ประเทศไทยละเลยและไม่ค่อยเห็นความสำคัญของข้อมูลพื้นฐาน(Database)...มักหวงกันจัง

จับมาขบต่อ...จากรศ.ดร.กฤตยา อาชวนิจกุล

             วันนี้ได้ติดตามอ.โก๋ไปคุยกับรศ.ดร.กฤตยา อาชวนิจกุล รองผู้อำนวยการสถาบันประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ถึงเรื่องการผลิตรายการหรือสื่อเพื่อเด็กและสตรี ซึ่งอาจารย์กฤตยาได้ให้ข้อคิดเห็นไว้มากมาย และหลายประเด็นน่าเก็บและจดจำมาใช้ อาทิ เรื่องของหลักการในการตั้งคำถามต่อประเด็นที่ตั้งไว้ คือรายการเพื่อเด็กและสตรีจะเลือกประชากรมาศึกษาอย่างไร ในประเด็นนี้อาจารย์ได้ให้หลักคิดไว้ว่า

ประการที่ 1 ต้องให้ผู้ชมเป็นผู้ตอบคำถามนี้ หรือเรียกว่า วิธี Audience Testing

ประการที่ 2 วิธีการที่เลือกคนมาตอบจะต้องมีหลักการที่ดี มีเหตุผลในการเลือกกลุ่มตัวอย่าง เพื่อให้เป็นที่ยอมรับได้

ประการที่ 3 การเลือกหรือตั้งคำถาม รวมถึงการเลือกวิธีการที่จะให้กลุ่มตัวอย่างทำการทดสอบ จะต้องมีเหตุผลและน่าเชื่อถือ

ประการที่ 4 การเลือกสาระของเรื่อง (Content Analysis) หรือแง่มุมในการเลือกคำถามก็มีความสำคัญไม่แพ้ประการอื่นๆ

ประการที่ 5 คือสิ่งที่สำคัญต่อการวิเคราะห์ก็คือ การจัดทำข้อมูลพื้นฐาน (Database) เพื่อนำมาใช้ประกอบการวิเคราะห์ได้อย่างหลากหลายแง่มุม

            ในเรื่องของข้อมูลพื้นฐานหรือ Database เรามักพบว่าเป็นข้อมูลส่วนที่สำคัญมากๆ เพราะจากข้อมูลจุดนี้จะสามารถต่อยอดไปสู่สิ่งใหม่ๆ ได้อีกมากมาย แต่ประเทศไทยละเลยต่อข้อมูลส่วนนี้อย่างมาก ส่วนหนึ่งมักมองว่าเป็นข้อมูลที่สมควรเป็นความลับ (แม้จะไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวข้องกับเงินทอง) เป็นข้อมูลที่แต่ละที่มักจะเก็บแยกออกจากกัน อุตสาหกรรมหลายประเภทของประเทศไทย ขาดข้อมูลศูนย์กลางในเรื่องดังกล่าว ไม่ค่อยมีแหล่งข้อมูลกลางของชาติ หรือหากมีข้อมูลก็มักเป็นข้อมูลที่เก็บไว้ใช้เฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้อง

แต่ผู้ที่สนใจศึกษาหรือต้องการข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจอื่นๆ จะไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ได้เลย นี่จะนับเป็นอีกหนึ่งอุปสรรคที่ทำให้ประเทศไทยพัฒนาได้ช้าหรือไม่ ต้องค่อยๆ คิดวิเคราะห์กันต่อไป