ในบทนี้ผู้เขียนจะได้ศึกษาตามข้อเท็จจริงและตามข้อกฎหมาย ทั้งกฎหมายไทยและกฎหมายลาว ในคำว่า “คนลาวในประเทศไทย”นั้นหมายคำว่างอย่างไร ซึ่งในระยะผ่านมาบางบุคคลได้เข้าใจว่าคำว่าคนลาวนั้นมีเพียงแค่เฉพาะบุคคลที่มีถิ่นฐานอยู่ในประเทศลาวและมีสัญชาติลาวเท่านั้นและบางคนยังเข้าใจอีกว่าคนลาวมิใช่แต่ผู้ที่อยู่ในประเทศเท่านั้นซึ่งสังเกตได้ง่ายๆว่าถ้ามีเข้าเหนยีว กินปราล้า เสียงแคน เรือนร้านอยู่ที่ใดก็มีคนลาวอยู่ที่นั้น จากความเข้าใจดังกล่าวผู้เขียนจะได้ศึกษาถึงความเป็นจริงและจะนำไปสู่การวิเคราะห์ถึงกฎหมายลาวว่าจะยอมรับหรือไม่เพียงใด ต่อไปนี้
ผ่านจากการศึกษาตาม ตามตัวบทกฎหมาย หนังสือตำลาและตลอดถึงพจนานุกรรมต่างๆนั้นก็ยังไม่มีหนังสือตำลาฉบับใดที่จะกำหนดให้นิยามโดยตรงเกี่ยวกับ คำว่า “คนลาวในประเทศไทย” แต่มีหนังสือบางตำลาบางฉบับที่ได้กล่าวถึงคำว่าคนลาวเท่านั้น ในคำว่าคนลาวในประเทศไทย การที่เราจะให้คำนิยามได้โดยตรงมันก็เป็นการยากเพราะว่าไทย-ลาวมันมีปวัติศาสตร์ที่มีความฉะหรับช้อนไม่ว่าจะเป็นแบบแผนวิถีการเป็นอยู่ ศิลปะวัฒนาธรรม ภาษาเป็นต้น[1] ในคำว่าคนลาวในประเทศไทย ผู้เขียนยังสามารถจำแนกได้ออกเป็นสองกรณีด้วยกัน เช่น คนลาวที่มีสิทธิอาศัย และคนลาวที่ไม่มีสิทธิอาศัยในประเทศไทย ซึ่งผู้เขียนจะได้วิเคราะห์ละเอียดในข้อต่อไป ถึงแม้ว่ากฎหมายไม่ได้ให้คำนิยามโดยตรงก็ตามแต่ยังมีหนังสือบางฉบับที่ได้กล่าวถึงคำว่าลาวนั้นหมายถึงอาไร? เช่น ตามพจนานุกรรมที่เป็นภาษาไทยได้ให้นิยามไว้ว่า คำว่า “ลาว” หมายถึง ลาว ๑. น. ชื่อประเทศและชนชาติที่อยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีพรมแดนติดต่อกับไทย เขมร เวียดนาม พม่า และจีน, เรียกตนว่า สาธารณรัฐ ประชาธิปไตย ประชาชนลาว. ลาว ๒. น. ชื่อเพลังไทยจำพวกหนึ่ง มีชื่อขึ้นต้นด้วยคำว่า ลาวเช่น ลาวกระแช ลาวดวงเดือน ลาวดำเนินทราย ลาวเจริญศรี[2] ยังมีหนังสือบางตำลาได้กล่าวว่าคนลาวในภาคอี่สาน[3] และเช่นเดียวกันคนอี่สานในสมัยก่อนซึ่งเป็นลาวเกือบทุกจังหวัดของไทยแต่ในระยะหลังๆนี้ก็มีการยอมรับว่าลาวเป็นคนไทย (ละเอียดโปรดอ่าน)[4]
จากการศึกษาตามข้อเท็จจริงแล้วเราอาจสามารถจำแนกได้ยากว่าบุคคลดังกล่าวเป็นคนลาวที่แท้จริงหรือไม่ เพราะว่าทั้งสองชาติได้มีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิตและมีรูปร่าง ผิวพรรณ ภาษา ขนบประเพณีและวิถีชีวิตอย่างเดียวกัน[5] ซึ่งผู้เขียนจะขอยกเอาบางพื้นที่ทีเห็นได้อย่างชัดว่า ในเขตบ้านไร่ จังหวัดนครสะหวัน และเขตอำเภอบ้านมี่จังหวัดรบบูรี