Human Talk

รายการ Human talk วันอาทิตย์ที่ 2 มีนาคม 2551

พิธีกร : สวัสดีครับท่านผู้ฟังครับ ขอต้อนรับเข้าสู่รายการ Human Talk ทุกเช้าวันอาทิตย์แบบนี้ 6 โมงเช้าถึง 7 โมงเช้า กลับมาเจอกับศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์และผมจีรวัฒน์ ตั้งบวรพิเชฐ

สวัสดีครับ อาจารย์ครับ

ศ.ดร.จีระ : สวัสดีครับคุณจีรวัฒน์  วันนี้เสียงผมไม่ค่อยจะดีเท่าไร เป็นหวัดนิดหน่อย

พิธีกร :    ครับ แต่ว่าวันนี้เราทุกคนต้องเตรียมตัวออกไปเลือกตั้ง สว. กันนะครับอาจารย์ครับ

ศ.ดร.จีระ : คือ อย่างไรก็ตาม ถึงจะมีเรื่องที่หลายคนบ่นว่า การเลือกครั้งนี้ ไม่ค่อยจะยุติธรรมเท่าไร แต่ว่า ก็คงจะต้องไป คนกรุงเทพฯ ก็ต้องเลือกให้ เลือกได้คนเดียว ก็ต้องระมัดระวังหน่อย จะตัดสินใจในด้านไหนก็ รายการเราทุกครั้ง เราก็พยายามให้กำลังใจ แล้วก็กระตุ้นให้ทุกคนมีส่วนร่วม เรื่องประชาธิปไตยของเรา

พิธีกร :    ตั้งแต่แปดโมงเช้าถึงสามโมงเย็นนะครับวันนี้ เต็มที่เลยนะครับสำหรับเวลาที่เปิดให้พวกท่านได้ใช้สิทธิ์ ใช้เสียงกันอีกครั้งหนึ่งในส่วนของสมาชิกวุฒิสภา

ศ.ดร.จีระ : ครับ

พิธีกร :    เช้านี้เรามีเรื่องราวเยอะทีเดียว อย่างในบทความแนวหน้าล่าสุด อาจารย์ก็เขียนถึง Ramos ไว้ ผู้นำที่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์

ศ.ดร.จีระ :ผมอยากเรียนท่านผู้ฟังนิดหนึ่งว่า ก่อนจะไปถึงรายการที่เราจะพูดในวันนี้ มีข่าวดีที่ผมจะเล่าให้ฟังก็คือว่า เราจะเปิด Blog ของ Human talk ความจริงได้เปิดไปแล้ว ก็คือเราจะถอดเทปอย่างละเอียดเลย แล้วก็ลงใน Blog วิธีก็คือ กดเข้าไปใน gotoknow แล้วก็บอกว่า chiraacademy  แล้วก็จะเห็น Blog ของ Human talk ซึ่งทุกอาทิตย์เราก็จะให้มีการถอดเทปขึ้นมา ความจริงผมอยากให้คนไทยได้รับทราบว่า แต่ละอาทิตย์เราได้ทำอะไรไปบ้าง ก็อยากให้ลองไปดูใน Blog อันนี้ดู ความจริง Blog ของเรา ถ้าหลายคนได้เคยเห็น จะเห็นว่าเป็น Blog ที่เน้นการร่วมมือ ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมของเรา และโดยเฉพาะเรื่องที่เราทำอยู่ ก็มีการโต้ตอบกันเป็นประจำ ความจริงใน net ก็เปิดได้ แต่ว่าเปิดได้เฉพาะเสียง คุณจีรวัฒน์รู้ไหม เราพูดหนึ่งชั่วโมงถอดเทปออกมาได้เกือบ 10 หน้า แล้วก็สิ่งที่เราพูดไป ผมคิดว่าคงจะเป็นประโยชน์ แล้วก็จะได้เป็น record ไว้ ก็ได้เริ่มไปแล้วตั้งแต่อาทิตย์โน้น

พิธีกร :  ครับ ก็เพิ่งเป็นอีกช่องทางหนึ่งนะครับที่ผู้ฟังสามารถติดตามเรื่องราวความคิดต่าง ๆ ที่เราได้พูดคุยกัน นอกเหนือจากที่รับฟังกันสด ๆ ทุกเช้าวันอาทิตย์แบบนี้นะครับ อาจารย์ครับ

