เยี่ยมค่าย 1 วัน 3 ค่าย ณ จังหวัดกาฬสินธุ์ และ มหาสารคาม

เยี่ยมค่าย  Three in  one  (ขออภัยค่ะช่วงนี้อากาศร้อน  ประโยคอาจเพี้ยนบ้างเล็กน้อย)

    ได้รับกำหนดการจากกลุ่มงานกิจกรรม    ซึ่งเป็นช่วงที่จะต้องออกเยี่ยมค่ายกัน    ปีนี้เป็นปีที่มีค่ายที่ออกไปสร้างค่ายตามจังหวัดต่าง ๆ มากที่สุดเท่าที่เคยได้สัมผัส   อันที่จริงผู้เขียนเองก็ไม่ได้สังกัดกลุ่มงานกิจกรรมหรอกค่ะ   อยู่กลุ่มงานสวัสดิการ   แต่ก็อยากจะอาสาที่จะเข้าร่วมงานกับกลุ่มงานกิจกรรม   เพราะช่วงปิดภาคเรียนกลุ่มงานสวัสดิการ งานก็จะเบาลง  

     ส่วนกิจกรรมจะต้องตระเวณออกเยี่ยมค่ายกัน  ซึ่งหนึ่งในนั้นก็เป็นผู้เขียน  ซึ่งอาสาออกเยี่ยมค่ายเกือบทุกวัน   วันพุธเป็นวันแรกที่เป็นวันที่เราออกเยี่ยมค่ายกัน   

     ค่ายแรกที่เราไปเยี่ยม คือกลุ่มนิสิตชมรมครูอาสา  ซึ่งนิสิตที่เป็นคณะกรรมการจะเป็นนิสิตที่อยู่สังกัดคณะศึกษาศาสตร์   แต่ก็จะมีคณะอื่น ๆ ร่วมแจมบ้างเล็กน้อย  ค่ายแรกที่เราเข้าสัมผัส  ก็เช่นเคยผู้ที่ไปเยี่ยมต้องมีของฝากเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับน้อง ๆ นิสิต    

      ค่ายนี้ไม่ได้เป็นการไปปลูกสร้างใหม่   แต่ไปช่วยต่อเติมอาคารเอนกประสงค์  และห้องสมุดที่ยังไม่สมบูรณ์  ซึ่งเป็นอาคารหลังเก่า    พร้อมกับซ่อมบำรุ่งอุปกรณ์ที่พังใช้การไม่ได้  ให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น  ผู้เขียนเองได้สังเกตุใบหน้าน้อง ๆ เขามีความสุขกับการทำงานมาก ๆ และรู้สึกได้ว่าเขาดีใจมากที่เรา (กองกิจการนิสิต)  ไปเยี่ยมเขา  เมื่อเห็นเช่นนั้นพวกเราก็มีความรู้สึกที่ไม่แพ้เขาเช่นกัน  ก่อนที่เราจะลาเพื่อที่จะเข้าเยี่ยมค่ายที่ 2 เราก็ได้ไถ่ถามทุกข์สุข  กับน้องกลุ่มหนึ่ง  จากการพูดคุยและบอกเล่าการทำงานครั้งนี้   รู้สึกว่าจะไม่มีอุปสรรคและปัญหาใด ๆ เลย   เนื่องจากได้รับความร่วมมือจากทางโรงเรียนและชาวบ้านเป็นอย่างดี  .......อ้อ !  จะมีก็แต่เฉพาะปัญหาเกี่ยวกับการแย่งลูกฮักกัน  เนื่องจากนิสิตมีจำนวนน้อยเลยไม่เพี่ยงพอต่อความต้องการของพ่อฮักแม่ฮัก (พ่อ แม่ มีอาการงอนนิด ๆ )  อิอิ

