ฟองสบู่ไทยแตกปี ๑๙๙๗ ฟองสบู่อเมริกันแตกปี ๒๐๐๘ ให้หลัง ๑๑ ปี
ฟองสบู่ไทยแตกแบบหมดท่า ยอมแพ้แหงแก๋ ให้อเมริกันมาสั่งสอนวิธีป้องกันฟองสบู่แตก
ฟองสบู่อเมริกันแตกแบบสงวนท่าที ทำท่าเหมือนไม่แตก แต่พฤติกรรมคือแตก คนรู้ทันอ่านไต๋ออก ผมได้ยินกุนซือเขาว่าอย่างนั้น
เมื่อฟองสบู่ไทยแตก ค่าเงินบาทลดลงเหลือไม่ถึงครึ่ง ตอนนี้เงินอเมริกันก็ลดลงเรื่อยๆ แต่เขามีวิธีลดแบบไม่ฮวบฮาบ ไม่รู้สึกว่าลดเพราะฟองสบู่แตก
ในเศรษฐกิจทุนนิยม เงินนิยม จะมีการสร้างฟองสบู่ขึ้นมาเป็นเครื่องมือหาผลประโยชน์ของคนบางกลุ่ม คนเหล่านี้เขามีวิธีล้มบนฟูก แต่คนเล็กคนน้อยที่วิ่งตามขบวนจะเจ็บ
คนที่ทำธุรกิจส่งออก หรือธุรกิจอื่นๆ ที่รับเงินดอลล่าร์โปรดระวัง กว่าจะได้รับเงิน ค่าของเงินก็ตกลงไปโข กำไรหาย
เมื่อฟองสบู่ไทยแตก กุนซืออเมริกันมาสอนว่า ต้องกล้าปล่อยให้ธุรกิจที่ไม่แข็งแรงตายไป เศรษฐกิจภาพรวมจะได้แข็งแรง ธุรกิจ/รัฐบาล ต้องมีธรรมาภิบาล มีความโปร่งใส แต่เวลานี้รัฐบาลอเมริกันทำตรงกันข้ามกับที่เคยมาสอนไทย กุนซือไทยเขาว่าอย่างนั้น
นิทานเรื่องนี้สอนว่า อย่าเชื่อความรู้มือสอง
วิจารณ์ พานิช
๑๗ มี.ค. ๕๑
สวัสดีครับอาจารย์แวะมาอ่านครับ อย่างงี้ถ้าไปเรียนต่ออเมริกาก็ใช้เงินไทยน้อยลงนะครับ
ขอบคุณครับอาจารย์
เวียนว่าย ผลัดกันเป็น วัฏจักร
ผมเข้าใจที่อาจารย์ ได้พยายามที่จะสนับสนุน แนวความคิด เรื่องความรู้มือหนึ่ง/ มือสอง
ผมมีความคิดเห็นว่า เราเรียนรู้วิเคราะห์ความรู้นั้น อย่าปักใจเสียทั้งหมด ทดสอบให้แน่ใจทุกกระบวนท่า(เท่าที่ปัญญาเราจะทำได้) แล้วจีงตัดสินใจเลือกปฏิบัติ
ถ้าทำดีที่สุดแล้วก็อย่ากังวล ติดตามและวิเคราะห์ และพร้อมที่จะปรับตัว ถ้ารู้มากขึ้น
อีกมุมหนึ่ง (เหมือนคุณกวินทรากรข้างบน) เกิดสถานการณ์ที่สร้างโอกาส ใครคิดออกไหมว่าจะพัฒนาอย่างไร แต่ไม่ใช่ไปซ้ำเติมเขานะ ต้อง win-win
ทั้งหมดเป็นความคิดเห็นส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับองค์กร หรือใครๆ