ศ.ดร.จีระ : และก่อนจะไปถึงรายการนี้ ก็ขอแสดงความเสียใจกับการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งของท่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติด้วย เมื่อคืนนี้ผมได้ทราบว่าท่านกลับมา หาดใหญ่หรือไง แล้วก็ไปแถลงข่าวด้วย ทุกคนคงทราบดีนะครับว่าท่านเป็นบุคคลที่สังคมไทยยอมรับ เพราะฉะนั้น มีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งครั้งนี้ ก็ถือว่าเป็นสิทธิ์ของรัฐบาลที่จะต้องเปลี่ยนแปลงตำแหน่งนั้น แต่ว่าควรจะต้องศึกษาว่า สิ่งที่เกิดขึ้นจะกระทบอะไรบ้าง และคนดี ๆ ในสังคม โดยเฉพาะเป็นสังคมซึ่ง ทุกคนก็คงทราบดีว่าตำรวจก็มีภาพลักษณ์หรือมีปัญหาเยอะแยะ การที่มีเสรีพิสุทธิ์มาเป็นผู้นำนี่ สิ่งหนึ่งที่สำคัญที่สุด ตำรวจก็มีความภูมิใจในผู้นำของเขา  เพราะฉะนั้น การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ก็จะมีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของตำรวจด้วย ก็ขอแสดงความเสียใจต่อท่านด้วย

พิธีกร : ก็เป็นความเคลื่อนไหวอย่างหนึ่งในด้านการเมืองช่วงนี้ ครับอาจารย์ครับ ก็ต้องติดตามกันต่อไป เพราะว่าทุก ๆ วันก็มีเรื่องใหม่ ๆ เกิดขึ้นทุกวันเลยนะครับอาจารย์ครับในช่วงที่ผ่านมา

ศ.ดร.จีระ : ความจริงในช่องของเรานี้ก็ดีนะครับ เราก็จะพูดถึงเรื่องการเมืองไม่บ่อยนัก บางครั้งจะนำเสนอประเด็นบางประเด็นที่คิดว่าเป็นประโยชน์ต่อท่านผู้ฟัง ผมก็จะพูดเฉพาะเรื่องการเมืองที่เกี่ยวข้องกับเรื่องคน จะนำเสนอเป็นครั้งเป็นคราว ส่วนคราวนี้ก็เรื่องการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งของท่านเสรีพิสุทธิ์ก็เป็นเรื่องค่อนข้างจะใหญ่ สำหรับสังคมไทย เพราะว่าท่านเสรีพิสุทธิ์ เป็นคนที่มีประวัติในการเป็นนักรบ แล้วก็มีเรื่องคุณธรรมจริยธรรมก็สูง เพราะฉะนั้นเราก็คงจะต้องศึกษากันต่อไปว่า อะไรจะเกิดขึ้นกับกรมตำรวจของเราหรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในอนาคต  คุณจีรวัฒน์ในฐานะคนรุ่นใหม่ก็คงเคยได้ยินบทบาทของท่านอยู่แล้ว

พิธีกร :  ครับ ก็คิดว่าท่านเป็นคนเก่ง อยู่ที่ไหนท่านก็คงสามารถทำคุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติได้

