GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

การประชุมเครือข่ายฯสัญจร ครั้งที่ 2/2549 (3.1)

             จบเอาไว้ที่การประชุมเครือข่ายฯสัญจร  ครั้งที่ 2/2549  ในวาระที่ 2  คือ  รับรองรายงานการประชุม  เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาผู้วิจัยขอเล่าต่อในวาระที่ 3  เลยก็แล้วกันนะคะ  วาระนี้ค่อนข้างยาวค่ะ  ยังไม่ทราบว่าจะต้องใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะเล่าจบ  แต่ขอบอกไว้ก่อนนะคะว่าอย่าพลาดวาระนี้เด็ดขาด  เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญเกิดขึ้นในวาระนี้ค่ะ
            วาระที่ 3  เรื่องสืบเนื่อง
            ประธานเริ่มต้นโดยยกประเด็นเรื่องที่ทำการเครือข่ายฯขึ้นมาพูดเป็นเรื่องแรกในวาระนี้ค่ะ  โดยประธานได้เท้าความไปถึงเมื่อการประชุมครั้งที่แล้วว่ามีผู้รับอาสาว่าจะไปติดต่อสถานที่ต่างๆที่คาดว่า (น่า) จะขอใช้เป็นที่ทำการเครือข่ายฯได้  ขอให้ผู้ที่รับอาสาไปติดต่อรายงานความคืบหน้าด้วย 
            สำหรับผู้ที่รายงานความคืบหน้าเป็นคนแรก  คือ  ป้าอรพินทร์  ซึ่งรับหน้าที่ไปประสานงานกับสภาวัฒนธรรม ป้าอรพินทร์บอกว่าได้ไปประสานงานกับท่านผู้อำนวยการแล้ว  ท่านบอกว่าขณะนี้ห้องต่างๆภายในอาคารเต็มหมดแล้ว  เนื่องจากมีหน่วยงานอื่นขอเข้าใช้ก่อนหน้านี้
            ส่วนลุงมนุษย์  ซึ่งรับอาสาว่าจะไปประสานงานที่ศาลากลางจังหวัดหลังใหม่  เมื่อประธานเรียกถาม  ปรากฎว่าลุงมนุษย์ไม่ได้อยู่ในที่ประชุม  ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ลุงมนุษย์ได้มาปรากฏตัวในที่ประชุมแล้ว (ผู้วิจัย  รวมทั้งผู้เข้าร่วมประชุมท่านอื่นๆก็เห็นค่ะ)  ประธานก็เลยบ่นพอเป็นพิธีว่า  ไม่รู้ว่าลุงมนุษย์หายไปไหน  คำตอบเป็นอย่างไรก็ไม่มีใครทราบ  นี่คือปัญหาในการทำงานเครือข่ายฯที่คนไม่ค่อยรับผิดชอบ  รับปากไปแล้ว  ผลเป็นอย่างไรน่าจะมาพูดให้ชัดเจน
            จากนั้น  ประธานได้กล่าวต่อไปว่า  ในส่วนตัวของประธานนั้นได้ประสานงานไปที่โรงเรียนนาก่วมใต้  ซึ่งเป็นโรงเรียนร้างอย่างที่พวกเราทราบกันอยู่แล้ว  ได้มีการพูดคุยกันหลายครั้ง  ล่าสุดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 กุมภาพันธ์  ที่ผ่านมา  ทางเทศบาลนครลำปาง  โดยท่านนายกนิมิตร  ได้มาร่วมประชุมกับชุมชน  และได้บอกว่าทางเทศบาลไม่มีปัญหาในเรื่องที่เครือข่ายฯจะขอใช้โรงเรียนนาก่วมใต้เป็นที่ทำการ  วัดนาก่วมใต้ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินบริเวณโรงเรียนก็ไม่มีปัญหา  