     ค่ายที่  2 คือกลุ่มของสภานิสิต กลุ่มนี้ได้ออกค่ายเพื่อสร้างห้องสมุดให้กับน้อง ๆ ซึ่งในโรงเรียนแห่งนี้มีนักเรียน  ประมาณ  ไม่เกิน 30 คน   ซึ่งเป็นโรงเรียนประถมเล็ก ๆ จำนวนนิสิตที่ออกค่ายปะมาณ  40  คน   ซึ่งก็ไม่ห่างจากโรงเรียนแรกที่เราไปเยี่ยม  3  ก.ม  เราก็เข้าเยี่ยมเขาไม่นานนัก  อุปสรรคก็ไม่มีเช่นเคย  แต่จะว่าไม่มีก็ไม่ถูก   น้องบอกว่าอุปสรรคที่เจอคือ  อาจารย์การกินมีมากเกินไปทำให้เกิดโรคอ้วนขึ้นในค่าย   เนื่องจากพ่อฮักแม่ฮักนำมาสมทบ  และหากินของป่าได้ตามภูมิประเทศช่วงนี้หน้าร้อน   น้องก็ออกแหย่ไข่มดดง   ขุดดอกกระเจียวกินกับป่นปลา  และจับปลาในหนองน้ำที่อยู่ใกล้โรงเรียน   โอ๊ะ  ที่สำคัญน้องบอกว่า    "หอยหลาย ๆ พี่เจี๊ยบ"    ผู้เขียนเองก็พูดแหย่ ๆ น้อง   "อย่าลืมเก็บไปฝากเอื้อยแน่เด้อ   พี่นัส มัก ๆ" (แปลเป็นไทยอย่าลืมเก็บไปฝากพี่ด้วยนะ  พี่พนัสชอบ ๆ "  อิอิอิอิ 

     ค่ายที่  3  คือกลุ่มนิสิตชมรมสื่อสิ่งพิมพ์  น้องใหม่   ออกค่ายเป็นครั้งแรก  ที่อำเภอหนองสรวง  จ.กาฬสินธุ์   ยืนยันค่ะว่าน้องออกค่ายเป็นครั้งแรกจริง   ๆ คำถามแรกที่น้องเขาถาม  "พี่มาเที่ยวเหรอค่ะ"   เราก็อมยิ้มเล็กน้อย ๆ  และให้ความเขินอายของน้อง ๆ มันผ่านไปกับสายลมร้อนของตอนเที่ยงเดือนมีนา     หลังจากนั้นไม่นาน  น้อง ๆ กองกิจการนิสิตจึงอธิบายพร้อมให้มารับของที่นำมาฝากเพื่อเป็นการแก้เขิน 

      ค่ายนี้เป็นค่ายที่มาช่วยสร้างสื่อ   และช่วยซ่อมแซมห้องเรียนที่ชำรุดให้อยู่ในสภาพที่ใช้ได้ ซึ่งจะอยู่ค่ายก็เพียง  3  วันเท่านนั้น โดยมีอาจารย์ที่คณะได้ร่วมออกค่ายถึง 4 ท่านด้วยกัน (ปลื้มค่ะ) ที่อาจารย์เห็นความสำคัญของการเรียนนอกหลักสูตร  ขอยกนิ้วให้อาจาย์ที่ปรึกษาค่ะ 

       หลังจากที่เราออกจากค่ายมาผู้เขียนรู้สึกได้จากใบหน้ากิริยาท่าทางของน้อง ๆ เขาดีใจที่เราชาวกองกิจการนิสิตไปเยี่ยมโดยไม่ได้บอกล่วงหน้า 

      กำลังใจค่ะเป็นสิ่งสำคัญ  ทำให้คนเรานั้นมีพลังต่อสู้อุปสรรคต่าง ๆ ได้อย่างไม่ยากลำบาก

      กำลังใจ เปรียบเสมือนยาชูกำลังที่ใครได้กินเข้าไปแล้ว   พลังก็จะมีขึ้นมาเองโดยไม่ต้องไปหาซื้อกินที่เซเว่น  หรือร้านค้าทั่วไป ๆ   แต่กองกิจการนิสิตเรามี   และก็แจกฟรีด้วยค่ะ

   เรื่องเล่า เยี่ยมค่าย    Three in  one   ก็จบลง 

โปรดอ่านเรื่องราวของชาวค่ายต่อไปค่ะ