ศ.ดร.จีระ : คือ อย่างผมเอง ผมไม่รู้จักท่านมาก่อนเลย คืออาจจะเป็นรุ่นพี่ เป็นรุ่นน้องผม 2 3 ปี แต่ว่าท่านก็ได้ติดตามความรู้ของผมมาโดยตลอด แล้วก็ตอนหลัง ๆ ก็ได้ขอให้ผม ในฐานะนายกสมาคมนักเรียนเก่าเทพศิรินทร์เข้าไปช่วยกันจัดมูลนิธิกัน เราจะเป็นคนดี แล้วก็มาทางผมเป็นที่ปรึกษาท่านในเรื่องของการพัฒนาตำรวจ ซึ่งเราก็ได้ทำเรื่องหลาย ๆ เรื่องไป โดยเฉพาะเรื่องที่ดังค่อนข้างจะมากคือ  เรื่องการให้ตำรวจได้หัวเราะ ดร.วัลลภ หลายคนที่เคยได้ติดตามตำรวจจราจรของเรานี่ เป็นตำรวจที่มีความเครียดอย่างมากเลย เพราะฉะนั้นท่านเสรีพิสุทธิ์ก็ได้สนับสนุนกิจกรรม แล้วก็การตั้งที่ปรึกษาก็ไม่ได้ตั้งขึ้นมาเพื่อประดับบารมีท่าน ท่านให้โอกาสในการทำงาน ที่ผมประหลาดใจก็คือ การตั้งข้อหาทั้งหมด 3 ข้อ ในการเปลี่ยนตำแหน่งครั้งนี้ ข้อหาแรกเกี่ยวกับเรื่องการจัดซื้อรถ ข้อหาที่สองในเรื่องการจัดกิจกรรมซึ่งในช่วงที่เรายังไว้ทุกข์สมเด็จพี่นางเธอ แล้วก็สุดท้ายคือเรื่องการเลื่อนตำแหน่งเหล่านั้น ผมเชื่อว่าท่านคงชี้แจงได้ โดยเฉพาะเรื่องการเลื่อนตำแหน่งต่าง ๆ นี่ ได้ทราบมาจากท่านว่า ท่านต้องการจะให้ตำรวจบางคนซึ่งติดยศระดับนายจ่าอยู่เป็นเวลานาน ได้มีโอกาสได้ขึ้นมาเป็นนายตำรวจสัญญาบัตร คุณจีรวัฒน์ลองคิดดู ระบบตำรวจนี่ ส่วนมากก็จะเป็นระดับล่าง ระดับตั้งแต่นายร้อยขึ้นไปจริง ๆ ก็มีจำนวนไม่มาก ท่านก็พยายามให้ตำรวจ แม้กระทั่งในระดับสัญญาบัตร มีความรู้ในระดับปริญญาตรีขึ้นไป ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้ท่านอาจถูกมองว่า อาจมีการใช้เงินเพิ่มขึ้น แต่จริง ๆ แล้วเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้กับประชาชน ลูกน้องของท่านมากกว่า เพราะฉะนั้นผมเชื่อว่า ทุกอย่างที่ท่านทำไป ท่านสามารถอธิบายได้ คือผมขอพูดตรงนี้ เพราะว่าผมก็ไม่รู้จักท่านมาก่อน พอท่านเข้ามาเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ท่านก็ได้เชิญบุคลากรที่มีความสามารถ แล้วก็ปล่อยให้เราทำอย่างเต็มที่เลย  พอเราที่ปรึกษาเราตัดสินใจอะไรไป ท่านก็สนับสนุนเราอย่างเต็มที่ ผมว่าบางครั้งสังคมไทย อาจจะไม่ค่อยได้รู้เรื่องเหล่านี้ ก็เลยขออนุญาตเล่าให้ฟัง เป็นการประกอบที่ท่านทั้งหลายได้พิจารณาต่อไป คือการเมืองก็คือการเมือง ผมก็ไม่ได้ว่ากัน  แต่ว่าคนไทยจะต้องมีความสามารถในการตัดสินใจว่าเหตุการณ์เหล่านี้มีผลกระทบต่อส่วนรวมแค่ไหน ผมเชื่อว่าคุณเสรีพิสุทธิ์ก็คงจะมีบทบาทในชีวิตของท่านต่อไป เพราะท่านเป็นนักรบก็จริง แต่คุณจีรวัฒน์รู้ไหม ท่านเป็นคนที่รอบคอบมาก โดยเฉพาะเรื่องกฎหมาย ท่านเป็นนายร้อยสามพราน แต่ว่าสนใจเรื่องกฎหมายอย่างมากเลย จะแม่นกฎหมายมาก การเซ็นหนังสือของท่านแต่ละครั้ง ท่านก็จะรอบคอบมาก เพราะฉะนั้นหลายเรื่องที่เป็นเหตุผลที่ทำให้ท่านต้องถูกออกจากตำแหน่งก็เป็นเรื่องที่ผมคิดว่ามันประหลาดพอสมควร เพราะว่าผมเชื่อว่าในประวัติของท่าน เรื่องคุณธรรมจริยธรรม ท่านค่อนข้างเป็นคนที่โดดเด่นมาก ในสายตาของตำรวจด้วยกัน เลยอยากฝากประเด็นเหล่านี้ไว้ด้วย

พิธีกร : ก็เราคงต้องเรียนรู้นะครับอาจารย์ครับ  ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่อาจารย์ได้นำมาเสนอ เชื่อว่าทุกท่านเองก็คงได้ประโยชน์จากมุมมองที่เราอาจจะไม่ได้มองเหมือนกับรายการข่าวอื่น ๆ นะครับอาจารย์ครับ

