อนุทินส่วนตัว ๕ มี.ค. ๕๑
เวลาอยู่กับตัวเอง
นี่คือแบบฝึกหัด หรือบทเรียนชีวิต เป็นการทดลองใช้ชีวิตใน weekday ที่บ้าน ทดลองความรู้สึกที่ไม่ต้องรีบตื่นแต่เช้ามืด ออกไปวิ่งออกกำลัง แล้วนั่งรถออกไปทำงานตั้งแต่ยังไม่สว่าง เปลี่ยนไปเป็น ออกไปวิ่งเมื่อพระอาทิตย์ขึ้นแล้ว นั่งอ่าน คิดไตร่ตรองทบทวน ดูทีวีที่ชอบ เขียน (จริงๆ คือพิมพ์) ฟังเพลง ปล่อยให้จังหวะชีวิตเนิบนาบ และเป็นไปตามบังคับของตัวเราเอง
ความงามที่ไม่ต้องซื้อ
ผมออกไปวิ่งสาย จึงได้เสพ “ของฟรี” ที่เพื่อนบ้านเอื้อเฟื้อให้ ผมรู้สึกขอบคุณเพื่อนบ้านในหมู่บ้านสิวลี ติวานนท์ ใน ๒ สถาน
1. ให้ความสงบสุขแก่ผม
2. ให้ความงาม ร่มรื่น หอมสดชื่น ของธรรมชาติ ในบริเวณหมู่บ้าน
ฟังเพลง
ผมชอบฟังเพลง ไล้ท์ มิวสิค เพลงคลาสสิค ชอบเครื่องดนตรีเปียโน มากที่สุด ในขณะที่ภรรยาชอบไวโอลิน
ผมนั่งฟังเพลงด้วย Window Media Player ฟังเพลงจาก โน้ตบุ๊ค คู่กาย โดยใส่หูฟัง ไพเราะให้ความสุขสบายอย่างไม่ค่อยมีโอกาสได้สัมผัสมาก่อน ยิ่งได้นั่งเอกเขนกที่ระเบียงหน้าบ้านท่ามกลางแมกไม้และนก ในอากาศเย็นสบาย มีลมพัดโชยอ่อนๆ ยิ่งรู้สึกเป็นสุข
ออกไปประชุมรับใช้มหาวิทยาลัยมหิดล
เมื่อมีความจำเป็น ผมก็เต็มใจขับรถ (ด้วยตนเอง) ไปประชุมที่ศาลายา ที่ผมเป็นผู้เชิญคนมาหารือกันเรื่องการดำเนินการจัดจ้างที่ปรึกษาด้าน ICT ของรามาฯ เพื่อร่วมกันตรวจสอบว่าการดำเนินการถูกขั้นตอนตามระเบียบพัสดุหรือไม่ นี่คือการทำหน้าที่ empower ฝ่ายบริหารให้ทำงานได้รวดเร็วด้วยและรอบคอบด้วย จากสภามหาวิทยาลัย
จิตเจริญ
จิตตปัญญา / จิตเจริญ / การยกระดับทางจิตวิญญาณ / จิตใจสูง การวัดระดับของสภาพเชิงนามธรรมข้างต้น ทำอย่างไร นี่คือโจทย์หรือการบ้านจากทีมของ มสส.
คุณสมหญิง ส่งการบ้านเอกสารมาให้อ่าน คือ “กรอบการทำความเข้าใจเรื่องจิตวิญญาณ:
แนวคิดและปรัชญาเพื่อการส่งเสริมและพัฒนาสุขภาวะทางจิตวิญญาณ”โดย โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์
สำนักวิจัยสังคมและสุขภาพ (สวสส.) เป็น pdf file หนา ๓๘ หน้า
แค่อ่านหน้าที่ ๒ ผมก็พบประเด็นที่ทีม มสส. ถามผม “ตัวชี้วัดของสุขภาวะทางจิตวิญญาณมีได้หรือไม่ในเงื่อนไขใดหากมีได้ตัวชี้วัดนั้นๆมี
ความจำเพาะความไวความเที่ยงและความน่าเชื่อถือได้ในระดับใด” ผมจึงอ่านเอกสารนี้แบบมีเป้าหมายได้แล้ว
นอกจากนั้น ผมยังติดใจ ข้อความ “สภาวะแวดล้อมที่เกื้อกูลให้โครงสร้างพื้นฐานทางจิตวิญญาณทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพประกอบด้วย
• ความพอเพียงของเครื่องอุปโภคบริโภคเพื่อการยังชีพ
• การอยู่ร่วมกันของผู้คนหลากหลายวัยวุฒิ
• ความสมดุลของกฎเกณฑ์ระหว่างเพศหญิงชาย
• ความเป็นหนึ่งเดียวของชุมชนโดยปราศจากอำนาจครอบงำและความรุนแรง
• จังหวะต่างๆของชีวิตที่ไม่เร่งรัดเร่งรีบจนเกินไป
• การมีมรดกทางวัฒนธรรมร่วมกัน”
ผมสรุปกับตัวเองว่า สภาพสังคมมีส่วนช่วยให้เกิดการเรียนรู้ทางจิตตปัญญา หรือสร้างสภาพ “จิตเจริญ” แบบมั่นคงถาวร แต่ในมิติสุดโต่ง แม้สังคมจะวิบัติปานใด คนที่ฝึกมาดืยิ่งก็จะยังดำรงสภาพ “จิตเจริญ” อยู่ได้ ผมมองว่าเราน่าจะเน้น “จิตเจริญ” สำหรับคนส่วนใหญ่ ไม่ใช่สำหรับคนส่วนน้อยที่อาจเป็นบุคคลพิเศษ
