ผมเคยซื้อต้นกล้าผักหวานมาปลูกสี่ ห้าต้น ถัดมา 1 ปีหลังจากปลูก ต้นผักหวานก็ไม่ไปไหนมาไหน แทงยอดมาให้ชื่นชม 1 ยอด แล้วไม่นานก็ตายจากไป

นริศ คำธิศรี เล่าถึงวิธีปลูกผักหวานแสนง่ายดาย รับรองเกิดแน่นอน

 

นายนริศ อยู่ที่ อำเภอกุสุมาลย์ จังหวัดสกลนคร เล่าให้ฟังว่า เคยขุดตามดูรากว่าจะเดินทางอย่างไร มีลักษณะเช่นใด พบว่าผักหวานมีรากหลัก ๆ อยู่เพียงรากเดียว ซึ่งสามารถหยั่งลึกลงไปใต้ดินได้ถึง 2 เมตร แล้วก็หักงอเป็นมุมฉากขนานไปกับพื้นดิน และที่ปลายรากมีปมเล็ก ๆ อยู่ ซึ่งตรงนี้มีความเปราะบางมาก หากได้รับการกระทบกระเทือนที่ปลายราก ผักหวานจะชงักการเจริญเติบโต จะให้ยอดอีกหนึ่ง หรือ สองปี แล้วก็จะเหี่ยวและตายในที่สุด

นี่เองที่เป็นสาเหตุทำให้การเพาะผักหวานด้วยเมล็ดไม่ค่อยประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร เนื่องจากผักหวานที่เพาะเมล็ดแล้วนำไปใส่ในถุงชำ เมื่อนำไปปลูกจะทำให้ปลายรากกระทบกระเทือน หรือขาดนั่นเอง

พี่นริศ บอกว่า การปลูกผักหวานจะต้องใช้เมล็ดที่เก็บมาใหม่ ๆ ไม่เกิน 2 วัน (เดือนเมษายน- มิถุนายน จะเริ่มมีผลสุกของผักหวาน) แล้วนำไปฝังดินแค่ครึ่งเมล็ดโดยวางแนวนอน เอาฟางหรือหญ้าแห้งมาปิด แล้วก็เดินจากไปโดยไม่รดน้ำเลยแม้แต่หยดเดียว และห้ามเหลียวหลัง ไม่ต้องไปกังวลใดๆ ทั้งสิ้น

สภาพดินที่สวนของนายนริศ คำธิศรี

ผ่านไป 1 ปี ปราศจากการรดน้ำ ใส่ปุ๋ย ถางหญ้า กลับมาดูใหม่ จะเห็นผักหวานเด็ก โผล่หน้าขึ้นมามองโลกและจ้องหน้าคุณ หากพูดได้มันจะเรียกคุณว่า "แม่" ซึ่งพี่นริศบอกว่า ผักหวานที่แกปลูก มีอัตราการงอก 100% และรอด 100%

 

                                              ต้นผักหวานอายุ 1 ปี                            

จากนั้นจึงเอาปุ๋ยขี้วัวมาใส่ แต่พี่นริศ นี่ก็แปลก แกเอาขี้วัวสดๆ ใส่ไปที่โคนต้นผักหวานเลยล่ะครับ เหมือนว่าผักหวานเป็นยักษ์ไม่กลัวน้ำร้อน (รอบหน้าจะเล่าให้ฟังว่าทำไมต้องใส่ขี้วัวสด)

                                                เอาขี้วัวสดๆ ใส่ที่โคนต้น

ต้นผักหวานอายุ 3 ปี

ทั้งไว้ลืม ๆ ไม่นาน คุณจะมีผักหวานเต็มสวน แต่คงใช้เวลาอันยาวนานกว่าการตอน หรือการทุบราก แต่เชื่อว่า หากปลูกด้วยวิธีนี้ เมื่ออายุ 4 ปีขึ้นไป ทำยังไงก็ไม่ตาย ต่อให้ไฟเผาทั้งป่าก็งอกใหม่ได้

นี่เป็นการวิจัยที่แลกมาด้วยชีวิตของเขาเอง ซึ่งไม่ตรงกับสาขาวิชาที่ตนเรียนมา (ประมง มช.)