หลังความตายวิญญาณจะกลับมาบ้านฝากฮอยตี๋นฮอยมือเอาไว้ให้ญาติ

ยามเมื่อเป็นคนใช้ชีวิตอย่างเป็นสุขบ้าง ทุกข์บ้างตามชะตาที่ตนเองกำหนดกระทำที่กล่าวกันเสมอๆว่าทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว    หรือบางครั้งตนเองก็ไม่เคยกำหนดไม่ต้องการมัน แต่จู่ๆ เหตุการณ์มันก็เข้ามาปะทะยุ่งในชีวิตโดยที่ไม่คาดคิดไม่ว่า อุบัติเหตุ  ความโชคร้ายที่ผู้อื่นก่อให้ เช่นว่า มีคนมาลักเอาข้าวของใช้  บางวันเงินแทบจะหมดอยู่แล้วรถเจ้ากรรมกลับมาทำเสียต้องซ่อมเสียเงินไปดื้อๆ  บางครั้งเกิดความอยาก ความต้องการถูกหวย รวยทางลัดแต่มันก็ไม่เกิดถูกหวยตามความต้องการ กลับเสียเงินซื้อหวยไปอีกทำให้มีความเสียดายเงินค่าหวยยิ่งขึ้นเพิ่มความทุกข์ต้องการถอนเงินทุนคืน  โอ๊ย..จิปาถะ ซะป๊ะอย่างที่มันเป็นกิเลสกลัดกลุ้มใจจนกลายเป็นความเครียดแม้ว่าสิ้นใจตายไปแล้ววิญญาณยังต้องกลับมาบ้านด้วยความเป็นห่วงหาอาลัย  ไม่ว่าอาลัยสมบัติ  อาลัยญาติพี่น้อง  อาลัยผู้ที่เป็นที่รัก  ลูกหลาน  อะไรก็แล้วแต่ที่จะเกิดให้วิญญาณมีความอาลัย ด้วยว่ากิเลสยังไม่หมด

ขณะเดียวกันญาติๆผู้ตายที่ยังชีวิตอยู่เป็นคนก็ห่วงหาอาลัยผู้ตาย ห่วงว่าวิญญาณเขาจะไปลงนรกหมกไหม้  เจ็บปวดแสนทรมานทรกรรมห่วงว่าวิญญาณผู้ตายไม่ได้ขึ้นไปสู่สวรรค์ จะทำยังไงได้ติดต่อกับวิญญาณผู้ตายหรือให้ได้รู้ได้ทราบว่าวิญญาณผู้ตายกลับมาเยี่ยมบ้าน

ด้วยความรัก  ความห่วงหาอาลัยซึ่งกันและกันดังกล่าว  ทางญาติก็ได้คิดค้นวิธีการสืบหาร่องรอยวิญญาณว่ากลับมาบ้านจริงหรือไม่จึงได้ทำขี้เต้าฮอยผี(ขี้เถ้ารอยผี)

วิธีการทำขี้เต้าฮอยผี  หลังจากการเอาศพไปป่าช้าแล้วราว 3วัน หรือ 7 วัน  แล้วแต่ญาติจะกำหนดญาติจะเอาขี้เต้าในเตาไฟ(ครัวไฟ)ในเรือนผู้ตายมาร่อนเอาแต่ขี้เต้าผงละเอียดๆใส่ให้เต็มถาด   รอถึงเวลากลางคืน ญาติจะนำเอาถาดขี้เต้ามาวางแถวหัวบันไดบ้านหรือตามสถานที่  ที่ผู้ตายเคยนั่งเป็นประจำ แล้วทำการนำควัก(กระทง)ใส่ข้าว อาหาร พร้อมสวยดอกไม้ มาวางใกล้ๆพร้อมกับบอกฮ่ำฮิฮ่ำไฮ(กล่าวพรรณนา)ว่า " ในคืนวันนี้หากวิญญาณของ...(ชื่อผู้ตาย)ปิ๊กมาแอ่วบ้านแอ่วจองก็ขอหื้อย่ำฝากฮอยตี๋นฮอยมือเอาไว้บนถาดขี้เถ้านี้เน้อ.."  ว่าแล้วญาติๆก็จะพากันเข้าหลับนอนตามปกติ

รุ่งเช้าเสียงไก่ขันตั้งปลุกให้ญาติๆรีบลุกขึ้น พากันไปสังเกตดู  รอยเท้า รอยมือที่ฝากไว้บนขี้เต้าผงอ่อนในถาด   บางครั้งแทนที่จะเห็นรอยเท้าคนกลับกลายเป็นรอยเท้าควาย  บางครั้งแทนที่จะเป็นรอยมือคนกลับเป็นรอยเท้าไก่  หรือบางครั้งก็เป็นรอยเท้า  รอยมือคน  อย่างนี้ก็มี  แล้วแต่วิบากกรรมเวรอะไรก็แล้วแต่ที่ผู้ตายได้กระทำเมื่อเขายังชีวิต  บางครั้งก็ไม่มีฮอยหรือร่องรอยอะไรเลย ขี้เถ้าเรียบเสมอดีเป็นปกติ  แต่บางทีก็มีรอยเท้าหนู  แมว หรือจิ้งจกที่มากินอาหาร หากเป็นอย่างนี้ญาติก็จะรู้ว่ามันเป็นฮอยสัตว์กลางคืน   อยู่ในบ้านนี่เอง

หากเป็นฮอย(รอย)เท้า รอยมือคนญาติก็เบาใจว่าเขายังมีบุญที่จะกลับมาเกิดเป็นคน  หากปรากฏเป็นรูปเท้าสัตว์ชนิดใด ญาติๆก็ปลงอนิจจังว่าวิญญาณเขาผู้ตายต้องไปเกิดเป็นสัตว์เจ้าของรอยเท้านั้นๆ เช่นว่า ปรากฏเป็นรอยเท้าไก่  ญาติก็จะเชื่อว่าวิญญาณผู้ตาย ต้องไปเกิดเป็นไก้แน่แท้  เพราะยามเมื่อยังชีวิตเป็นคนเขาเป็นนักเลงไก่ชน  อย่างนี้เป็นต้น  อย่างไรก็ตามญาติก็จะทานขันข้าว(อาหาร)ไปให้ผู้ตายจนหมดเวลาไว้ทุกข์

ทำไมต้องเอาขี้เต้าในเตาไฟของผู้ตาย ?  เหตุผลก็คือ  เตาไฟหรือครัวไฟนั้นเป็นที่ปรุงอาหาร ทำอาหารเลี้ยงชีวิตผู้ตายมาตลอดจนสิ้นชีวิต  ผู้คนจึงถือว่าขี้เต้า(เถ้า)ในครัวไฟของผู้ตายนี่แหละเป็นสิ่งที่ควรนำมาใช้ได้ดีกว่าขี้เต้า(เถ้า)จากที่อื่นๆ

ปัจจุบันในท้องถิ่นชนบทล้านนาบางแห่งยังมีการทำขี้เต้าฮอยผีอยู่บ้าง  เพราะความเชื่อนี้ยังคงอยู่ในวิถีชีวิตแห่งความห่วงหาอาลัย เรื่องเล่าขี้เต้าฮอยผีก็จบลงด้วยเท่านี้...ลุงหนานขอลาไปก่อนเนอนาย