ยศ อะไร

กวิน
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

ฉันท์เรื่อง ความเปลี่ยนแปลง ประพันธ์โดย อัศนี พลจันทร (นายผี) ฉากที่กล่าวถึง พระยาพล ผู้รั้งเมืองกาญจนบุรี (เจ้าเมืองกาญจนบุรี) นายผี บรรยายถึงเหตุการณ์ พม่ารอบปล้นสะดมราษฎรฝ่ายไทยในแนวชายแดนเมืองกาญจนบุรี พระยาพลจึง สั่งระดมกำลังพลไปลอบปล้นค่ายพม่าที่เมือง ปิล๊อก เพื่อแก้แค้น(เมือง ปิล๊อกติดจังหวัดกาญจนบุรี) พระยาพล รอบเข้าเมืองปิล๊อกและกุดหัว เจ้าเมืองปิล๊อก ขาดกระเด็น พร้อมทั้งยึดเอา หอกเพชร ของเจ้าเมืองปิล๊อกไว้ด้วย


ฉันท์ ๑๑ (แต่งโดยยึดเสียงเป็นเกณฑ์) นั้นมีใจความว่า



ขุนม่านบ่เข็ดขาม               มาลอบปล้นที่ปลายเมือง
ยินความให้แค้นเคือง         ก็เคี้ยวกรามดั่งเพลิงกัลป์
แม้มึงแมลงเม่า                 จะมาม้วยเมื่อสำคัญ
เพลิงแรงว่าแสงจันทร์        แลมาตอมก็ตายเปลือง

โดดลงที่กลางเรือน           แลเร่งร้องทนายเมือง
มึงอยู่แลหูเหือง                 มึงแหกแล้วแลฤาไฉน
ทนายมาฆาตฆ้อง             ก็กึกก้องทั้งกรุงไกร
พอสิบสมุดไทย                 ก็สะพรึบอยู่พร้อมกัน

เลิกยังปิล๊อกแล้ว               แลเข้าล้อมระเหิดระหัน
เวียนปล้นอยู่สามวัน          แลเลิกล่ามาโดยกล
ให้ซุ่มทหารหาญ               แลรหัสอย่าสับสน
ครั้นแล้วพระยาพล            ก็ปลอมเข้า ณ กลางคืน

ไปซุ่มประตูจวน                เจ้าเมืองม่านมียามยืน
มึงฤาที่โหดหืน                 จะประหารให้หายหัว
เอาฆ้องกระแตตี              แลม่านตื่นยังเงียงัว
ร้องถามทั้งมึนมัว             ว่านั่นมันอะไรหวา

สวนไปว่าไทยเข้า             มากลางเมืองอยู่แล้วรา
ขุนม่านทะลึ่งหา               ได้หอกแล้วก็เร่งไป
พอโผล่ประตูจวน              พระยาพลก็เพิดไพ
มึงฤาที่ปล้นไทย               แลมาพบพญายม

เจ้าเมืองปิล๊อกร้อง            แลถลาเข้าแทงลม
ดาบร้ายที่เหลือคม            ก็กุดหัวกระเด็นหาย


คำว่า โหดหืน นี้ปรากฎว่าในมหาชาติคำหลวงกัณฑ์มัทรี ที่ว่า

คิดใดคืนมาค่ำ           อยู่จรหล่ำต่อกลางคืน
ฤาเห็นกูโหดหืน         มาดูแคลนกูกลใด

นายผี อาจนำคำนี้มาจาก มหาชาติคำหลวง นั่นย่อมสะท้อนถึงว่า นายผี เป็นนักอ่านวรรณคดีตัวยง ผู้หนึ่งเลยทีเดียว

คำว่า สิบสมุดไทย เป็นสำนวน หมายถึง มากมายมหาศาล นั่นเอง
คำว่า สะพรึบ นี้ สุนทรภู่ เคยใช้ใน พระอภัยมณีคำกลอนความว่า

๏ แต่ปางหลังยังมีกรุงกษัตริย์
สมมุติวงศ์ทรงนามท้าวสุทัศน์
ผ่านสมบัติรัตนานามธานี
อันกรุงไกรใหญ่ยาวสิบเก้าโยชน์
ภูเขาโขดเป็นกำแพงบูรีศรี
สะพรึบพร้อมไพร่ฟ้าประชาชี
ชาวบุรีหรรษาสถาวร


คำว่า ทนาย ในที่นี้มิได้หมายถึง ทนาย ในความหมายปัจจุบัน ทว่า ทนาย ในที่นี้หมายถึงตำแหน่ง ตำแหน่งข้าราชการกรมวัง ระดับชั้นประทวนนั่นเอง

จมื่นอมรดรุณารักษ์ (แจ่ม สุนทรเวช) อรรถาธิบายเปรียบเทียบยศราชการพลเรือนในสมัยก่อนไว้ ความว่า


