รณรงค์โดนใจ คนไทยรักสุขภาพ (ยาวหน่อย ยิ้มด้วยนะ...)

 

 

"รณรงค์โดนใจ คนไทยรักสุขภาพ"

รณรงค์กวาดล้างโรคติดต่อนำโดยแมลงในสถานการณ์โลกและไฟใต้ "ร้อน"*

 

 

.....................................................

 

 

 ปลายปี 2549 เช้าที่แสงแดดทอสายอ่อน ๆ ผมต้องรีบทำภารกิจที่ยิ่งใหญ่และเสี่ยงภัย นั่นคือการอาบน้ำในแม่น้ำเทพาที่เย็นยะเยือก น้ำไหลเชี่ยวจากเทือกเขาสันกาลาคีรีที่กั้นเขตแดนไทย - มาเลเซีย ผิวน้ำปกคลุมด้วยหมอกจาง ๆ ฝั่งน้ำทางตะวันออกคือตำบลบาละอำเภอกาบัง จังหวัดยะลา แผ่นดินที่ระอุด้วยไฟใต้ ส่วนผมอยู่ที่ฝั่งตำบลบาโหย อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา ซึ่งไฟกำลังคุกรุ่นเช่นกัน

หลังจากลังเลอยู่พักใหญ่ผมตัดสินใจเด็ดขาด นั่นคือการกระโจนลงน้ำและรีบตะกายพาร่างผอมบางขึ้นมาสระผมถูสบู่ เพียงอึดใจก็รีบลงน้ำดำผุดดำว่าย 2-3 ครั้ง และขึ้นมาผึ่งแดดอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะเร่งกลับมาเผชิญปัญหาที่สถานีอนามัยบ้านบาโหยต่อ วันนี้ผมต้องออกติดตามผู้ป่วยมาลาเรีย

 "พี่ดิง"หนุ่มเข้มดำหวานแห่งหน่วยควบคุมโรคนำโดยแมลงที่ 7 อำเภอสะบ้าย้อย หรือ "หน่วยมาลาเรีย" ที่ใคร ๆ เรียกกัน ได้โทรศัพท์มาตั้งแต่เมื่อวานช่วงเย็นขอให้ติดตามผู้ป่วยรับยาโดยด่วน พร้อมกำชับหนักหนา "น้องเอก ! ต้องตามให้ได้นะ ! สำคัญมาก !" ผมกูลีกูจอออกไปตั้งแต่เช้าด้วย รถจักรยานยนต์คันเก่าที่แก่จนใกล้หมดแรง พุ่งเป้าสู่หมู่ 2 บ้านไร่เหนือ บนเส้นทางเดียวกับอุทยาน แห่งชาติสันกาลาคีรีซึ่งไม่ต่างกับทางแข่งจักรยานยนต์วิบาก "เวรของกรรม กรรมของกู" ผมบ่นเบา ๆ

 มาลาเรียในพื้นที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนน่ากลัว ข่าวจากมาเลเซียว่า "อัซมี คาลิด รัฐมนตรี สิ่งแวดล้อมออกโรงเตือน ภาวะโลกร้อนอาจทำให้โรคที่มียุงเป็นพาหะ เช่น มาลาเรียระบาดมากขึ้น เนื่องจากสภาพอากาศที่อบอุ่นขึ้นเอื้ออำนวยต่อการเพาะพันธุ์ยุง" "มาเลย์คงโดนมาลาเรียระบาดหนักเหมือนกัน" ผมคิดในใจ และหวังว่าการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ (Climate Chang) คงไม่เลวร้ายไปกว่านี้

ในขณะที่ นพ.วิชัย สติมัย ผู้อำนวยการสำนักโรคติดต่อนำโดยแมลง กรมควบคุมโรค กล่าวถึงผลพวงของภาวะโลกร้อนว่า "อุณภูมิที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้วงจรชีวิตของยุงสั้นลง จากเดิมไข่ยุงกลายเป็นลูกน้ำและไอ้โม่งกว่าจะลอกคราบเป็นยุงต้องใช้เวลา 7-10 วัน แต่ปัจจุบันวงจรชีวิตยุงใช้แค่ 6-7 วัน อายุขัยเฉลี่ย 45 วันทำให้การเพิ่มจำนวนยุงได้มากขึ้น จากการสังเกตยังพบว่ายุงมีขนาดตัวเล็กลง หิวบ่อย ส่งผลให้ยุงกัดกินเลือดคนบ่อยขึ้น" ข้อนี้ทำให้ผมต้องครุ่นคิดเพราะเมื่อเทียบกับข้อมูลจาก ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ หรือ"ไบโอเทค" ก็รายงานว่า "มาลาเรียเป็น 1 ใน 3 โรคอุบัติซ้ำและโรคติดต่อสำคัญ (Big Three) จากภาวะโลกร้อน (Global Warming)..."

