ต้นเดือน กุมภาพันธ์ ศกนี้ ผมทราบว่า หน่วยงานการที่เรียกว่า ศูนย์การท่องเที่ยวกีฬาและนันทนาการ ราชการส่วนกลาง ได้มีคำสั่งตั้งชื่อหน่วยงานที่จังหวัดใหม่ ชื่อสั้นและแบ่งกรอบงานชัด เวลาเราไปประสานงาน ต้องเข้าใจว่า สถานที่เดิม ชื่อเปลี่ยนไปสั้นกว่าเดิม
ต้นเดือน มีนาคม ศกนี้ ผมทราบว่า หน่วยงานที่เรียนว่า กศน. มีกฎหมายใหม่บังคับใช้เมื่อต้นเดือน และผู้ใหญ่ส่วนกลางมีหนังสือแจ้งสถานะ มีการประชุมรับฟังความคิดเห็นร่างกฎกระทรวงไป ๕ ครั้ง ผู้ที่ไปพูด หากไม่รู้จริงจะโกลาหล
เหตุที่ผลเขียนมา การเปลี่ยนแปลงในทุกถิ่นที่ ย่อมต้องมีการปรับหลักเกณฑ์ต่าง ๆ และอยากให้ผู้รับผิดชอบในการดำเนินการ ที่เกี่ยวข้อง โปรดอย่าทำให้บุคคลากรเดิมของ กศน. สับสน จนเกิดความโกลาหล เสียขวัญไม่ดีเลย
บ้านใหม่ในเข้มแข็งมันคงของ กศน. จะไม่เหมือน สพท. คนละเหตุคนละปัจจัย ในส่วนของ กศน.สภาพที่เกิดขึ้นโดยผลของกฎหมาย และกฎต่าง ๆ ที่จะออกกัน หากจะร่าง จะเขียน ก็โปรดอย่าไปคัดลอกหน่วยงานอื่นมา โปรดระวัง
กศน.ที่ผ่านมา การประเมินบุคคลกรเข้าสู่ตำแหน่ง หากไม่ดีจริง กศน.ก็คงสนับสนุนวุ่นวายหรือโกลาหล ผมเชื่อว่า ที่ผ่านมาทำได้เป็นอย่างดีอยู่แล้ว จึงมองว่า จะให้ ผอ.จังหวัด ผอ.ศบอ.เดิม ๆ ไม่ครองตำแหน่งเดิม ต้องถามว่าหลักเกณฑ์ประเมินเดิมแย่หรืออย่างไร ผมหวังว่า ภายใต้บ้านหลังใหม่ในที่เดิม กศน.จะไม่มีความโกลาหล จนทำให้บุคคลกรเสียขวัญยุ่งเหยิงกันใหญ่ ไม่ดีเลย
ผมเชื่อว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ มุ่งหมายให้เกิดความร่วมมือ เป็นปึกแผ่น มีภาคีเครือข่าย พันธมิตรในการส่งเสริมการศึกษานอกระบบ และตามอัธยาศัย หากกฎกติกาที่จะทำคลอดออกมา ทำให้มิตรดั้งเดิมเสียขวัญนั้น บุคคลากร กศน.ในพื้นที่ กว่าจะถึงวันนี้เขาได้ปลูกสร้างศรัทธาในบ้านและนอกบ้าน ทำงานภายใต้บ้างหลังเดิมเพื่อส่งเสริมการศึกษาไม่น้อย ขอให้กำลังใจและให้สติผู้เขียนหลักเกณฑ์ โปรดอย่าให้เกิดความโกลาหลเลยครับ.
