หน่วยที่ 4
ระบำกุ๊บไต
จุดประสงค์การเรียนรู้
1. บอกความหมายประวัติความเป็นมา รูปแบบและลักษณะวิธีการแสดง
การแต่งกาย ดนตรีทำนองเพลง และท่าระบำกุ๊บไตได้
2. ฝึกปฏิบัติท่ารำตามแบบได้อย่างสนุกสนานถูกต้องสวยงาม
3. ชื่นชมและเห็นคุณค่าของภูมิปัญญาท้องถิ่น
ความหมายของกุ๊บไต
จากการศึกษาเอกสารที่มีอยู่ได้มีผู้ให้ความหมายของกุ๊บไตดังต่อไปนี้
คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ (2539: 301) กุ๊บไต คือ หมวกพื้นบ้านของชาวไทยใหญ่ มีลักษณะคล้ายงอบของภาคกลางแต่รูปร่างเหมือนดอกเห็ดที่บานยังไม่เต็มที่ และมีจุกตรงกลางเป็นกรวยขนาดใหญ่รูปร่างเหมือนกับยกทรงของผู้หญิง
วีรพงศ์ มีสถาน (2544 : 45) ให้ความหมายไว้ว่าหมวกทรงคลุ่ม ยอดแหลมแต่เดิมนิยมทำด้วยกาบไม้เย็บติดกับโครงไม้ไผ่ที่อยู่ภายในด้านล่างมีกรอบตื้น ๆ สำหรับครอบหัว คล้ายงอบของไทยภาคกลาง
สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน ( 2549:37) กุ๊บไต เป็นภาษาท้องถิ่นที่ชาวไทยใหญ่เรียกกันทั่วไปส่วนในชื่อที่เรียกกันทั่วไปคือหมวกจักสาน
จากความหมายดังกล่าวข้างต้นพอสรุปได้ว่า กุ๊บไตคือหมวกจักสานของชาวไทยใหญ่มีลักษณะคล้ายงอบของภาคกลาง มีจุกตรงกลางเป็นกรวยขนาดใหญ่ รูปร่างเหมือนดอกเห็ดที่ยังบานไม่เต็มที่
ภาพที่ 4.1 กุ๊บไต
ความสำคัญและคุณค่าของกุ๊บไต
ในสมัยโบราณนั้นกุ๊บไต มีความสำคัญและมีประโยชน์ต่อวิถีชีวิตของชาวบ้านมาก เนื่องจาก ชาวบ้านนิยมสวมกุ๊บกันแสงแดดกันฝนในโอกาสต่าง ๆ เช่น สวมใส่เวลาทำงานกลางแจ้ง ในเรือกสวนไร่นา ไปทำธุระนอกบ้าน หรือแม้แต่ในงานพิธีซึ่งจัดขบวนแห่ไป
ตามถนน เพราะมีขนาดกว้างพอสำหรับการบังแดด และในฤดูฝนก็สามารถใช้งานได้เช่นกัน เพราะกุ๊บสามารถป้องกันฝนได้ เนื่องจากเขาจะทาน้ำมันชนิดหนึ่งซึ่งเรียกว่า น้ำเหม็น ซึ่งมีคุณสมบัติกันน้ำฝนรั่วซึมได้ดี โดยจะใช้ร่วมกับผ้าพลาสติก คือ สวมกุ๊บ และใช้ผ้าพลาสติกพันคลุมร่างกายตั้งแต่คอลงไป เพราะในสมัยก่อนยังไม่มีเสื้อกันฝนเช่นในปัจจุบัน ดังนั้น จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชาวบ้านในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ในอดีต
ในปัจจุบันนี้กุ๊บไตได้กลายเป็นสินค้าสำหรับเป็นของที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยวไปเสียแล้ว เนื่องจากคนรุ่นใหม่ไม่นิยมใช้กุ๊บ นอกจากคนรุ่นเก่าหรือคนที่อยู่ในหมู่บ้านชนบทที่ยังคงใช้กุ๊บ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน และผู้ที่สานกุ๊บก็จะถ่ายทอดการสานกุ๊บให้กับผู้เรียนโดยการจัดประสบการณ์ตรงให้กับผู้ที่รับการถ่ายทอดให้เกิดการปฏิบัติจริง คือ พ่อแม่ถ่ายทอดให้กับบุตรหลานของตน
ประโยชน์ของกุ๊บไต
กุ๊บไตมีประโยชน์ดังต่อไปนี้
1.ใช้สวมศีรษะเพื่อกันแสงแดดหรือฝน ในการไปทำงานในไร่นา ประกอบอาชีพอื่น ๆและบางทีก็สวมเพื่อประกอบกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การเดินขบวนในกิจกรรมการแต่งกาย กิจกรรมงานประเพณีต่าง ๆ เพื่อแสดงเอกลักษณ์ของท้องถิ่น
