วันสองวันนี้กลับมานำเสนองาน และปัจฉิมนิเทศที่ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ระหว่างปัจฉิมนิเทศ พิธีกรที่โครงการประกาศว่า "ขอให้นิสิตที่กำลังจะสำเร็จการศึกษา ขยับมานั่งแถวหน้าให้เต็มก่อนนะค่ะ" คำว่า "นิสิตที่กำลังจะสำเร็จการศึกษา" ฟังดูดีนะครับ ฟังแล้วรู้สึกดี ดีจริงๆ
ผมไปฝึกงานที่ศูนย์เทคโนโลยีการศึกษา มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ มา ๔ เดือน ตอนนี้ฝึกงานก็ผ่านแล้ว หน่วยกิตต่างๆ ก็เก็บหมดครบตามหลักสูตรแล้ว คงไม่มีเหตุอะไรมาขวางไม่ให้เรียนจบได้ (5555+)
....... นิสิตสาขาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา รุ่น ๒๔ ม.นเรศวร .....
ผมยังจำวันแรกๆ ที่ก้าวเข้ามาที่ ม.นเรศวรได้ บรรยากาศที่น่ายินดี (ที่สอบเข้าได้) ความอบอุ่นในการต้อนรับของรุ่นพี่ ทั้งพี่คณะ พี่โรงเรียน พี่จังหวัด วันรายงานตัวก็ได้เห็นเพื่อนๆ ใส่ชุดนักเรียนมาจากมากมายหลายจังหวัด แปลกตา ตื่นเต้นดี เสียงกลองเสียงสันทนาการ ดังไปทั่วมหาวิทยาลัย พี่ๆ ก็เต้นท่าแปลกๆ บ้าๆ บอๆ รวมถึงความรู้สึกหวาดกลัวต่อข่าวการรับน้อง (ก่อนมาดูรายการย้อนรอย เค้าเอาตอนที่สถาบันแห่งหนึ่งไปรับน้องที่ทะเล แล้วน้องตาย ตอนนี้ผมจำรายละเอียดไม่ได้) ช่วงนั้นผมจำได้ว่าอะไรๆ ก็ดี อะไรๆ ก็มีความสุข ทั้งๆ ที่สภาพแวดล้อมก็ใหม่ มองไปทางไหนก็ไม่คุ้นเคย ขับรถก็หลงทาง แต่อาจเป็นเพราะคำว่า "อิสระ"
ได้ใส่ชุดนิสิตวันแรกก็ดูขัดเขิน ผูกเนคไทด์ไม่เป็น
ผูกได้ก็ทำซุ่มซ่ามเอาปลายเนคไทด์ไปจุ่มก๋วยเตี๋ยว
ไม่ก็หลงเอามาเช็ดแขน เหมือนผ้าเช็ดหน้า ตลกดีครับคิดย้อนกลับไป
ต้องแขวนป้ายด้วย ผ่านอะไรมามากมายเหลือเกินในความรู้สึกของผม
จนวันนี้กำลังจบการศึกษาจากที่นี่ ต้องไปทำงาน กทม. ไปเรียน ป.โท ที่
ม.บูรพา ช่วงแรกๆ ก็รู้สึกใจหาย รู้สึกติดในนิวร ไม่อยากไป
แต่พอเวลาผ่านไป พิจารณาด้วยสติ
พิจารณาด้วยความเป็นจริงที่เราต้องก้าวไป สอบเข้าปริญญาโทได้
สมัครงานก็ได้งานตามที่ต้องการ ก็ทำให้รู้สึกว่า
มหาวิทยาลัยแห่งนี้ให้อะไรมามากมาย
ซึ่งเพียงพอที่จะดำรงชีวิตได้ในสังคม หวนนึกไปถึงคำว่า
"ครูเปรียบถึงเรือจ้าง"
มหาวิทยาลัยนเรศวร คงส่งผมถึงฝั่งแล้ว
ต่อไปผมคงต้องเดินเอง
สุดท้ายขอบคุณครูบาอาจารย์ทุกท่านนะครับ พี่ๆ
เจ้าหน้าที่ทุกคน เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทุกอย่างเปรียบเหมือนเบ้าหลอม
มันทำให้รู้สึกเหมือนทุกอย่างที่คุ้นเคยกับชีวิตผม
ที่ได้เดินทางผ่านกาลเวลามาในยุคเดียวกัน
ทุกอย่างได้เดินมาส่งผมจนสุดทาง
ส่งจนวันสุดท้ายที่ได้ใส่ชุดนิสิต แล้วก็ยังคงมองดูอยู่เสมอ
เหมือนกับตั้งแต่วันแรกที่เดินเข้ามา อบอุ่นจริงๆ ครับ
ผมรู้สึกเช่นนั้น
(เวอร์ไปมั้ย 555+ )
ไปละนะครับ วันจันทร์ผมต้องทำงาน มีโอกาสเจอกันใหม่ ... บาย จุ๊บๆ อิอิ
.....