“กศน.จะเสนอต่อ ก.ค.ศ.ให้พิจารณาผู้ที่อยู่ในตำแหน่ง ผอ.ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัด (ศนจ.) เดิม ให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัดไปก่อน เพื่อปฏิบัติงานได้อย่างต่อเนื่อง โดยข้อเสนอนี้เป็นการเสนอเฉพาะช่วงการเปลี่ยนผ่านเท่านั้น หากตำแหน่งดังกล่าวว่างลงก็สามารถเปิดกว้างให้ผู้มีความรู้ ความสามารถเข้ามาดำรงตำแหน่งได้ แต่ในช่วงเปลี่ยนผ่านควรให้โอกาสคนที่ทำงานอยู่ทำงานต่อไปก่อน” ดร.สมบัติกล่าว
วันที่ 13 มีนาคม 2551 เวลา 09:28 น / ขอบคุณ นสพ.เดลินิวส์ออนไลน์
สำหรับการคัดเลือกจะให้ อ.ก.ค.ศ. สำนักงานปลัด ศธ.ดำเนินการโดยการสอบข้อเขียน การประเมินสมรรถนะทางการบริหาร การประเมินความเหมาะสมกับตำแหน่ง การประเมินประวัติ ผลงาน วิสัยทัศน์ และแนวทางการพัฒนาการบริหารจัดการการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยระดับจังหวัด ตามหลักสูตรที่ ก.ค.ศ. กำหนด โดยให้สอบข้อเขียนก่อนและต้องได้คะแนนสอบข้อเขียนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 จึงจะมีสิทธิเข้ารับการประเมินสมรรถนะทางการบริหาร
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ร่างหลักเกณฑ์ ดังกล่าวกำลังก่อให้เกิดความไม่พอใจในกลุ่มผู้ที่ดำรงตำแหน่ง ผอ.ศนจ.ในปัจจุบันเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการกำหนดว่าต้องสอบข้อเขียนให้ผ่านก่อน ในขณะที่หลายคนใกล้เกษียณอายุราชการแล้ว และต้องรับผิดชอบภาระงานเต็มที่ ต้องทำงานบริหารประสาน 10 ทิศ จึงเกรงว่าจะไม่สามารถสอบแข่งขันได้ และหากสอบข้อเขียนไม่ผ่านจะเอาไปแขวนไว้ที่ไหน ทั้งที่ในขั้นตอนการพิจารณา พ.ร.บ.ส่งเสริมการศึกษานอกระบบฯ มีการยืนยันว่ากฎหมายใหม่จะไม่กระทบต่อสิทธิเดิมของผู้ที่ครองตำแหน่งอยู่ ซึ่งผ่านการสอบแข่งขันและผ่านการอบรมตามกระบวนการมาแล้ว ดังนั้นขณะนี้ ผอ.ศนจ.จากหลายจังหวัดได้มีการหารือเพื่อจะเคลื่อนไหวคัดค้านร่างหลักเกณฑ์ดังกล่าว โดยจะมีการเสนอให้นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รมว.ศธ. ปลัดศธ. รวมทั้งนายประเสริฐ งามพันธุ์ เลขาธิการ ก.ค.ศ.ยกร่างหลักเกณฑ์ใหม่ โดยให้ผู้มีส่วนได้เสียเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดหลักเกณฑ์ด้วย.
สำเนาข่าวล่าสุดมาแปะไว้ที่นี่ให้ทราบทั่วกันครับ
วันที่ 01 เมษายน พ.ศ. 2551 ปีที่ 17 ฉบับที่ 6333 นสพ.ข่าวสดรายวัน
คงตำแหน่งผอ.-รอง.ผอ.กศน.จังหวัด
นายสมบัติ สุวรรณพิทักษ์ ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางศึกษา สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (อ.ก.ค.ศ.สป.) กศน.ได้เสนอร่างหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการเข้าสู่ตำแหน่งของ ผอ. และรอง ผอ.สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัด ให้คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ก.ค.ศ.) พิจารณา คือ ให้ผู้ที่จะเข้าสู่ตำแหน่งผู้บริหารการศึกษาของ ผอ.และรอง ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัด ไม่ต้องผ่านกระบวนการประเมิน โดยเบื้องต้นขอให้ผู้ที่จะเข้าสู่ตำแหน่ง หรือผู้ที่ได้รับผลกระทบตามมาตรา 22 ของพ.ร.บ.กศน.ฉบับใหม่ ซึ่งได้เปลี่ยนสถานภาพจากผู้บริหารสถานศึกษา เป็นผู้บริหารการศึกษา จำนวน 79 คน โดยเบื้องต้นที่เสนอไปประกอบด้วย 3 ส่วน คือ 1.ประเมินด้านการบริหาร 2.ประเมินวิสัยทัศน์ 3.ประเมินความเหมาะสมกับตำแหน่ง ซึ่งที่ประชุมอ.ก.ค.ศ.สป.ได้เห็นชอบตามที่กศน.เสนอ
"การประเมินเพื่อเข้าสู่ตำแหน่ง ผอ.และรอง.ผอ.กศน.จังหวัดในระยะเริ่มแรก เห็นควรให้ผู้ที่ปฏิบัติงานอยู่แล้วปัจจุบันให้เป็นผู้ที่ได้รับสิทธิที่จะเข้ารับการประเมินในครั้งนี้ และไม่ใช่เป็นการสอบแข่งขันหรือสอบคัดเลือก แต่หากมีตำแหน่งว่างในการเกษียณอายุราชการ ก็ต้องเสนอหลักเกณฑ์ที่เหมาะสมใหม่" นายสมบัติ กล่าว
หน้า 28