมดได้อีกครั้งตาม Link... 

  •  จิรํ สนฺติฎฺฐตุ ชินสาสนํ
  • ขอคำสอนของสมเด็จพระชินเจ้าทรงดำรงมั่นตลอดกาลนาน.. เทอญ