.

ConGratuRations!!! na ka
พี่ปืนๆ "นะค่ะ" ไม่มีไม้เอกไม่ใช่หรอคะ
อืมม รุ่นพี่รุ่นน้องมาทันทีทันใด อบอุ่นทันตาเห็นครับ
ปริญญาเพื่อสังคม
แหม น้องปืน เขียน ให้คิดถึงความหลังเมื่อหลายปีก่อน (ไม่อยากบอกว่า กี่ปี หุหุ) ชีวิตวัยเรียนเป็นอะไรที่สนุกที่สุดแล้ว ตอนที่มีโอกาสเรียน ก็ตั้งใจเรียนให้มากที่สุด
พอทำงานไปแล้วจะได้ใช้ความรู้ความสามารถได้อย่างเต็มที่
ส่วนวัยทำงานค่อยว่ากันอีกที
วันอาทิตย์ (16 มี.น.51) ผมว่าง ถ้าว่างตรงกันช่วยโทรมานัดทานข้าวด้วยกันก่อนกลับ (จบ) สักมื้อ อยากจะเลี้ยงแสดงความยินดี จะเล่าให้ฟังด้วยว่าตอนมาสมัครเป็นนิสิตช่วยงาน (บริหารงานวิจัย) ตอนปี 1-2 ตอนนั้น "ปืน" เด๋อด๋าและเชยแค่ไหน ต่างกับตอนเป็น "ว่าที่บัณฑิต" อย่างไร (ตามความรู้สึกของผม) ถ้าไม่ว่างก็หาโอกาสหน้าก็ได้
ขอบคุณพี่เต้ย ขอบคุณพี่แก่น อิอิ
อาจารย์วิบูลย์ ตอนนี้ผม อยู่ กทม. ละครับ อิอิ เอาไว้โอกาสหน้าละกัน ขอบคุณมากครับ
^^Congratulation na ka^^
ในที่สุด ก็สำเร็จไปได้อีกก้าวหนึ่งแล้วนะเนี่ย...
แต่ก้าวต่อไป ก็ขอให้ก้าวไปอย่างมั่นคง + ประสบความสำเร็จน๊า..
นึกถึงบรรยากาศตอนเข้ามา(ปี 1)ใหม่ๆ นั้นความรู้สึกเหล่านั้น ก็คงไม่ต่างจากพี่ปืนอะไรมากนักหรอก เพียงแต่กาลเวลาเท่านั้นทีเปลี่ยน ความรู้สึกและความทรงจำ ของเรา
ขอแสดงความยินดีกับบัณฑิตใหม่ด้วยนะคะ
ขอบคุณครับ ขอบคุณทุกท่าน
อ่านแล้วซึ้งเรย
ชักไม่อยากจบ 5 5
แงๆ ใส่ชุดนิสิตครั้งสุดท้าย คิดแล้วเศร้าจังง
วู้ววว
น่าไปเรียนมากค่ะ