ศ.ดร.จีระ : คือเรื่องที่พูดมานี้ ก็เผอิญผมมีโอกาสทำงานร่วมกับท่าน เมื่อคืนนี้คนที่ไปทำงานร่วมกับท่าน ที่ไม่ใช่ลูกน้องท่านก็ไปกันที่สนามบิน ผมก็คิดว่าท่านได้แถลงข่าวเคลียร์ตัวเองไปแล้ว และผมเชื่อว่าชีวิตของท่าน ท่านก็ยังมีโอกาสได้รับใช้ประเทศ เพราะว่าอีก 6 7 เดือน ท่านก็เกษียณอายุแล้วนะ คุณจีรวัฒน์ ก็เชื่อว่าท่านคงจะสู้ต่อไป เพราะชีวิตท่าน ท่านถูกฟ้อง ถูกตั้งข้อหาในกรรมการต่าง ๆ มากมาย ท่านเป็นนักสู้ ผมโชคดีมากที่ท่านได้เชิญมาร่วมงาน ก็มีโอกาสได้ทำงานร่วมกับท่านอยู่ประมาณปีหนึ่ง ผมเชื่อว่าในอนาคตข้างหน้าท่านก็อาจจะมีบทบาททางการเมืองต่อไป ไม่ว่าจะการเมืองระดับชาติหรือแม้กระทั่งการเมืองในระดับผู้ว่า กทม. เราก็ต้อง คนไทยก็ต้องที่จะลุก ติดตามรายการผมอยู่ ก็ต้องให้กำลังใจกับคนดี  แน่นอนการเมืองก็คงจะต้องมา แล้วก็ไป ต้องเปลี่ยนแลงได้ แต่เราก็ต้องให้กำลังใจกับคนดี และให้มุมมองที่เป็นประโยชน์ต่อท่านผู้ฟังด้วย

พิธีกร : ก่อนที่เราจะไปเบรกกัน อาจารย์ในด้านฝั่งเศรษฐกิจบ้าง อาจารย์มีความคิดเห็นอย่างไรไหมครับ สำหรับช่วงนี้ที่ค่าเงินบาทค่อนข้างแข็งตัวอย่างมาก แล้วก็ประกอบกับภาวะราคาสินค้ากำลังจ่อคิวขึ้นราคากันค่อนข้างเยอะทีเดียว ครับอาจารย์ครับ

