พระพม่ามักจะพกขวดแก้วใส่ของเหลวสีน้ำตาลข้นคล้ายๆ กับกากน้ำตาลไปด้วยเวลาเดินทาง ซึ่งถ้าเป็นพระผู้ใหญ่ เช่น สยาดอ (ภาษาพม่า = เจ้าอาวาส) ฯลฯ อาจจะมีกัปปิยะ (คนทำงานวัด) ถือขวดจตุมธุตามไปด้วย

...

ภาพที่ 1: ขวดใส่จตุมธุ (พม่าเรียก "จะตุ๊มะดุ๊" ตามบาลีสำเนียงพม่า) มองจากด้านข้าง

...

เป็นที่ทราบกันดีว่า การสมาทานศีล 8 โดยเฉพาะข้อ "วิกาลโภชนา เวรมณิ" หรือสมาทานเจตนางดเว้นจากการบริโภคอาหารในเวลาวิกาล (หลังเที่ยงวัน) อาจทำให้คุณโยม(อุบาสก อุบาสิกา)ที่สมาทานศีล 8 หิว หรือหมดแรงไปตามๆ กัน

บางคนไม่หิว และหมดแรงเปล่าๆ ทว่า... กลับโมโหหิวเป็นครั้งคราวด้วย เช่น ผู้เขียนซึ่งปกติเป็นคนกินเก่ง ฯลฯ แถมความหิวของผู้เขียนยังไม่ค่อยจะยอมตอบสนองต่อน้ำปานะ (น้ำผลไม้ขนาดไม่เกินกำมือกรอง) หรือน้ำหวานอีกด้วย

...

ผู้เขียนสังเกตว่า พระพม่ามักจะพกขวดแก้วใส่ของเหลวสีน้ำตาลข้นคล้ายๆ กับกากน้ำตาลไปด้วยเวลาเดินทาง ซึ่งถ้าเป็นพระผู้ใหญ่ เช่น สยาดอ (ภาษาพม่า = เจ้าอาวาส) ฯลฯ อาจจะมีกัปปิยะ (คนทำงานวัด) ถือขวดจตุมธุตามไปด้วย

แดดร่มลมตก... ยามเย็นก็ฉัน 2 ช้อนกินข้าว ซึ่งจะทำให้ไม่เพลีย ไม่หมดแรง และไม่โมโหหิวด้วย พระพม่าบางรูปก็ฉันตอนเช้าอีกรอบหนึ่ง ทำให้มีแรงบิณฑบาต หรือทำงานหนักได้

...

ภาพที่ 2: ขวดใส่จตุมธุ (พม่าเรียก "จะตุ๊มะดุ๊" ตามบาลีสำเนียงพม่า) มองจากด้านบน

...

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงอนุญาตเภสัช (ยา) 5 อย่างได้แก่ น้ำมัน น้ำอ้อย น้ำผึ้ง เนยข้น และเนยใสไว้แล้ว

พระพม่าท่านนำของหวานที่เป็นเภสัช 4 อย่างได้แก่ น้ำมัน น้ำอ้อย(น้ำตาล) น้ำผึ้ง และเนยใสมาผสมกันเป็นยาชื่อ "จตุมธุ" (จตุ = 4; มธุ = ของหวาน) หรือของหวาน 4 อย่าง

...

สูตรลับในการทำเนยใสของพม่าได้รับความอนุเคราะห์จากท่านพระธัมมานันทะ อัครมหาบัณฆิต (สมณศักดิ์พม่า) เจ้าอาวาสวัดท่ามะโอ ลำปางจากต้นฉบับตำราพม่าแท้ๆ

สูตรนี้ท่านพระชนกะกรุณาแปลเป็นไทย เพื่อเป็นวิทยาทานสำหรับพุทธบริษัททั้งหลาย เพื่อให้ความลับกลายเป็นความไม่ลับไว้ดังต่อไปนี้

...

  1. น้ำมัน 8 จัตตา > น้ำมันงาหีบแบบธรรมชาติจะมีสรรพคุณดีที่สุด
  2. น้ำผึ้ง 17 จัตตา > น้ำผึ้งธรรมดามีสรรพคุณดีกว่าน้ำผึ้งเลี้ยง เนื่องจากผึ้งเลี้ยงอาจมีการใช้น้ำหวานเลี้ยงเสริมในหน้าแล้ง
  3. เนยใส 19 จัตตา > เนยที่ดีมากคือ เนยใสตราถังทองจากนิวซีแลนด์ หรือเนยใสของแขก (ทำจากการหมักนม) เนยที่พอจะใช้ได้ดีรองลงไปคือ เนยเทียม
  4. น้ำตาล 10 จัตตา > น้ำตาลธรรมชาติจากต้นตาลมีสรรพคุณดีที่สุด น้ำตาลทรายสีน้ำตาลดีรองลงไป

...

อ่านถึงตรงนี้... อย่าเพิ่งตกใจกับหน่วยจัตตา นั่นเป็นหน่วยชั่ง ตวง วัดปริมาตรของพม่า ท่านผู้อ่านจะใช้อะไรตวงให้ได้สัดส่วนตามนี้ก็ได้

น้ำมันที่คนพม่าชอบใช้คือ น้ำมันงา... กล่าวกันว่า

  • น้ำมันงาดำมีสรรพคุณเป็นยาดีกว่าน้ำมันงาขาว
  • น้ำมันงาหีบแบบธรรมชาติ (cold press) หรือใช้แรงโม่หีบงา (แบบที่วัวเดินหมุนไปรอบๆ) มีสรรพคุณเป็นยาดีกว่าน้ำมันงาจากโรงงานที่ใช้ความร้อนช่วยสกัดน้ำมัน

...