 ผมตัดสินใจลงจากภูเขาไปยังสำนักงานสาธารณสุขอำเภอซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามหน่วยมาลาเรีย ไม่ทันเอ่ยปาก "พี่ดิง" สุดหล่อคุณพ่อลูก 2 นักวิชาการประจำ สสอ. ก็สาดเสียงมาเป็นชุด "มาก็ดีแล้ว ไข้เลือดออกกำลังระบาด ที่บาโหยปีนี้เป็นกันหลายคน ทำอะไรแล้วบ้าง อย่าช้านะ เดี๋ยวยุ่ง นี่พี่ยุ่งมากเลย..."

"อสม. ช่วยจัดการอยู่ ขอแรงพี่ไปช่วยรณรงค์บ้างนะ"ผมทาบทาม และรีบไปปรึกษาพี่ดิง ดำหวานที่หน่วยมาลาเรีย หูยังได้ยินพี่ดิงสุดหล่อคุณพ่อลูก 2 แว่ว ๆ ว่า "เดี๋ยวจะพาพรรคพวกขึ้นไปเยี่ยม "

 "วิธีป้องกันและควบคุมไข้มาลาเรียมี 4 วิธีใหญ่ ๆ คือ 1.Blocking Man-Vector contact 2.Vector Control 3.Treatment of case และ 4.Drug prophylaxis" พี่ดิงโชว์วิชาการ และสรุปทิ้งท้าย "น้องเอกเอาเครื่องพ่นหมอกควันไปใช้พลาง ๆ ก่อน เดี๋ยวพี่ไปช่วย" แล้วส่งตาหวานพร้อมยิ้มแบบมีวาระซ่อนเร้น

ความจริงช่วงหลังมานี้ เจ้าหน้าที่หน่วยมาลาเรียไม่ขึ้นมาที่บาโหยบ่อยครั้งเหมือนก่อน หลังจากเจ้าหน้าที่ของหน่วยถูกโจรใต้ยิงอย่างทารุณได้รับบาดเจ็บปางตาย แม้ไม่ทำให้ถึงกับท้อแท้หรือหวาดกลัวแต่การทำงานราชการในพื้นที่จำต้องทำแบบหลบ ๆ ซ่อน ๆ เพราะยังรักชีวิตอยู่

นพ.บุญชัย ภูมิบ่อพลับ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและควบคุมโรคที่ 12 สงขลา กล่าวไว้อย่างน่าเห็นใจว่า "สาเหตุสำคัญที่มีส่วนทำให้การระบาดของไข้มาลาเรียเพิ่มขึ้นเนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่...เพราะการเข้าพื้นที่เพื่อรณรงค์หรือป้องกันโรคทำได้ลำบากมากขึ้น เนื่องจากความไม่มั่นใจในความปลอดภัยของชีวิต...พื้นที่เกิดโรคล้วนเป็นพื้นที่เสี่ยงภัย !!!..."

 ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 M. Gardner แห่ง Institute for Genomic Research รายงานผลการศึกษารหัสพันธุกรรมของเชื้อมาลาเรีย P. falcifarum พบว่าเชื้อใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในตับและเม็ดเลือด ซึ่งภูมิคุ้มกันเข้าไม่ถึง และสามารถเปลี่ยนโปรตีนในตัวได้ไม่ต่ำกว่า 50 รูปแบบ ทำให้สามารถโจมตีเซลล์เม็ดเลือดแดงได้กว่า 50 วิธี "นี่กระมังที่เราพ่ายแพ้" ผมตัดพ้อตัวเอง ในฐานะนักวิชาการสาธารณสุข ยังนั่งอยู่แต่ในสถานีอนามัย โดยที่ไม่ได้ลงมือขัดขวางการระบาดของโรคมาลาเรียแม้แต่วิธีเดียว

ไม่ทันที่เสียงตัดพ้อจะแว่วหายผมรีบไปปรึกษากับ "ลุงวร" ประธาน อสม. ประธานกลุ่มสัจจะออมทรัพย์ และสมาชิก อบต. และตำแหน่งพ่วงท้ายอื่น ๆ อีกมาก ด้วยเป็นคนขยันสุจริตและพูดน้อยทำมาก ผมจึงไม่เกรงใจรีบนัดหมายพ่นหมอกควันในชุมชน ส่วนค่าใช้จ่ายขอให้ลุงวรออกไปก่อน