ยศข้าราชการพลเรือนในราชสำนักในสมัยก่อนพ.ศ. ๒๔๗๕ แบ่งได้ ดังนี้

ตารางเทียบยศข้าราชการในราชสำนักกับยศทหารบก

กระทรวงวัง              กรมมหาดเล็ก                 ตำรวจหลวง           ยศทหารบก

มหาเสวกเอก              จางวางเอก                 พระตำรวจเอก            พลเอก
มหาเสวกโท               จางวางโท                  พระตำรวจโท              พลโท
มหาเสวกตรี               จางวางตรี                   พระตำรวจตรี             พลตรี
เสวกเอก                    หัวหมื่น                       ขุนตำรวจเอก             พันเอก
เสวกโท                     รองหัวหมื่น                  ขุนตำรวจโท              พันโท
เสวกตรี                      จ่า                             ขุนตำรวจตรี               พันตรี
รองเสวกเอก               หุ้มแพร                       นายตำรวจเอก           ร้อยเอก
รองเสวกโท                รองหุ้มแพร                  นายตำรวจโท            ร้อยโท
รองเสวกตรี                มหาดเล็กวิเศษ             นายตำรวจตรี             ร้อยตรี
      -                         มหาดเล็กสำรอง                   -                      ว่าที่ร้อยตรี
จ่าพันทนาย               พันจ่าเด็กชา                นายหมู่ใหญ่              จ่าสิบเอก
  -                                      -                                   -                   จ่าสิบโท 
  -                                      -                                   -                   จ่าสิบตรี
พันทนายเอก             พันเด็กชาเอก                 นายหมู่เอก               สิบเอก
พันทนายโท              พันเด็กชาโท                  นายหมู่โท                 สิบโท
พันทนายตรี               พันเด็กชาตรี                  นายหมู่ตรี                สิบตรี
พันทนาย                  เด็กชา                           พลตำรวจ                 พลทหาร


ครั้งหนึ่งข้าพเจ้าเปิดอ่านกลอนจาก นิตยสาส์น ศาลาคนเศร้า ได้พบบทความเกี่ยวกับ การเทียบบรรดาศักดิ์ ข้าราชการในสมัยก่อน ด้วยความรีบร้อนในการจดจึงมิได้ จดอ้างอิงว่าเป็นประจำฉบับที่เท่าไร เนื้อหานั้นมีอยู่ว่า


บรรดาศักดิ์                        ยศ/ซี                           ศักดินา-ไร่

สมเด็จเจ้าพระยา          จอมพล/ซี ๑๑                   ๕๐,๐๐๐ ขึ้นไป
เจ้าพระยา                    พลเอก/ซี ๑๐                    ๒๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐
พระยา.                        พลตรี-พลโท/ซี ๘-๙         ๕,๐๐๐-๘,๐๐๐
พระ                             พันเอก/ซี ๖-๗                 ๓,๐๐๐-๕,๐๐๐
หลวง                           พันตรี-พันโท/ซี ๔-๖         ๑,๐๐๐-๓,๐๐๐
ขุน                              ร้อยตรี-ร้อยเอก/ซี ๓-๔      ๕๐๐-๑,๐๐๐
หมื่น                            จ่า-นายดาบ/ซี ๑              ๕๐-๑๐๐
พัน                              สิบตรี-สิบเอก                    ๒๓-๓๐
ทนาย                          พลทหาร                           ๑๐-๑๕

อ้างอิง
อมรดรุณารักษ์, จมื่น (แจ่ม สุนทรเวช). พระราชกรณียกิจสำคัญในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เรื่องกำเนิดนามสกุล เล่ม ๑- : กำเนิดนามสกุล. พระนคร: องค์การค้าของคุรุสภา, ๒๕๑๑.

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บทความ (article)



ความเห็น (5)

เขียนเมื่อ 
  • มาดูยศ
  • เขาว่า ยศช้าง ขุนนางพระ
  • อิอิๆๆ
  • เมือง ปิล๊อก 
  • สันนิฐานว่า อยู่อำเภอทองผาภูมิครับ
  • ขึ้นไปไกลมาก มีชาวมอญและกระเหรี่ยงมาก
  • ไปเทียวไหม
  • ตอนนี้เหลือแต่เหมืองแร่ร้างครับ
  • ทางลำบากนะครับ
เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ

คนอ่านกลอนในใจ ก็เลยไม่ได้ยินเสียง

อ่านฉันท์แบบเก่าได้หนักเบาดีแท้

ใส่ครุลหุแบบใหม่มันแข็งชอบกล

เทียบยศข้าราชการเยี่ยมเลยครับ

ทำให้นึกภาพออกได้มาก

เขียนเมื่อ 
  • สวัสดีครับอาจารย์ขจิต อยากไปเที่ยวแต่กลัวโดนผีพม่าหลอกครับ 555 ไปเที่ยว นฐ. ดีกว่าครับ ไปให้สาวๆแถวนั้นหลอก น่าจะดีกว่า เห้อ...น่ากัวพอกัน...
  • สวัสดีครับอาจารย์ธวัชชัย  ขอบคุณที่แวะมาอ่านครับ ถ้าสนใจเรื่องแต่งฉันท์ บุณโณวาท คำฉันท์ของมหานาค ก็ควรค่าแก่การศึกษานะครับ เห็นอาจารย์นำมาโพสแว๊บๆๆ

สวัสดีค่ะ

- ดีใจจังเรามียศเทียบเท่า.....พระยาแล้วหรือนี่...แต่ศักดินา-ไร่ ..ไม่เท่าตายา ( นายถมยา  ปานพรหม ) เลย...แง ๆ

เขียนเมื่อ 
  • สวัสดีครับท่านเจ้าคุณ คุณพี่ พรรณา อิๆ