เทคโนโลยีสมัยใหม่กับการจัดการศึกษา

         เทคโนโลยีสมัยใหม่  ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน  เทคโนโลยีโทรคมนาคม  และเทคโนโลยีสารสนเทศ  มีบทบาทสำคัญในการช่วยให้การจัดการศึกษาบรรลุอุดมการณ์การศึกษาตลอดชีวิตสำหรับทุกคน  โดยเฉพาะการจัดการศึกษาในระบบ  นอกระบบ  และตามอัธยาศัย  ซึ่งการจะเกิดระบบการศึกษาดังกล่าวจำเป็นต้องสร้างสภาพแวดล้อมและกำหนดเงื่อนไขปัจจัยที่เหมาะสม  โดยบุคคลต่าง ๆ จะอาศัยการศึกษา  3  ระบบ  เพื่อเชื่อมโยงการเรียนรู้ตลอดชีวิต  เริ่มจากการเรียนรู้ตามอัธยาศัย (Information  Education)  ตั้งแต่เกิด โดยการเลี้ยงดูของพ่อแม่  ผู้ปกครอง  ตลอดจนการขัดเกลาจากสังคม (Socialization) ในชุมชน  ในที่ทำงานซึ่งจะรวมไปถึงการเรียนรู้จากสื่อต่าง ๆ   และแหล่งเรียนรู้ตามความสนใจ  การเรียนรู้ดังกล่าวจะเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตที่เกิดขึ้นตั้งแต่เกิดจนตาย  เมื่อมีอายุย่างเข้าสู่วัยเรียน  สังคมจัดการศึกษาในระบบ (Formal  Education)  ที่มีหลักสูตร สื่อ วิธีการเรียนการสอน  การวัดผลประเมินผลที่ชัดเจนแน่นอน  เพื่อถ่ายทอดความรู้  ค่านิยม  ทักษะที่เป็นพื้นฐานสำหรับการใช้ชีวิตในสังคมและการศึกษาต่อเนื่องและได้เรียนรู้ในระดับที่สูงขึ้น  เพื่อการประกอบอาชีพและทำหน้าที่ในสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ  นอกเหนือจากนี้สังคมยังจัดให้มีการเรียนรู้เรื่องราวต่าง ๆ  ตามความต้องการของบุคคล  ชุมชน  หรือสถาบัน  ซึ่งมีระบบของการจัดการ  ตลอดจนหลักสูตร สื่อ วิธีการวัดผลประเมินผลที่จัดขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการพัฒนาตนเอง ครอบครัว  ชุมชน  เป็นการศึกษานอกระบบ (Non-Formal  Education)  ที่จัดขึ้นเพื่อเสริมเติมชีวิตของบุคคลให้สมบูรณ์

         ปัจจุบันเทคโนโลยีก้าวหน้าไปอย่างไม่หยุดยั้ง แนวโน้มของการใช้สื่อเทคโนโลยีจึงมีความต้องการมากขึ้น เพราะสื่อเทคโนโลยีมีประโยชน์หลายประการ เช่น ช่วยส่งเสริมทักษะการคิด   เร้าความสนใจ การมองเห็นคุณค่าแห่งตนเองเมื่อทำได้ และก่อให้เกิดความเสมอภาคทางการศึกษา เป็นต้น  มีผลทำให้รูปแบบการจัดการเรียนการสอนเปลี่ยนแปลงไปด้วย เช่น การเรียนผ่านเครือข่าย   ผ่านดาวเทียม   E-Course    E-Learning   โรงเรียน ICT   เป็นต้น  ส่งผลให้  

         -  ผู้เรียนมีโอกาสในการเข้าถึงการเรียนรู้และแหล่งเรียนรู้ที่มีคุณภาพอย่างกว้างขวาง ทั่วถึง และเท่าเทียม โดยมีโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารโทรคมนาคมและสารสนเทศสมัยใหม่เป็นปัจจัยสนับสนุน

         -  นิยามใหม่ของผู้เรียนและการเรียนรู้มีแนวโน้มที่จะครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายทุกกลุ่มในสังคม และ ครอบคลุมกระบวนการเรียนรู้ตลอดชีวิต นอกจากนั้น โรงเรียนจะมีแนวโน้มไปสู่การทบทวนบทบาทของตน รวมทั้งจะเกิดการพัฒนาเป็นศูนย์จัดการความรู้ชุมชน (Community Knowledge Center) เพื่อกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลาย

          -  เกิดการพัฒนาเนื้อหาอิเล็กทรอนิกส์ (Digital Content) ที่สะท้อนวัฒนธรรมและวิถีชีวิตชุมชน  มีการระดมทรัพยากรและหน่วยงานต่างๆ เพื่อสร้างองค์ความรู้ท้องถิ่นและเป็นส่วนหนึ่งของเนื้อหาท้องถิ่นและ หลักสูตรสถานศึกษามากขึ้น

          -  การเรียนรู้ของเด็กๆ และคนในชุมชนเริ่มเปลี่ยนโฉมหน้าไปเป็นการเรียนรู้ด้วยการนำตนเอง (Self-directed Learning) มากขึ้น นอกจากนี้ พลังการเรียนรู้ด้วยตนเองของประชาชนยังนำไปสู่แบบแผนการเรียนรู้แบบก้าวกระโดด (Accelerated Learning) โดยไม่มีนิยามชั้นเรียนและโรงเรียนในความหมายเดิมที่คับแคบอีกต่อไป  แบบแผนการเรียนรู้ยุคใหม่ยังเป็นการเรียนรู้แบบปรับเหมาะตามความต้องการจำเป็นแต่ละบุคคลและชุมชน (Adaptive Learning) อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น

          -  โครงสร้างองค์กรการเรียนรู้ในอนาคตจะเป็นไปในรูปเครือข่ายการเรียนรู้ (Learning Network) มากขึ้นโดยมีการเชื่อมต่อข้อมูลสารสนเทศระหว่างชุมชนและโรงเรียนเพื่อการเรียนรู้ร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น มีการใช้ประโยชน์ผังทรัพยากรการเรียนรู้ชุมชน (Resource Mapping) และตลาดนัดใยแก้ว (On-line Marketplace) เพื่อการปฏิสัมพันธ์ของเครือข่ายการเรียนรู้ต่างๆ

          -  มีการปรับปัจจัยเงื่อนไขบางเรื่องให้เอื้อต่อการเรียนรู้ที่หลากหลายมากขึ้น เช่น การพัฒนาระบบการเทียบโอนผลการเรียนที่เปิดกว้าง การตั้งสำนักทดสอบแห่งชาติ รวมทั้งการนำ เทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการติดตามตรวจสอบและประกันคุณภาพสถานศึกษา (Quality Assurance) อย่างเต็มประสิทธิภาพ