เราเร่งรณรงค์และพ่นหมอกควันติดต่อกันหลายสัปดาห์จึงคลอบคลุมพื้นที่ ผมเองไม่เหนื่อยนักเพราะทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์และขอความร่วมมือประชาชน แจกเอกสาร แจกทรายอะเบต และติดประกาศกำนันตำบลบาโหยซึ่งผมขอความกรุณาให้ท่านแจ้งให้ประชาชนร่วมมือป้องกันโรค ส่วนทีม อสม. นั้นขาลากไปตาม ๆ กัน เพราะจากบ่ายถึงเย็น จากเย็นถึงมืด จากมืดถึงค่ำ ต้องทำงานแข่งกับเวลา การไปทุกบ้านทุกซอกซอยจากหน้าบ้านถึงหลังบ้านทำให้พบกับสิ่งที่ไม่เคยรู้ วิกฤตินี้จึงเป็นโอกาสในการพัฒนา อย่างที่พระพรหมณ์คุณาภรณ์แสดงพระธรรมเทศนาไว้อย่างจับใจว่า "ให้เริ่มวิวัฒน์ ที่กลางวิบัติ"

 ในพื้นที่โรงเรียนต้องกวาดล้างแบบถอนรากถอนโคน หลังแจ้งภารกิจกับผู้อำนวยการ ผมเข้าพบคุณครูประจำชั้นโดยเฉพาะครูพี่เลี้ยงศูนย์พัฒนาเด็กเล็กกับครูอนุบาลเพื่อฝากให้ช่วยเอาใจใส่เด็ก ๆ เป็นพิเศษ พร้อมแนะนำวิธีปฏิบัติในการป้องกันโรคไข้เลือดออกและโรคมาลาเรีย ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดีจากคณะครู แม้ว่าเด็กบางคนแค่เห็นหน้าผมก็ร้องไห้กระจองอแงต้องอธิบายอยู่นานว่าไม่ได้มาฉีดยา เมื่อเลิกเรียนก็ลงมือโดยมีภารโรงซึ่งสนิทกันเป็นผู้ช่วย เราพ่นหมอกควันแบบหูดับตับไหม้ กว่าจะเสร็จทำเอาผมขาสั่นเหนื่อยชนิดหืดขึ้นคอ แต่ไม่ลืมที่จะฝากให้เด็กนักเรียนช่วยทำความสะอาดโรงเรียนขนานใหญ่ในวันรุ่งขึ้น จากนั้นจึงไปต่อที่วัดและสำนักสงฆ์เพราะมีเวลาพักใหญ่ก่อนค่ำ

พี่ดิง และพี่ดิง นำคณะเจ้าหน้าที่ขึ้นมารณรงค์แบบเคาะประตูบ้านตามคำมั่นสัญญา สร้างกระแสในพื้นที่ยกใหญ่ ในขณะที่ อสม. ออกเยี่ยมบ้านและตรวจทำลายภาชนะที่จะเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง ผมเร่งประสานให้ผู้นำชุมชนประชุมประชาชนเพื่อกำชับให้ช่วยกันดูแลสุขภาพตนเองในการป้องกันโรค โรงเรียนบ้านบาโหยก็ร่วมรณรงค์เรื่องนี้ในช่วงแข่งกีฬาโรงเรียน และทุกเที่ยงโดยใช้สื่อเสียงตามสายของโรงเรียน เหล่านี้ทำให้ไข้เลือดออกค่อย ๆ เบาบางลง แต่สถานการณ์ไข้มาลาเรียกลับพุ่งสูงขึ้น

ผมรีบแวะไปถามข่าวที่จุดตรวจมาลาเรียฝั่งจังหวัดยะลาจึงทราบว่าสถานการณ์เช่นเดียวกัน คืนนี้ผมไปอาศัยรับประทานอาหารค่ำที่องค์การบริหารส่วนตำบลบาโหย และหารือกับปลัดพร้อมคณะ ซึ่งรับว่าจะสนับสนุนเรื่องนี้อย่างเอาจริงเอาจัง เพราะทราบถึงความทุกข์ยากเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่

