ดำเนินการมาเกือบจะครบ 5 ปีแล้ว   มสช. (มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ) ได้รับทุนสนับสนุนจาก สกว.   เพื่อทำหน้าที่ขับเคลื่อนการวิจัยสุขภาพของประเทศ   การประชุมคณะกรรมการนโยบายวันนี้ (25 ก.พ.49) ทำให้ผมได้รับความรู้มากมาย

- การประชุมควรเริ่มต้นด้วยความสำเร็จ   เพื่อทำให้จิตใจสดชื่น   ต้องมีวิธีการนำเสนอที่สั้น  กระชับ  ชัดเจน
- การนำเสนอความคืบหน้าเรื่องใดก็ตาม   ต้องนำเสนอภาพรวมก่อนเสมอ   เพื่อป้องกันการถลำลงไปพิจารณาเฉพาะส่วนเสี้ยว   โดยไม่ได้มองภาพใหญ่
- การวิจัยสุขภาพเพื่อพัฒนาระบบ   พัฒนานโยบาย   จะมีภาคีจำนวนมากมายในหลายภาคส่วนและหลายบทบาท   ต้องมียุทธศาสตร์ในการสร้างความเป็นเจ้าของร่วมและร่วมกันดำเนินการเพื่อเป้าหมายเดียวกัน
- คุณหมอสุวิทย์  วิบุลผลประเสริฐ   ให้ตัวเลขภาพรวมว่า สปสช. มีเงินสำหรับดำเนินการด้านส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคปีละ 12,000 ล้าน   สสส. ใส่เงินลงไป 180 ล้าน   เพื่อไปดึง สปสช. มาสนใจการสร้างเสริมสุขภาพ   มี นพ. ศิริวัฒน์  ทิพย์ธราดล  ผอ. สวรส. เป็นผู้อำนวยการแผนงาน
- สกว. ต้องการให้เกิดงานวิจัยสุขภาพที่เชื่อมโยงไปสู่เรื่องอื่น ๆ ของสังคม   ไม่ใช่มองที่สุขภาพของคน
- มสช. จะเสนอลักษณะงานที่พุ่งเป้า ที่  3 เรื่องคือ  เด็กอ้วน,  ผู้สูงอายุ,  และโรคหัวใจและหลอดเลือด   มีการดำเนินการที่กว้างขวาง  ครอบคลุม   ในเรื่องเด็กอ้วนและผู้สูงอายุจะมีการดำเนินการในลักษณะ community - based intervention   โดยท้องถิ่นทำกันเอง   มสช. ช่วยเป็น catalyst ด้านวิชาการ   และเป็นผู้เชื่อมโยงเครือข่าย
- มีการกำหนดยุทธศาสตร์การทำงานที่ไม่ไปทำซ้ำรอยวิธีการที่มีผู้ล้มเหลวมาแล้ว   เช่นการแก้ปัญหาโรคอ้วนในเด็ก   ไปแก้ที่ตัวเด็กและครอบครัวจะไม่ได้ผล   ต้องแก้ที่สิ่งแวดล้อม  เช่น โรงเรียน  สถานพยาบาล  ชุมชน  ธุรกิจขนมเด็ก  เป็นต้น
- ในเชิงการจัดการ    ผมมองว่า มสช. ต้องมีวิธีการจัดการ 3 โครงการนี้ให้เกิด synergy ซึ่งกันและกัน   ไม่จัดการแบบแยกส่วน
- เครื่องมืออย่างหนึ่งคือ KM ซึ่ง สคส. ร่วมมือได้

วิจารณ์  พานิช
 25 ก.พ.49