หากเราไม่คิดว่า "ชื่อนั้นสำคัญไฉน หากแต่เป็นจิตใจ คุณธรรมของคนต่างหากที่สำคัญกว่าชื่อ"

      คนเรานั้นนับตั้งแต่ลืมตาขึ้นมาดูโลก สิ่งหนึ่งที่สำคัญเพื่อให้เห็นความแตกต่างเรื่องตัวบุคคล นั้นคือ ชื่อเสียงเรียงนาม

     ชื่อนั้นสำคัญไฉน บางคนก็ว่าสำคัญมาก เพราะบ่งบอกถึงตัวตน แทนความหมาย ความรู้สึกที่ดี ๆ ของพ่อแม่ หรือวงศาคณาญาติ และชื่อส่งเสริมดวงหรือบารมีให้เกิดกับตัวเอง

     บ้างชื่อก็พลอยแก้เคล็ด แก้ไขส่วนขาด หรือฤกษ์ยามที่ไม่ดี ให้ดีได้ ดังเช่น

     เมื่อเห็นคนป่วยที่เจ็บหนัก มาโรงพยาบาลบ่อย ๆ ครั้ง สุดท้ายก็เปลี่ยนชื่อใหม่ เพื่อเสริมดวง หรือเมื่อรอดตายได้ก็เพราะชื่อ "บุญช่วย บุญยู้" ไม่เห็นว่าหมอหรือโรงพยาบาลดีก่อนเลย น่าน้อยใจแทนหมอพยาบาล

     นี่ก็อีกชื่อ สมัยนี้คนเริ่มหันมานิยมไม้มงคล เสริมดวงบารมี บ้างก็ให้ร่ำรวย หรือค้าขายขึ้น พกว่านมหาเสน่ห์แต่พูดไม่ดี เสน่ห์ก็หายหมด ปลูกต้นไม้มะยม ขนุนไว้ในบ้าน แต่ไม่ทำความดีเลย แล้วชาวบ้านจะนิยมชมชอบได้อย่างไร

  ไม้อัปมงคล : ไม่ควรปลูก

เคยได้ยิน ต้นกร่าง ไหมค่ะ เป็นต้นไม้ที่มีลำต้นขนาดกลางหรือขนาดใหญ่ มีเปลือกเรียบสีเทา ใบกว้างหนาเป็นรูปไข่ ปลายมน ไม่มีขน ผลกลม เมื่อสุกสีส้มออกแดง บางทีเรียกต้นไทรทอง (อันนี้ผู้เขียนไม่เคยเจอ เห็นแต่เขาว่า หากท่านใดเคยเห็น ขอดูรูปหน่อยนะค่ะ) เขาว่าไม่ดีไม่ควรปลูก หากมีควรรีบตัดทิ้งเสีย

        ชื่อก็บอกว่า "กร่าง" คือ หยิ่ง ยโสโอหัง เหมือนเช่น ท่าน ว.วชิรเมธี คิดถึงสัตว์สองชนิด คือ ปู และแมงป่อง เพราะเมื่อไปที่ใด ปู มักอวดก้าม ชูก้ามใหญ่ตลอด หรือแมงป่องชอบยกหางงอนชี้ฟ้า

  ใคร ๆ เห็น ก็อยากหักก้ามปู หรือหักหางแมงป่องจริง ๆ เพราะชอบกร่าง

ท่านว่า "ไม่ให้ปลูกไม่ได้หมายถึง ปลูกเป็นต้น แต่คือ อย่าปลูกไว้ในใจ หากมีไว้ในใจ ก็จงตัดทิ้งเสีย "

เพราะธรรมชาติ คนเราเมื่อวางตัวกร่าง ย่อมมีแต่คนอยากหักก้ามหรือหาง เพราะความเหย่อหยิ่งของตัว

 

หากเราไม่คิดว่า "ชื่อนั้นสำคัญไฉน หากแต่เป็นจิตใจ คุณธรรมของคนต่างหากที่สำคัญกว่าชื่อ"