ในส่วนของเครือข่ายบริการสุขภาพอำเภอสะบ้าย้อยได้ร่วมหารือกันและออกมาตรการเร่งด่วน หนึ่งในนั้นคือ การเปิดมาลาเรียคลินิกในสถานีอนามัยบ้านบาโหย ให้บริการตรวจ รักษา ติดตามเยี่ยมบ้านพร้อมสรรพโดยมีผมเป็นผู้รับผิดชอบหลัก และเร่งจัดอบรมอาสาสมัครมาลาเรีย (อมม.) ที่ สสอ. หลายรอบ หน่วยมาลาเรียยังขึ้นมาจัดอบรมพิเศษให้ อสม. ถึงที่ใต้ถุนสถานีอนามัย จากนั้น อมม. ออกตรวจเลือดแบบปูพรมเพื่อค้นหาผู้ติดเชื้อมาลาเรียเชิงรุกทั้งคนไทยและต่างชาติ พร้อมตั้งจุดตรวจมาลาเรียกระจายในชุมชน

หน่วยมาลาเรียยังจัดทีมขึ้นฉีดพ่นสารเคมี Deltamethrin ในบ้านเรือน ผมทำหน้าที่ช่วยทำความเข้าใจถึงความปลอดภัยและขอความร่วมมือให้สามารถดำเนินการอย่างทั่วถึง สถานีอนามัยยังแจกพันธุ์ปลาหางนกยูงให้เด็ก ๆ นำไปเลี้ยงกำจัดลูกน้ำ การดำเนินการเหล่านี้ทำให้ชุมชนเข้มแข็งขึ้น เพราะหากไม่ทำประชาชนมากมายอาจตายรายวันจากโรคร้าย ไม่ต่างจากการตกเป็นเหยื่อความรุนแรงในพื้นที่

ท่ามกลางสายหมอกจาง ๆ ผมเริ่มออกติดตามการประชาสัมพันธ์โดยมี อสม. ช่วยรณรงค์ ล่วงหน้าไปก่อนแล้ว ช่วงนี้เจ้าหน้าที่จากศูนย์ควบคุมโรคติดต่อนำโดยแมลงที่ 12.2 จังหวัดสงขลา มาตั้งจุดตรวจในพื้นที่ และใช้สถานีอนามัยเป็นฐานปฏิบัติการตรวจ รักษา ชุบมุ้ง รณรงค์ให้สุขศึกษา โดยกินนอนที่นี่ ทำงานหามรุ่งหามค่ำด้วยฝีมือการตรวจที่แม่นยำรวดเร็ว ไม่ต้องพูดถึงฝีมือทำกับข้าวของหนุ่ม ๆ จากศูนย์ควบคุมโรคซึ่งอร่อยจนลืมไม่ลงโดยเฉพาะบูดูปลาย่างรสชาติถึงใจ การลงรณรงค์ในพื้นที่เช่นนี้ทำให้สามารถกระตุ้นเตือนสร้างความตระหนักและเข้าถึงประชาชนได้เป็นอย่างดี

ต้นปี 2551 แสงแดดอ่อน ๆ จะลับยอดยางพาราบนภูเขาหลังสถานีอนามัย ในขณะที่ผมนอนแช่น้ำใสไหลเอื่อย ๆ ในแม่น้ำเทพา สายน้ำพัดพาความเหน็ดเหนื่อยให้หลุดลอยไป ในห้วงคำนึงผมทบทวนเรื่องราวและบทสรุป "อบต.บาโหยมีโครงการควบคุมโรคไข้เลือดออกและมาลาเรียงบประมาณ 180,000 บาท และยังสนับสนุนโครงการสื่อสารสร้างสุขของสถานีอนามัย...ลุงวรได้รับคัดเลือกเป็น อสม. ดีเด่นของพื้นที่ 3 อำเภอชายแดน...ส่วนผมได้รับคัดเลือกเสนอชื่อให้ได้รับขั้นพิเศษ ด้านการประชาสัมพันธ์ของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น เราได้ใจประชาชนมาเคียงข้างพร้อมเครือข่ายสร้างสุขภาพที่วางใจและอุ่นใจ"

ในขณะที่โรคไข้เลือดออกหมดไป โรคมาลาเรียค่อย ๆ เบาบางลง แต่ในพื้นที่แหล่งรังโรคเช่นนี้เราจะไม่ประมาทและจะร่วมมือกันสู้ทุกปัญหาต่อไป ผมเชื่อและบอกกับตัวเองว่า "หลักประกัน สุขภาพที่แท้จริงไม่ใช่เงินรายหัว แต่คือการที่เราอยู่เคียงข้างกัน และร่วมต่อสู้ในยามที่มีปัญหารุมเร้า..."

 

 -------------------------------------------------

 

* เอกชัย รัตนมณี นักวิชาการสาธารณสุข 4 สถานีอนามัยบ้านบาโหย อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา

โทร. 0-7326-3331