เขาได้มีแบบแผนวิถีการเป็นอยู่เสมือนกับคนลาวและพูดเป็นภาษาลาวโดยมีสำเนียงเป็นภาษาลาว นอกจากนั้นชาวบ้านยังได้ทำอาหารที่เป็นต้นฉบับหรือชาวบ้านเรียกว่าอาหารลาวให้กินตอนที่ผู้เขียนลงพื้นที่ ซึ่งชาวบ้านบอกว่าถ้ามีรถชาดของอาหารที่ทำหากไม่คืออาหารลาวตามต้นฉบับก็ให้บอก เพราะเขาเจ้าได้บอกว่าพวกเรามาอยู่ในประเทศไทยนี้เป็นรุ่นที่4ซึ่งอพยพแล้ว มาในสมัยสงครามขับไล่ทหารพม่าออกจากประเทศสยาม ซึ่งชาวบ้านบอกว่าเขาเป็นคนไทยที่มีเชื้อชาติลาวซึ่งได้สืบเล่าขานกันมาว่าได้มาจากเวียงจันทน์ประเทศลาวแต่เราก็ไม่ได้ไปประเทศลาวชักครั้งเลย อย่างก็ตามเขาอาจเป็นคนลาวตามการสันนิฐานและตามข้อเท็จจริงซึ่งไม่ได้เป็นคนลาวตามข้อบทของกฎมายแต่เขาเป็นคนไทยเพราะเกิดในประเทศไทยและได้มีสัญชาติโดยการเกิด ซึ่งในกฎหมายของลาวได้ให้คำนิยามไว้ว่าคนลาวเป็นผู้ที่มีสัญชาติลาวตามมาตรา 2 แห่งกฎหมายว่าด้วยสัญชาติลาวซึ่งได้กำหนดว่า “ สัญชาติลาวเป็นสายเกี่ยวพันธ์อย่างใกล้ชิด ทางด้านการเมือง และกฎหมายระหว่างบุคคลกับรัฐสาธารณรัฐ ประชาธิปไตย ประชาชนลาวซึ่งแฉดงออกถึงสิทธิและพันธกรณีของพลเมืองลาวต่อรัฐสาธารณรัฐ ประชาธิปไตย ประชาชนลาว สิทธิ และ ความรับผิดชอบของ รัฐ สาธารณรัฐ ประชาธิปไตย ประชาชนลาวต่อพลเมืองลาว ผู้ที่มีสัญชาติลาวถือว่าเป็นพลเมืองลา ”[6]
ผลจากการศึกษาตามคำนิยามตามกฎหมายลาวแล้วจึงสามารถสรุปได้ว่า บุคคลที่จะถือได้ว่าเป็นคนลาวนั้นต้องเป็นไปตามมาตรา 2 ของกฎหมายว่าด้วยสัญชาติลาว ถ้าไม่อยู่ในองค์ประกอบตามมาตรา2ของกฎหมายว่าด้วยสัญชาติลาวก็จะไม่ถือว่าเป็นคนลาว
[1]โปรดอ่านหนังสือ, การสัมมนาทางวิชาการ,ความสัมพันธ์ไทย-ลาว,คณะรัฐศาสตร์มหาลัยธรรมศาสตร์,ร่วมกับโครงการสันติภาพและการพัฒนาระหว่างวันที่ 6-7 ตุลาคม. พ.ศ. 2531
[2]พจนานุกรรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ –กรุงเทพฯ: นานมีบุดส์พ๊บลิเคชั่นส์,๒๕๔๖.น.1010.
[3]โปรดอ่าน หนังสือที่มีชื่อว่า ความสัมพันธ์ ไทย-ลาวในสายตาของคนลาว.—กรุงเทพฯ, สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. 2544. น. 21
[4]ยอดธง ทันทีวไม้, เบื้องหลังความขัดแย่งระหว่างไทย-ลาว, 3.000 ล้านบาท ที่บ้านร่มเกล้า, พิมพ์ที่: โรงพิมพ์หนึ่งเจ็ดการพิมพ์, ตุลา.2531. น. 34
[5]โปรดหนังสือ, นิติรสัมพันธ์, พี่น้องไทย-ลาว, สภาพความเป็นมาของความสัมพันธ์ไทย-ลาว, สำนักพิมพ์มตรีศาสตร์.
[6]มาตรา2, กฎหมายว่าด้วยสัญชาติลาว, ค.ศ. 2004
ขอบคุณนะจ๊ะ.. ที่ลงกระทู้มา
จะได้เอาไปทำรายงานซักที..อิอิ ^^