แต่มีปัญหาทางการเมือง (ประธานชุมชนนาก่วมใต้มีท่าทีอย่างชัดเจนที่จะไม่ยอมให้ทางเครือข่ายฯ  รวมทั้งทางกลุ่มนาก่วมใต้ใช้โรงเรียนนาก่วมใต้เป็นที่ทำการ)  จึงทำให้ขณะนี้ไม่สามารถสรุปได้ว่าตกลงแล้วเครือข่ายฯจะเข้าไปใช้สถานที่ของโรงเรียนนาก่วมใต้ได้หรือไม่  ทั้งๆที่เจ้าของทุน (ผู้วิจัยเข้าใจว่าประธานคงหมายถึง เทศบาลนครลำปาง)ก็พร้อมที่จะจัดสรรงบประมาณลงมาช่วยในการปรับปรุงสถานที่  ในเรื่องนี้คณะกรรมการองค์กรออมทรัพย์ชุมชนนาก่วมใต้ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจก็เลยเรียกประชุมด่วนคณะกรรมการ (หลังจากที่ประชุมใหญ่ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์  ไปแล้ว)  ว่าจะทำอย่างไรที่จะมีที่ทำการให้ได้ภายใน 1-2 เดือนนี้  ข้อตกลงที่ได้จากการประชุม  คือ  เราจะซื้อที่ดินในบริเวณชุมชนนาก่วมใต้  หลังจากนั้นก็ได้ไปหาที่ดินเปล่าที่เจ้าของต้องการขาย  ปรากฎว่ามีที่ดินอยู่แปลงหนึ่ง  อยู่ใจกลางบ้านพอดี  มีเนื้อที่อยู่ 1 งาน กับ 55 ตารางวา  เจ้าของจะขายในวงเงิน 750,000 บาท  โอนคนเดียว  ค่าโอนประมาณ 30,000 บาท  เพราะฉะนั้นราคาที่ดินทั้งหมดคงจะอยู่ราว 780,000 บาท  ทีนี้จะขอใช้สินเชื่อของเครือข่ายฯที่มีอยู่  เช่น  สินเชื่อที่ได้จาก พอช. มา (กู้มาทั้งหมด 3.5 ล้านบาท  เพื่อให้เป็นสวัสดิการคนทำงาน) ถ้าไม่พอจะขอใช้สินเชื่อของกองทุนผู้สูงอายุที่มีอยู่ประมาณ 800,000 บาท  เป็นต้น  นี่คือความก้าวหน้าในเรื่องสถานที่  เราตั้งใจไว้ว่าจะขอกู้เงินจากเครือข่ายฯในวงเงิน 1,000,000 บาท  โดยในวงเงินนี้พอชำระค่าที่ดินไปแล้วจะเหลืออยู่ประมาณ 2 แสนกว่าบาท  จะเอาเงินที่เหลือมาปูรากฐานอาคารสำนักงาน  ในส่วนของอาคารสำนักงานนั้นประธานได้ไปดูแบบมาแล้ว  เป็นอาคารกว้าง 8 x 16 เมตร  จำนวน 2 ชั้น  ค่าก่อสร้างประมาณ 2,000,000 บาท  ซึ่งมีขนาดใหญ่พอสมควร  สำหรับค่าก่อสร้างจะทำแผนงานโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากเทศบาลนครลำปาง  คิดว่าเรื่องนี้น่าจะคลี่คลายลงไปด้วยดี  ประเด็นก็คือ  กลุ่มนาก่วมใต้จะเป็นผู้รับภาระในการซื้อที่ดิน  ทีนี้ในส่วนของเครือข่ายฯซึ่งจะต้องมาใช้ประโยชน์ร่วมกันจะต้องช่วยกันด้วย  โดยจะต้องเช่า  เพื่อเป็นการผ่อนคลายภาระหนี้สินร่วมกัน    ซึ่งอาคารสถานที่นี้จะนำมาใช้ประโยชน์ใน 2 ส่วน  คือ  ส่วนของกลุ่มนาก่วมใต้ และ  ส่วนของเครือข่ายฯ  ลักษณะของอาคารเหมือนกับอาคารของ อบต.