2.ใช้ในการตกแต่งเพื่อความสวยงาม บางแห่งก็ใช้ในการตกแต่งร้านค้า บ้านเรือน สถานที่ที่มีการแสดงนิทรรศการต่าง ๆ เพื่อความสวยงาม หรือแสดงความเป็นเอกลักษณ์และประโยชน์ใช้สอยอีกอย่างหนึ่ง
3. แสดงความเป็นเอกลักษณ์การแต่งกายของชาวไทยใหญ่ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน
4. ประกอบอาชีพเพิ่มรายได้ให้ครอบครัว
ภาพที่ 4.2 สวมใส่ไปทำธุระนอกบ้าน
ภาพที่ 4.3 สวมกุ๊บกันแสงแดด
ภาพที่ 4.4 ชาวไตสวมกุ๊บไปทำสวน
ภาพที่ 4.5 ชาวไตสวมกุ๊บไปดำนา
ภาพที่4.8ชาวไตสวมกุ๊บแห่ครัวหลู่(เครื่องไทยทาน)ในงานปอยส่างลอง
ภาพที่ 4.7เป็นของที่ระลึกให้กับนักท่องเที่ยว
ความเป็นมาของระบำกุ๊บไต
ระบำกุ๊บไตเป็นการประดิษฐ์ท่ารำขึ้นใหม่ โดยนำเอาขั้นตอนการสานกุ๊บและการใช้ประโยชน์จากกุ๊บมาประดิษฐ์ท่ารำมีท่ารำทั้งหมด 15 ท่า โดยใช้กุ๊บไตเป็นอุปกรณ์ในการรำ มุ่งให้ผู้ชมได้ทราบถึงวิธีการและขั้นตอนการสานกุ๊บ ประโยชน์ของกุ๊บและเกิดความเพลิดเพลิน ตลอดจนได้เห็นการแต่งกายและท่ารำที่อ่อนช้อยงดงามด้วย
รูปแบบและวิธีการแสดง
ระบำกุ๊บไต เป็นชุดการแสดงที่ประดิษฐ์ขึ้นใหม่โดยกำหนดท่าที่ใช้รำเป็นแบบฟ้อนไตผสมกับท่ารำมาตรฐานตามแบบนาฏศิลป์ไทย ท่าระบำกุ๊บไตเป็นการเลียนแบบท่าทางในการประกอบกุ๊บไตของหญิงสาวชาวไต มาประดิษฐ์ให้มีลีลาทางนาฏศิลป์ไทยและได้นำกุ๊บไตมาใช้เป็นอุปกรณ์ประกอบรำด้วย ซึ่งท่ารำแต่ละท่าสื่อความหมายของการสานกุ๊บ จังหวะการรำไม่ตายตัว ทั้งนี้แล้วแต่ความเหมาะสมของเวลาและจำนวนผู้แสดง มีทั้งหมด 15 ท่า ประกอบด้วยท่ารำต่อไปนี้
1. ท่าเดินเข้าป่า 9. ท่าสานกุ๊บ
2. ท่าตัดไม้ 10. ท่าแปรแถว
3. ท่าแบกไม้ 11. ท่าการนำกุ๊บไปใช้ประโยชน์ในงานรื่นเริงต่างๆ
4. ท่าผ่าไม้ 12. ท่าการนำกุ๊บไปใช้ประกอบอาชีพต่าง ๆ(ท่าปาดเหงื่อ)
5. ท่าจักตอก 13. ท่าการนำกุ๊บไปใช้ในการพัดคลายร้อน
6. ท่าเหลาตอก 15. ท่าการนำกุ๊บไปใช้ในการประดับตกแต่ง
7. ท่าตากตอก และเป็นของที่ระลึก
8. ท่าแปรแถว
9. ท่าสานกุ๊บ
เครื่องแต่งกาย
การแต่งกายระบำกุ๊บไตได้แบบอย่างมาจากการแต่งกายของชาวไตโบราณ และนำมาประยุกต์ใหม่เพื่อให้เหมาะสมกับการแสดงและเพื่อความสวยงามดังต่อไปนี้
1. เสื้อ สวมเสื้อไตแขนสามส่วน ป้ายสาบเสื้อไปทางซ้ายมือติดด้วยกระดุมเงิน
2. ผ้าถุง สวมผ้าถุงต่อชายสีสดใส นุ่งยาวคร่อมเท้า รัดด้วยเข็มขัดเงิน
3. ผม เกล้าผมมวยสูงปล่อยผมลงด้านขวาประดับด้วยดอกเอื้องคำ
4. เครื่องประดับ สวมสร้อยคอแหวนและกำไลข้อมือ
ภาพที่ 4.8 การแต่งกายด้านหน้า ภาพที่ 4.9 การแต่งกายด้านข้าง
เครื่องดนตรีประกอบการแสดง
สำหรับเครื่องดนตรีที่ใช้บรรเลงประกอบเพลงระบำกุ๊บไตนั้น มีจำนวน 4 ชิ้นคือ
1. ตอยอฮอร์น
2. เบนโจ
3. กลอง 2 หน้า
4. เครื่องเคาะเรียกว่าจี 1 ชุด ประกอบด้วยฉาบ 1 ข้าง ไม้เคาะคล้ายกระดึง 1 อัน
เครื่องดนตรีที่ใช้บรรเลงประกอบเพลงระบำกุ๊บไต
ภาพที่ 4.10 ตอยอฮอร์นเป็นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องสี ลักษณะคล้ายไวโอลิน
ชาวอังกฤษได้ปกครองพม่า ได้นำเครื่องดนตรีตะวันตกเข้าไปเผยแพร่ และได้นำ
ไวโอลินมาประกอบเข้ากับลำโพง(ฮอร์น)ของแซกโซโฟน ใช้คันชักสีเหมือน
ไวโอลิน
ภาพที่ 4.11 เบนโจ หรือ ปิ่นโจ่ ใช้ดีดเหมือนกีตาร์ แต่จะมี