ศ.ดร.จีระ : ก็อันแน่ ๆ คือเรื่องกันสำรอง 30 เปอร์เซ็นต์นี่ รัฐบาลชุดนี้ ก็หลังจากได้คุยกับทางแบงค์ชาติ ก็คงยกเลิกแน่นอน ก็เป็นเรื่องใหญ่ ผมคิดว่า คงเป็นอิทธิพลจากการที่นายกทักษิณบินกลับมาด้วย ทำให้หมอเลี้ยบมีความมั่นใจขึ้น คืออันนี้ก็ทำให้เงินบาทของเรา ก็คงจะแข็งขึ้นไปอีก เพราะว่าเรามีการที่จะสกัดกั้นไม่ให้เขาเก็งกำไรกัน เพราะฉะนั้น สิ่งแรกก็คือ exportของเราก็จะมีปัญหา เมื่อ export เรามีปัญหา เศรษฐกิจของเราก็มีโอกาสใหญ่โตได้น้อยลง ผมคิดว่าข้อดีของการที่เงินบาทแข็งก็คือ เรื่องราคาน้ำมัน จะทำให้ไม่ขึ้นเร็วนัก แล้วก็ค่าครองชีพต่าง ๆ  ถ้าเราสั่งสินค้าเข้ามา ราคาของสินค้าก็ไม่แพงนัก ฉะนั้นก็จะได้ทั้ง 2 ด้าน ส่วนเงินตราต่างประเทศก็จะไหลเวียนเข้าสู่ในตลาด โดยใช้กลไกของตลาดมากขึ้น แทนที่จะมีการตั้งสำรองไว้ 30 เปอร์เซ็นต์ ผมคิดว่านักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ก็อยากจะให้ยกเลิกอันนี้ ส่วนแบงค์ชาติเองเขาก็คงเป็นห่วงเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนของเขา แต่ว่าจริง ๆ ก็คือเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนของบาทในประเทศกับบาทนอกประเทศมันก็จะมีแนวโน้มใกล้เคียงกัน ที่ผ่านมาเรามีตั้งสำรอง 30 เปอร์เซ็นต์นี่ ทำให้เงินบาทในต่างประเทศของเราจริง ๆ จีรวัฒน์รู้ไหมว่ามันขึ้นไปถึง 29 บาท แข็งมากเลย สำหรับเรื่องค่าครองชีพนี้ก็เป็นเรื่องที่น่ากลัว เพราะว่าเงินเฟ้อในจีนวันนี้ก็ขึ้นไป 7.1 เปอร์เซ็นต์ ของเราก็มีแนวโน้มว่าจะขึ้นกันมากขึ้น แล้วเรื่องเงินเฟ้อนี่ก็กระทบเรามาก  เพราะว่าคนไทยรายได้ของเราไม่มาก ที่เรายังพอมีชีวิตอยู่ได้ดีก็เพราะว่าราคาอาหารของเราค่อนข้างจะถูก เพราะฉะนั้นถ้าทุกอย่างมันขึ้นไป แต่มันก็ดีแล้วนี่คุณจีรวัฒน์ รัฐบาลชุดนี้ก็ไม่ขึ้น ไม่ปล่อยให้ก๊าซธรรมชาติลอยตัว  มันก็จะได้อย่างเสียอย่าง เพราะถ้าก๊าซธรรมชาติไม่ลอยตัว วันหนึ่งเราก็ต้องเอาเงินอนาคตไปจ่าย ก็จะทำให้ประชาชนได้ประโยชน์ระดับหนึ่ง แต่ว่าต้องดูกันต่อไปว่า เป้าหมายของการเมือง กับเป้าหมายทางเศรษฐกิจจะขัดแย้งกันอย่างไร ผมคิดว่าคุณมิ่งขวัญท่านมามีบทบาท แล้วก็ถึงขนาดเป็นลมนี่ ท่านก็คงมีความหวังที่จะชะลอการขึ้นของค่าครองชีพเหล่านี้ 

พิธีกร : ครับ ซึ่งก็เป็นปัจจัยที่ทางหลาย ๆ คนมองว่า เอ๊ะปีนี้ภาวะการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยเราตามเป้าหมายที่หลายๆ คนตั้งใจไว้จะเป็นอย่างไรบ้าง เพราะว่ามาต้นปีก็เจอปัจจัยลบต่าง ๆ ค่อนข้างเยอะเลยทีเดียวนะครับ

ศ.ดร.จีระ : พอสำรอง 30 เปอร์เซ็นต์ยกเลิก ก็ทำให้การส่งออกของเราลำบาก ท่านผู้ฟังก็คงจะทราบดีว่า เศรษฐกิจของเราขึ้นอยู่กับความสามารถในการแข่งขัน เราไม่ได้ปรับปรุงเทคโนโลยี เราไม่ได้ปรับปรุงเรื่อง Brand สินค้า เราก็ค่อนข้างจะพึ่งกับการรับจ้างผลิตสินค้า ฉะนั้นเมื่อเงินบาทเราแข็ง ก็ได้เงินกลับมาน้อยลง ถ้าเรามีประสิทธิภาพในการผลิตมากขึ้น เราก็จะแข่งขันได้ แต่บางครั้ง exporterของเรา ซึ่งผมทราบว่าหลายคนนี่เก่ง แต่ว่าบางคนก็อาจปรับตัวไม่ทัน ซึ่งผู้ฟังก็คงเห็นแล้วว่าการส่งออกในเมืองไทย ไม่ได้ขึ้นกับเงินบาทอย่างเดียว แต่ว่าขึ้นอยู่กับศักยภาพในการแข่งขัน จะต้องมีตลาด ถึงราคาเงินบาทของเราจะแข็ง ก็สามารถสู้เขาได้ ถ้าเราปรับตัวอยู่ตลอดเวลา เดี๋ยวตอนเบรกแล้วผมจะขอพูดเรื่องภาวะผู้นำ

พิธีกร :ครับเดี๋ยวเราไปพัก ฟังสิ่งที่น่าสนใจสักครู่ครับ เดี๋ยวกลับมาพบกันครับ

โฆษณา

พิธีกร :ครับ กลับมาพบกันอีกครั้งนะครับ ในช่วงที่สองของรายการ Human talk กับศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์และผม จีรวัฒน์ ตั้งบวรพิเชฐ เมื่อช่วงต้นรายการ ก็มีประเด็นน่าสนใจหลายเรื่องเลยทีเดียว ทางด้านฝั่งความเคลื่อนไหวของการเมืองและเศรษฐกิจในช่วงนี้ครับ อาจารย์ครับ