ป่าตัน คือ  มีที่ทำการ  ห้องประชุม  ห้องคอมพิวเตอร์  รวมทั้งที่พักสำหรับผู้ที่มาดูงาน  คิดว่ารายละเอียดเกี่ยวกับอาคารสำนักงานคงจะมีการพูดคุยกันในรายละเอียดต่อไป  ถ้าหากรอฟังคำตอบจากผู้ที่รับอาสาจะไปประสานเชื่อว่าชาติหน้าก็ไม่ได้  ประธานได้ไปเห็นมาหมดแล้ว  ศาลากลางหลังใหม่ก็เต็ม  ขนาดจะขอใช้ห้องเพื่อเป็นสำนักงานของศูนย์อำนวยการต่อสู้เพื่อเอาชนะความยากจนภาคประชาชนก็ยังมีปัญหาอยู่  ก็เลยคิดว่าตัดสินใจแล้ว  ยังไงสำนักงานนี้ก็เป็นของเรา  คงทำให้สถานภาพขององค์กรชัดเจนขึ้น  นี่คือความก้าวหน้าในเรื่องที่ทำการ  คิดว่าถ้าตกลงกันได้ภายในสิ้นเดือนนี้จะไปวางเงินมัดจำกับเจ้าของสถานที่ในวงเงิน 100,000 บาท  ในส่วนนี้กลุ่มนาก่วมใต้จะเป็นผู้รับผิดชอบในส่วนนี้ไป  แต่อยากจะบอกให้ที่ประชุมทราบว่าภาระตรงนี้ไม่ได้เป็นของกลุ่มนาก่วมใต้เพียงกลุ่มเดียว  แต่เป็นภาระที่ต้องช่วยกันทั้งเครือข่าย  ทีนี้คงต้องมาหารือกันว่าจะช่วยกันอย่างไร  เพราะ  เราต้องการสถานที่ที่ค่อนข้างมีมาตรฐาน  เป็นที่ทำการของภาคประชาชนอย่างแท้จริง  ซึ่งจะมีการทำสัญญาซื้อขายกันหลังจากที่มีการวางมัดจำแล้ว  ดังนั้น  ขอให้ฝ่ายสินเชื่อไปตรวจเช็คดูว่ามีเงินอยู่เท่าใด  แล้วเอามาพิจารณาในที่ประชุม 
            จากนั้นประธานได้ถามว่า ใครมีข้อคำถามในเรื่องสถานที่บ้าง? ป้าอรพินทร์ได้ยกมือขึ้นพร้อมกับถามว่าซื้อบ้านที่มีอยู่แล้วพร้อมที่ดินจะดีไหม? ประธานจึงถามกลับไปว่าอยู่ที่ไหน?  ป้าอรพินทร์ตอบว่าอยู่ที่ชุมชนบ้านดงม่อนกระทิงมีเจ้าของที่อยากขายบ้านพร้อมที่ดิน    มีบ้านอยู่ 2 หลัง  ราคาประมาณ 750,000 บาท  ประธานจึงตอบกลับไปว่าไม่ทันการแล้ว  เพราะ  ทางกลุ่มนาก่วมใต้ตัดสินใจไปแล้ว  (ผู้วิจัยขอแสดงความเห็นและความรู้สึกแทรกหน่อยนะคะ  ผู้วิจัยกับอาจารย์พิมพ์  รวมทั้งผู้เข้าร่วมประชุมหลายกลุ่มไม่เห็นด้วยเลย  รู้สึกว่าประธานเผด็จการสิ้นดี  ไม่นำมาปรึกษาที่ประชุมก่อน  ตัดสินใจไปได้อย่างไร  การเปิดโอกาสให้ถามในช่วงท้ายก็ไม่รู้ว่าเปิดโอกาสทำไม  เพราะ  ตนเองมีคำตอบอยู่ในใจอยู่แล้ว  แถมยังพูดชี้นำมาก่อนหน้านี้อีก  ใครจะกล้าค้าน  ถ้าผู้วิจัยกับอาจารย์พิมพ์เป็นคณะกรรมการเครือข่ายฯหรือเป็นสมาชิกเครือข่ายฯจะค้านให้ดู  แต่นี่เราเป็นคนนอก  พูดอะไรก็ไม่ได้  คงดูไม่เหมาะสม  ก็เลยต้องสงบปากสงบคำเอาไว้) 
            เล่ามาถึงตรงนี้ก็ขอจบแค่นี้ก่อนนะคะ  รู้สึกหงุดหงิดอย่างไรบอกไม่ถูก  นี่ขนาดเรื่องแรกของวาระนี้นะคะ  ยังขนาดนี้  ไม่รู้ว่าเรื่องต่อไปจะเป็นอย่างไร

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): uncategorized
หมายเลขบันทึก: 16820
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)