เตือนรับมือเงินไหลเข้าหลังสหรัฐหั่นดอกเบี้ย 0.75% "คลัง-เอกชน" มองไทยควรลดดอกเบี้ย ด้าน สศช.ห่วงสัญญาณเศรษฐกิจสหรัฐถดถอย ป่วนราคาสินค้าโภคภัณฑ์พุ่ง ดันเงินเฟ้อขยับสูงตามต้นทุนการผลิตสินค้าและราคาน้ำมัน
นางพรรณี สถาวโรดม ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กล่าวถึงการลดดอกเบี้ยมาตรฐานลง 0.75% ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ว่าเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ และหากการปรับลดดอกเบี้ยครั้งนี้แก้ปัญหาเศรษฐกิจสหรัฐไม่ได้ เชื่อว่าเฟดจะปรับลดดอกเบี้ยลงอีก ซึ่งต้องรอดูผลอีกระยะหนึ่ง ซึ่งการปรับลดดอกเบี้ยดังกล่าว ทำให้ดอกเบี้ยระหว่างไทยและสหรัฐมีส่วนต่างมากขึ้นถึง 1% จะส่งผลต่อการไหลเข้าของเงินทุน ดังนั้น ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คงต้องมีมาตรการมาดูแล ส่วนจะลดดอกเบี้ยนโยบายลงหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)
"ในแง่ของคลังมองว่า การยกเลิกมาตรการกันสำรอง 30% ต้องทำควบคู่กับการปรับลดอัตราดอกเบี้ย ไม่เช่นนั้นจะมีแรงกดดันให้เงินไหลเข้าประเทศ ซึ่งเท่าที่ดูอัตราแลกเปลี่ยนหลังยกเลิกมาตรการกันสำรองก็ไม่ได้แข็งค่ากว่าค่าเงินในภูมิภาค" นางพรรณีกล่าว
ดร.อมรา ศรีพยัคฆ์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายเศรษฐกิจในประเทศ สายนโยบายการเงิน ธปท.กล่าวว่า ส่วนต่างดอกเบี้ยไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่มีผลต่อเงินทุนเคลื่อนย้าย แต่ขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจและปัจจัยอื่น ๆ ด้วย และแม้ว่าเศรษฐกิจเริ่มมีสัญญาณปรับตัวดีขึ้น หากเทียบกับประเทศอื่น ๆ เช่น อินเดีย จีน เศรษฐกิจก็ขยายตัวดีเช่นกัน จึงไม่จำเป็นว่าเงินทุนจะไหลเข้ามาในไทยอย่างเดียว
ด้าน ดร.อำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า การลดดอกเบี้ยของเฟดแสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจสหรัฐยังไม่มีสัญญาณฟื้นตัว และเฟดน่าจะปรับลดดอกเบี้ยลงได้อีกในการประชุมครั้งต่อไป ซึ่งที่ผ่านมา สศช.ได้ส่งสัญญาณเตือนมาตลอดเกี่ยวกับปัญหาเศรษฐกิจสหรัฐที่ถดถอย ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงต่อเนื่อง และทำให้เกิดความปั่นป่วนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์เกือบทุกประเภท เนื่องจากกองทุนต่าง ๆ เข้าไปเก็งกำไรหนีการด้อยค่าลงของเงินสหรัฐ
"การเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ไม่ได้เกิดจากภาวะอุปสงค์และอุปทานอีกแล้ว ส่วนไทยเองต้องเผชิญกับภาวะการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เช่น อัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้นตามต้นทุนการผลิตสินค้าที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นและไม่มีทีท่าว่าจะยุติเมื่อใด" ดร.อำพนกล่าว
ขณะที่นายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ไทยต้องระมัดระวังมากขึ้นจากสัญญาณที่สหรัฐส่งออกมาก โดย ธปท.ต้องติดตามดูแลเงินทุนไหลเข้าที่จะเข้ามาแสวงหากำไร ส่วนไทยจะลดดอกเบี้ยหรือไม่ ขึ้นอยู่การพิจารณาของ กนง.แต่นักอุตสาหกรรมต้องการเห็นการลดดอกเบี้ย
คม ชัด ลึก 20 มี.ค. 51