การเกิดอุบัติเหตุต่อฟันที่เกิดได้บ่อยคือฟันโยก ซึ่งอาจมีผลต่อโพรงประสาทฟัน และเอ็นยึดปริทันต์ periodontal ligament) อาจจะมีเลือดออก และการฉีกขาดของขอบเหงือกด้วย

ฟันโยกทำอย่างไงดี

นอกจากฟันหักจากบันทึก  http://gotoknow.org/blog/pedodent/171456  แล้ว การเกิดอุบัติเหตุต่อฟันที่เกิดได้บ่อยคือฟันโยก ซึ่งอาจมีผลต่อโพรงประสาทฟัน และเอ็นยึดปริทันต์ periodontal ligament) อาจจะมีเลือดออก และการฉีกขาดของขอบเหงือกด้วย

กรณีฟันโยก แต่ไม่เปลี่ยนตำแหน่ง  จะทำการรักษาโดย

  • เอกซเรย์ และวัดความมีชีวิตของฟัน

  • หากฟันสบกระแทกจะกรอลดคู่สบ

  • งดการใช้ฟัน ทานอาหารอ่อน

  • รอดูอาการ 1,2,6 เดือน 1,2,3 ปี

  • หากฟันเปลี่ยนสี มีตุ่มหนอง หรือมีการละลายของรากฟัน จะทำการรักษารากฟันโดยใส่แคลเซี่ยมไฮดรอกไซด์ เป็นเวลา 6-12 เดือน 

กรณีฟันโยก และเคลื่อนจากตำแหน่งเดิม (ยื่นยาวออกมาจากเป้าฟัน หรือเคลือนออกไปทางด้านข้าง)

  • เอกซเรย์   ใส่ยาชา

  • จับฟันให้เข้าที่ (ดังนั้นต้องมาหาทันตแพทย์ทันที่ ถ้านานจะดันเข้าที่ได้ยาก)

  • หากกระดูกแตกด้วยให้จัดกระดูกให้เจ้าที่ด้วย

  • เข้าเฝือกฟันเป็นเวลา 2-3 สับดาห์ หรือ 2-8 สับดาห์ (กรณีกระดูกเป้าฟันแตกด้วย)

  • รักษารากฟันทันทีกรณีที่ปลายรากฟันปิดแล้ว (กรณีที่ปลายรากฟันยังเปิด คือในเด็ก มีโอกาสที่ฟันจะยังมีชีวิตอยู่ มากกว่าในผู้ใหญ่ ติดตามการรักษาเป็นระยะ หากมีอาการจึงรักษาต่อ)

กรณีฟันโยก และกระแทกจมลงไปในเป้าฟัน (อาจไม่โยกเพราะฝั่งแน่น หรืออาจจมหายลงไปทั้งซี่)

  • เอกซเรย์   และแยกเป็น 2 กรณี

หากปลายรากฟันปิด (ผู้ใหญ่)

  • รักษารากฟันทันที หรือภายใน 2 สับดาห์

  • กรณีจมลงไปมาก อาจต้องทำการจัดฟันดึงฟันขึ้นมา

  • กรณีที่ฟันจมมากจนเปืดรักษาไม่ได้ อาจต้องจัดฟันก่อนการรักษารากฟัน

หากปลายรากฟันเปิด (ในเด็ก)

  • รอให้ฟันขึ้นมาได้เองภายใน 2-4 เดือน หรือจัดฟันดึงฟันขึ้นมา

  • หากมีโอกาสจึงทำการรักษารากฟัน

ฟันที่เกิดอุบัติเหตุ และต้องรักษารากฟัน จะต้องใส่ยาแคลเซี่ยมไฮดรอกไซด์ เป็นเวลา 6-12 เดือน เพื่อป้องกันการละลายตัวเองของฟัน ดังนั้นการรักษาฟันที่เกิดอุบัติเหตุต้องใช้เวลาในการรักษาที่ยาวนานกว่าการรักษารากฟันที่เกิดจากฟันผุ

และหากเกิดฟันโยกร่วมกับฟันหัก การพิจารณาการรักษาต้องใช้เทคนิคที่เป็นเฉพาะรายต่อไป เช่นเมื่อโยกแล้วต้องเข้าเฝือก แต่ฟันหัก ไม่มีตัวฟันให้จับยึดจะทำอย่างไร ซึ่งทันตแพทยืจะเป็นผู้วางแผนการรักษาให้ สำคัญที่สุดคือต้องมาพบทันตแพทย์โดยเร็ว