บ้านเรานั้นมีความสุข ถึงจะอยู่ที่ไหนก็ไม่สุขใจเท่าบ้านเรา

เป็นเวลาเกือบสามชั่วโมงที่ผมอยู่ในโรงพยาบาล มอ. หาดใหญ่  มันเป็นความวังเวง  เงียบสงบ  เย็นแอร์  และความไม่สว่างจากแสงไฟ  คล้ายหลับฝันไปในห้วงนึกอย่างนั้น  เปล่าดอก 

 ผมไม่ได้เป็นอะไร  เพียงแต่ไปเฝ้าคุณตาของเด็ก ๆ ที่มารักษาตัวอยู่  และลูก ๆ ของคุณตาก็ไปธุระ ผมเลยทำหน้าที่แทน  ได้ดูและข้าวน้ำอาหารเที่ยง  ให้ทานยา  เทโถฉี่  สุขใจได้ทำตนเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนมนุษย์ที่เกิดแก่เจ็บตายด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น...

จากสังเกตดูแววตาและความรู้สึกนึกคิดที่คุณตาอยู่ในวัย 83 ปี  ท่านสะท้อนออกมา  ...ท่านต้องการกลับบ้าน...ท่านว่าเวลาตายได้ผ่านพ้นไปแล้ว  กูไม่เป็นอะไรแล้ว...

แง่คิดคือว่า...บ้านเรานั้นมีความสุข  ถึงจะอยู่ที่ไหนก็ไม่สุขใจเท่าบ้านเรา...เพราะฉะนั้น  คนเราอย่าแสวงหาโรคเข้าตัวตนของเราเลย  ถ้าหลีกเลี่ยงได้ควรหลีกให้ไกล ๆ

 เพราะ... อะโรคะยา  ปะระมา  ลาภา.  คำพระว่า..ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ..แท้..แล..ฮา ๆ เอิก ๆ