ศ.ดร.จีระ : ครับ สวัสดีครับก็ขอย้ำอีกทีนะครับสำหรับ สว. ถึงแม้ว่าหลายคนอาจจะเบื่อ เพราะว่าเพิ่งไปเลือกตั้ง เรื่องความเบื่อนี่ก็เป็นเรื่องสำคัญเหมือนกันนะจีรวัฒน์ เอ๊ะทำไมต้องไปเลือกตั้งกันบ่อย ๆ  ก็ขอความกรุณาอย่าเพิ่งเบื่อ เพราะว่าเราคงหลีกเลี่ยงที่จะมีประชาธิปไตยไม่ได้ แล้วก็ สว.ก็มีข้อดีตรงที่ว่า  จะมากลั่นกรองกฎหมาย เพียงแต่ครั้งนี้ส่วนหนึ่งก็ได้เลือกไปแล้ว อะไรนะ สรรหาใช่ไหม

พิธีกร : ใช่ครับ

ศ.ดร.จีระ : เพียงแต่ว่าคนกรุงเทพฯ โห ครั้งนี้เลือกได้คนเดียว สมัยก่อนรู้สึกจะได้ตั้งเท่าไร  10 กว่าคน สมัยก่อนก็จะเป็นคล้าย ๆ ระบบ proportional ประชากรที่ไหนมาก ของเราไปลอกมาจากระบบอเมริกาเลยจีรวัฒน์  Senator รัฐทุกรัฐ ไม่ว่าใหญ่เล็กมาได้แค่ 2 คน ของเราตอนนี้ก็ได้คนหนึ่ง ความจริงคำว่าจังหวัดของเรา มันไม่ได้เป็นจังหวัดแบบอเมริกา เราแบ่งลักษณะเป็นการเมือง จังหวัดของเขาเป็น Separation เขาเป็นระบบพันธรัฐ หลายคนก็มีเอกสิทธิ์ และแต่ละรัฐในอเมริกาก็มีผู้ว่า รัฐบาลกลางของเขามีกฎหมาย ออกกฎหมายเอง ของเราไม่มี มันก็เลยประหลาดพอสมควร ไม่ว่ากันหรอก

พิธีกร : มันลูกครึ่งยังไงไม่ทราบครับอาจารย์

ศ.ดร.จีระ : ใช่ จริง ๆ แล้วก็มีคนถามผมเยอะ คราวนี้ ผมคิดว่า จีระ หงส์ลดารมภ์ มีอิทธิพลพอสมควร ตอนนี้ก็มีคนถามผมว่า เอ๊ะจะเลือกใครดี ผมก็เลยขออนุญาตไม่ออกความเห็นตรงนี้ แต่ก็ให้ความเห็นเขาไปถึงบุคคลต่าง ๆ ที่หลาย ๆ คนอาจจะไม่รู้จัก เพราะว่าระหว่างเราบางคนก็เป็นคนที่มีความมุ่งมั่นช่วยเหลือประเทศ ท่านก็อาจจะต้องศึกษาแบบลึกหน่อย บางทีผมเห็นบางคนนะจีรวัฒน์ ยังไม่รู้เลยจะไปเลือกใคร เพราะไม่รู้จักสักคน

