เรื่องที่ศึกษา รายงานการพัฒนาบทเรียนแบบโปรแกรมสำหรับสอนซ่อมเสริม กลุ่มสาระการเรียนรู้
วิทยาศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้ หน่วยของชีวิตและชีวิตพืช ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
ผู้รายงาน นางช่อชบา ศรีสวัสดิ์
ปีที่ศึกษา ปีการศึกษา 2550
บทสรุป
วัตถุประสงค์ของการศึกษา
1. เพื่อพัฒนาบทเรียนแบบโปรแกรมสำหรับสอนซ่อมเสริม กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
หน่วยการเรียนรู้ หน่วยของชีวิตและชีวิตพืช ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80
2. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนซ่อมเสริมด้วยบทเรียนแบบโปรแกรม
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้ หน่วยของชีวิตและชีวิตพืช ระดับชั้นมัธยมศึกษาปี
ที่ 1 ก่อนและหลังเรียน
สมมติฐานของการศึกษา
1. บทเรียนแบบโปรแกรมสำหรับสอนซ่อมเสริม กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ หน่วยการ
เรียนรู้ หน่วยของชีวิตและชีวิตพืช ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80
2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้ หน่วยของชีวิต
และชีวิตพืช ของผู้เรียนซ่อมเสริมด้วยบทเรียนแบบโปรแกรม หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน
วิธีดำเนินการ
การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาเชิงทดลอง ที่ใช้แบบแผนการทดลองแบบใช้วิธีการสอบก่อนและหลังการศึกษา (The one group pretest – posttest design) กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา คือ นักเรียนจำนวน 27 คน โดยการกำหนดกลุ่มตัวอย่างจากการสุ่มแบบเจาะจงจากผลคะแนนการสอบวัดความรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้ หน่วยของชีวิตและชีวิตพืช ของนักเรียนต่ำกว่า 50 % ลงมา เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา คือ บทเรียนแบบโปรแกรม และแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยนำไปใช้ในโรงเรียนวัดนาวง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2550 แล้วนำผลการประเมินมาวิเคราะห์ประสิทธิภาพของบทเรียนแบบโปรแกรมโดยใช้ค่าเฉลี่ย ( X) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และเปรียบเทียบผลการใช้บทเรียนแบบโปรแกรมโดยใช้สถิติ t – test
ผลการศึกษา
ผลการศึกษาพบว่าบทเรียนแบบโปรแกรมสำหรับสอนซ่อมเสริม หน่วยการเรียนรู้ หน่วยของชีวิตและชีวิตพืช กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ที่สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพ 82.18/80.37 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 ที่กำหนดไว้ ผู้เรียนซ่อมเสริมด้วยบทเรียนแบบโปรแกรม มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังการเรียนสูงกว่าก่อนการเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐาน
สวัสดีค่ะคุณช่อชบา
ยินดีและดีใจที่มีประโยชน์แม้เพียงน้อยนิดสำหรับผู้ที่สนใจ
..***ขอบพระคุณที่ให้กำลังใจค่ะ***
ผลงานมีประโยชน์มาก ขอขอบคุณ และขอให้อาจารย์เจริญก้าวหน้าคะ
แผนที่สอนใช้แบบ 5E หรือเปล่าว นักเรียนที่มีจริงกี่คนคะ เพราะส่งผลงานบทเรียนสำเร็จรูปวิทย์ ป.4 แล้วผลงานตก กำลังแก้ผลงานอยู่
แผนการสอนปกติ ใช้ 5E ค่ะ แต่ผลงานเป็นการสอนซ่อมเสริมต้องทำแผนการสอนขึ้นใหม่ค่ะ
ใช้ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ดังนี้ค่ะ..
1. ประชากรที่ใช้ในการศึกษาคือนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2550 โรงเรียนวัดนาวง อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี จำนวน 103 คน 2 ห้องเรียนจำนวน 103 คน 2 ห้องเรียน
2. กลุ่มตัวอย่าง
2.1 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการหาประสิทธิภาพขั้นทดสอบกับนักเรียนเป็นรายบุคคลได้จากการสุ่มอย่างง่าย (Simple random sampling) จำนวน 3 คน
2.2 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการหาประสิทธิภาพขั้นทดสอบกับกลุ่มเล็ก ได้จากการสุ่มอย่างง่าย (Simple random sampling) จำนวน 10 คน
2.3 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการทดลอง ได้จากการสุ่มเฉพาะเจาะจงจากผลคะแนนการสอบวัดความรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้ หน่วยของชีวิตและชีวิตพืช ของนักเรียนต่ำกว่า 50 % ลงมา จำนวน 27 คน
ข้อมูลที่นำมาลงยอดเยี่ยมมากจร้า