เนยใสของแขกหรือเนยใสของนิวซีแลนด์นั้นหายาก (และแพง) ถ้าหาไม่ได้จริงๆ อาจใช้เนยเทียมแทน

ถ้าเป็นไปได้... ควรเลือกเนยเทียมชนิดที่ไม่ได้ทำจากน้ำมันปาล์ม หรือน้ำมันมะพร้าว เช่น ทำจากน้ำมันคาโนลา น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันถั่วเหลือง ฯลฯ เนื่องจากน้ำมันปาล์ม หรือน้ำมันมะพร้าวมีไขมันอิ่มตัวสูง 

...

ไขมันอิ่มตัวซึ่งมีมากในกะทิ น้ำมันมะพร้าว และน้ำมันปาล์มมีส่วนเพิ่มการสร้างโคเลสเตอรอลชนิดเลว (LDL) ซึ่งอาจทำให้เส้นเลือดอุดตันได้ คล้ายๆ กับผู้บริหารบางคนที่ชอบส่งเสริมคนเลว

เนยใสเป็นผลิตภัณฑ์จากนมมีไขมันอิ่มตัวอยู่บ้าง ทว่า... น้อยกว่าไขมันอิ่มตัวในกะทิ และน้ำมันมะพร้าว

...

เนยเทียม (มาร์การีน) ทำจากน้ำมันแปรสภาพ หรือเติมไฮโดรเจน (hydrogenated oils) ทำให้น้ำมันบางส่วนกลายเป็นไขมันทรานส์ หรือไขมันแปรสภาพบางส่วน กระบวนการนี้ทำให้น้ำมันที่เป็นของเหลว ดูขุ่นขาวหรือเหลืองแบบเนยเทียม หรือแข็งเป็นผงๆ คล้ายคอฟฟี่เมต

ไขมันทรานส์มีความร้ายกาจประมาณ 10 เท่าของไขมันอิ่มตัว เนื่องจากไขมันทรานส์เพิ่มทั้งโคเลสเตอรอลชนิดร้าย (LDL) และลดโคเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) เปรียบคล้ายผู้บริหารบางคนที่ส่งเสริมคนเลวด้วย ทำร้ายคนดีด้วย (ทำไมเกี่ยวกับผู้บริหารบ่อยก็ไม่ทราบ)

...

ภาพที่ 3: สูตรในการทำจตุมธุแบบพม่า ซึ่งจะไม่เป็นความลับอีกต่อไป (เสียใจด้วยที่ต้นฉบับเป็นภาษาพม่า ซึ่งผู้เขียนก็อ่านไม่ออกเช่นกัน) สูตรนี้ได้รับการแปลเป็นไทยในบทความนี้แล้ว

...

วิธีทำจตุมธุมีดังต่อไปนี้

  1. นำเนย + น้ำมันมาผสมกัน ค่อยๆ กวนเข้าด้วยกันจนเป็นเนื้อเดียวกัน > ใช้กะทะตั้งไฟแรงหน่อย หรือใช้ความร้อนจากแสงแดด (ตากแดด)... ถ้าใช้ความร้อนจากแสงแดด อาจใช้เวลาทำนานเป็นชั่วโมง
  2. ทิ้งไว้ให้เย็น
  3. ใส่น้ำผึ้ง + น้ำตาล > ใช้ไฟอ่อนกว่าครั้งแรก

...

เมื่อได้ของเหลวเหนียวๆ ซึ่งเทให้ไหลได้ (ไม่ควรทำให้ข้นจนดูคล้ายทอฟฟี่) ทิ้งไว้ให้เย็น ใส่ในขวดแก้ว จะได้ "จตุมธุ" หรือที่พระพม่าเรียกว่า "จะตุ๊มะดุ๊" (เวลาพูดมักจะยิ้ม เนื่องจากฉันแล้วหายหิวดีมากจริงๆ)

เรียนเสนอให้พวกเราที่สนใจจะสมาทานศีล 8 หรือสนใจจะทำถวายเป็นเภสัช (ยา) แด่สงฆ์ลองทำดูครับ

...

ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ และขอกราบอนุโมทนาในกุศลเจตนาของท่านผู้อ่านที่สนใจจะทำจตุมธุถวายพระ ทำให้อุบาสก อุบาสิกาที่สมาทานศีล 8 หรืออุโบสถศีล(ศีล 8 ที่ตรงกับวันพระ หรือก่อน-หลังวันพระ 1 วัน) หรือทำไว้กินในวันที่ท่านสมาทานศีล 8 ครับ สาธุ สาธุ สาธุ

ท่านผู้อ่านที่กินจตุมธุ... โปรดอย่าลืมว่า จตุมธุเป็นยาที่ให้กำลังงาน (แคลอรี) สูง เพราะฉะนั้นโปรดกินแต่น้อย เพราะถ้ามากไปอาจทำให้อ้วนได้

ที่มา                                                 

  • กราบขอบพระคุณท่านพระธัมมานันทะ อัครมหาบัณฑิต เจ้าอาวาส และท่านพระชนกะ วัดท่ามะโอ ลำปาง
  • ข้อมูลและการอ้างอิงในบล็อก "บ้านสุขภาพ" เป็นไปเพื่อส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค ไม่ใช่รักษาโรค
  • ท่านที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาหมอ พยาบาล เภสัชกร หรืออนามัยที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้
  • ขอขอบคุณอาจารย์ณรงค์ ม่วงตานี + อาจารย์เบนซ์ iT ศูนย์มะเร็งลำปาง > สนับสนุนเทคนิค iT.
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ > 9 มีนาคม 2551.