พิธีกร : อันนี้เกิดกับหลายคนเหมือนกันครับที่อยู่รอบข้างผม   

ศ.ดร.จีระ : field ของธุรกิจเองก็ไม่รู้จะเลือกใครเหมือนกัน เพราะว่าคนที่เป็นนักธุรกิจ ที่มีประโยชน์ ดัง ๆ ก็ไม่ได้ลงมาเลย ทางเลือกก็เลยน้อยไป ผมคิดว่าก็คงจะต้อง การเมืองก็เป็นแบบนี้ครับท่านผู้ฟัง ก็จะมีอุปสรรคเล็กน้อย เราก็ต้องมี positive thinking คือมองโลกในแง่ดี ผมคิดว่าสังคมไทย จะต้องเป็นสังคมการเรียนรู้ คือรู้ว่าจุดอ่อน จุดแข็งเป็นอย่างไร แล้วก็พยายามปรับตัวเอง ที่ผมคุยเรื่องเสรีพิสุทธิ์ก็ไม่ได้ Against รัฐบาลชุดนี้ทุกเรื่อง เขาก็มีสิทธิ์ที่จะมีนโยบายของเขาออกมา แต่ว่าคุณเสรีไม่มีประสิทธิภาพ ผมว่าเป็นเรื่องตลก เพราะว่าเขาเป็นผู้นำที่ระมัดระวังมากในการทำงานของเขา เรื่องคุณธรรมจริยธรรมเขาก็ไม่หย่อนยาน แล้วก็ผมเห็นการทำงานเขามาหนึ่งปี มีความมุ่งมั่นมากที่จะทำให้ตำรวจเป็นองค์กรที่มีความเสมอภาค คุณจีรวัฒน์ลองคิดดูว่า แต่ก่อนตำรวจนี่ มีคนฝากเยอะเลย แล้วก็เขาพยายามมาเคลียร์เรื่องเหล่านี้ ให้เกิดความเป็นธรรม การเป็นผู้นำแล้วก็มีความเป็นธรรม มันก็ช่วยได้เยอะ เพราะว่าบางครั้งผู้นำก็ไม่ค่อยจะเป็นที่พึ่งของทุกคนมากนัก ก็เลยเป็นปัญหาของประเทศของเรา คือตำรวจเป็นกลุ่มเดียวซึ่งสามารถขึ้นสู่ตำแหน่งได้ในสิ่งที่เราเรียกว่าวิ่ง บางคนเป็นนายพลตั้งแต่อายุ 40 ก็มี เพราะว่ามีโอกาสได้วิ่ง ฉะนั้นระบบคุณธรรมจริยธรรมในตำรวจนี่ก็หย่อนยาน คนนี้เป็นคนของใคร อะไรนี่ แล้วก็เรารวมศูนย์นี่ คุณจีรวัฒน์ สองแสนสามหมื่นคน เพราะฉะนั้น ใครเป็นเด็กของใครก็มีโอกาสได้มากกว่า ในอนาคตข้างหน้าตำรวจก็ต้องมีการปฏิรูปอยู่ตลอดเวลา คุณลองคิดดู อย่างทหารนี่ เขามีรุ่นรุ่น เขาจะไม่ค่อยข้ามรุ่นกันเท่าไร ฉะนั้นตำรวจนี่มีการข้ามรุ่นกัน น่ากลัวมาก บางคนอายุ 40 เป็นนายพลแล้ว อายุ 45 ยังไม่ได้เป็นเลย อย่างนี้ การปรับตัวเข้าหาก็ลำบาก เพราะว่ายศหรือบทบาท ตำแหน่งมันสำคัญกว่า ดังนั้นเลยเกิดความลักลั่นขึ้นมา บางทีก็ไม่ค่อยมีสปิริตในการทำงานร่วมกัน บางคนก็เห็นแก่ตัวเอง วิ่งเพื่อไปสู่ตำแหน่ง และยิ่งบางแห่งเป็นตำแหน่งที่มีผลประโยชน์ เช่น ในนครบาล ทุกคนก็วิ่งไปสู่โรงพัก มีผลประโยชน์มาก ๆ เลย อย่างเช่น ทุกคนอยากวิ่งไปอยู่ที่บางรัก ไม่ใช่เป็นเพราะว่ารักใคร แต่มีผลประโยชน์เยอะแยะเลย กฎหมายในเมืองไทย คุณจีรวัฒน์ มีไว้สำหรับ ภาษาอังกฤษเรียกว่า มีไว้สำหรับ Abuse คือสามารถเปลี่ยนแปลงกฎหมายได้ ผมพูดมาทั้งหมดก็ได้ความรู้มาจากการที่ผมได้เข้าไปมีส่วนร่วม ผมก็ทำงานหนัก ในฐานะที่ปรึกษาท่าน ทำงานทุกวันเพื่อให้ตำรวจได้ดี ฉะนั้นก็ขอให้กำลังใจท่านอีกครั้งหนึ่ง เราก็คงพูดเรื่องนี้ไม่บ่อย เพราะว่าผมเข้าใจ ว่าเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นได้ อยากให้คนไทยที่ฟังรายการนี้อยู่ได้มีความเข้าใจว่า คนดี ๆ บางทีก็ไม่สามารถจะอยู่ได้