องค์ประกอบของ “จิตเจริญ” ๙ องค์ประกอบ ที่โกมาตรอ้าง Elkins
1) มิติที่เลยตัวตน ที่เรียกว่า transcendental
2) มิติด้านความมุ่งหมายในชีวิต คุณค่าของชีวิต
3) มิติด้านพันธกิจ หรือปณิธาน ของชีวิต
4) มิติด้านความศักดิ์สิทธิ์ของชีวิต
5) มิติด้านคุณค่าของวัตถุ ให้คุณค่า แต่ไม่ยึดติด
6) มิติด้านความเสียสละ
7) มิติด้านอุดมการณ์
8) ตระหนักว่าชีวิตเป็นทุกข์
9) ได้รับปฏิเวธจาก “จิตเจริญ” ของตน
ผมเริ่มตั้งสมมติฐานว่า เนื่องจากหมอโกมาตรก็สนใจเรื่องเดียวกันนี้ การหาคำตอบแบบวิชาการนั้น สรุปได้เลยว่าหมอโกมาตรทำได้เก่งกว่าทีม มสส. มากมาย ดังนั้นทีม มสส. ต้องหาจุดแข็งของตนในการทำงานนี้ และโอกาสที่ผมเห็นคือ หาคำตอบแบบไม่ตอบเอง แต่จัดกระบวนการให้ผู้เกี่ยวข้องช่วยกันหาคำตอบ ทีม มสส. น่าจะต้องสร้างจุดแข็งของตนในการทำงานแบบนี้ นี่คือทักษะในการใช้ KMเพื่อหาคำตอบในเรื่องยากและซับซ้อน ผมสรุปเบื้องต้นว่ายุทธศาสตร์การทำงานของ มสส. น่าจะได้แก่
o จัดกระบวนการให้ผู้มีประสบการณ์ช่วยกันหาคำตอบ
o เน้นการหานิยามและตัววัดจากประสบการณ์ตรง มากกว่าจากทฤษฎี คือเน้นทำงานจากฐานปฏิบัติ เสริมด้วยทฤษฎีบ้าง แต่ไม่เอาทฤษฎีเป็นตัวตั้ง และไม่อิงหรือยึดถือทฤษฎีใดทฤษฎีหนึ่งเพียงทฤษฎีเดียว คือมีทีท่าต่อวิธีคิดหรือทฤษฎีแบบ inclusive ไม่ใช่ exclusive ซึ่งถ้าอิงบทความของหมอโกมาตร มสส. จะทำงานแบบก้าวข้ามข้อจำกัดของภาษา ไปทำงานกับความรู้สึกหรือสัมผัสตรงของผู้คน เราจะเน้นสื่อสารความรู้สึกจากประสบการณ์ มากกว่าสื่อสารภาษา
o เน้นนิยาม และตัววัด เชิงพฤติกรรม ไม่ใช่เชิงหลักการหรือเชิงคำพูด
o ตัววัดอาจมีได้หลายชุด หรือหลายระดับ แตกต่างไปตามบริบทของตัวบุคคล ชื่อของตัววัดชุดนี้อาจเรียกว่า ตัวชี้วัด หรือดัชนีบอกระดับของ สภาพจิตเจริญ (Spiritual Intelligence Quotient - SIQ)
o ตัวชี้วัดที่ผมค่อยๆ นึกออก และสรุปรวบรวม สภาพ “จิตเจริญ” หรือ “สุขภาวะทางจิตวิญญาณ” หรือ “จิตใจสูง” ของคนใดคนหนึ่ง คือ
1) จิตเจริญในตน จิต/อารมณ์ ไม่กระเพื่อมง่าย และเมื่อกระเพื่อมก็รู้เท่าทันและควบคุมได้ ไม่ตกอยู่ใต้กิเลสเผาผลาญ
2) จิตเจริญระหว่างตนกับคนอื่น(relationship) มีความเมตตากรุณามุทิตาอุเบกขา (พรหมวิหาร ๔) รับฟังเป็น ไม่ด่วนตัดสิน
3) จิตเจริญแบบนับญาติกับธรรมชาติ ในลักษณะที่เข้าใจธรรมชาติเชิงวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่แค่ธรรมชาติเชิงปรากฏการณ์
4) จิตเจริญในมิติรวมหมู่ (collective) สภาพที่กลุ่มคน หรือการรวมหมู่ และมีวัตรปฏิบัติของหมู่คณะที่ช่วยยกระดับจิตใจคน วัฒนธรรมจิตเจริญ
ผมเชื่อตามข้อเสนอ ๗ ข้อของหมอโกมาตรที่กล่าวว่า
“ ในการขับเคลื่อนเพื่อการปรับกระบวนทัศน์ทางสังคมจำเป็นต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบเชื่อมโยงกันอย่างน้อย7 องค์ประกอบ คือ
1) ประมวลองค์ความรู้และพัฒนาให้เป็นแนวคิดที่ชัดเจนและใช้ขับเคลื่อนการเรียนรู้ได้
แนวคิดสำคัญที่เรียนรู้ได้หรือLearnable Key Concept นี้จะทำให้การคิดค้นสร้าง
กระบวนการเรียนรู้และการพัฒนาเป็นไปได้