The First Gateway to Phuket

สืบเนื่องมากจาก ...ได้รับทราบมาว่า..ทางท่าน อัยการฯ ชาวเกาะ ได้เริ่มรวบรวมพลพรรค รัก GTK

ชักชวนกัน ร่วม ..เฮฮาศาสตร์ ครั้งที่ 4 ที่ภูเก็ต...ก็เป็นปลื้มเลยครับ..เพราะเป็นดินแดน ที่ผมภาคภูมิใจ..ที่ได้อาศัย.ทำมาหากิน ที่นี่..มาเป็นระยะเวลา..หลายสิบปี.ครับ

ก็ขอมีส่วนร่วม..ด้วยนะครับ..ที่จะได้แสดงความคิด ความเห็น สักสิ่งหนึ่ง ที่เกี่ยวกับ จังหวัดภูเก็ต แห่งนี้..ก็นั่งคิด นั่งนึกดู ก็ถึงบางอ้อ..? สิ่งที่ผมจะเขียนนั้น ก็อยู่ไม่ไกล ตัวเลย ...ถึงแม้จะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นใหม่..ยังไม่ถือว่า มีความสมบูรณ์ที่เต็มร้อย  แต่ ก็พอถือได้ว่า..น่าจะหยิบยก..มากล่าวถึง..นะครับ..

""Phuket Gateway""  ประตูเมืองสู่ภูเก็ต...

ซึ่งจะว่าไปแล้ว..ก็ถือได้ว่า..เป็นสิ่งก่อสร้าง ที่ยังใหม่ อยู่..โดยได้มีพิธีเปิด เมื่อ กันยายน ปีทีผ่านมานี่เอง ครับ...

ถ้าหากท่านเดินทางมาภูเก็ต โดยทางรถยนต์ เมื่อข้าม.ผ่านสะพานสารสิน

(ซึ่งภาพข้างบนนั้น เป็นภาพมุมมองจากฝั่งขาเข้า แต่ถ่ายใต้สะพานเทพกษัตรี ครับ ซึ่งเป็นภาพถ่าย เพื่อให้เห็นสะพานสารสิน ซึ่งเดียวนี้ ใช้เป็นสะพานสำหรับขาออกจากภูเก็ต ครับ...ที่เห็นฝั่งไกลๆ นั้น เป็นแผ่นดินของเกาะภูเก็ต ครับ ส่วนพื้นที่สำหรับยืนถ่ายภาพนี้ เป็นดินแดนฝั่งของ จ.พังงา ครับ )

เหลียวมองทางด้านขวามือ ก็จะพบกับ สถานที่แห่งหนึ่ง  ซึ่งทางผู้ที่รับผิดชอบ ได้พยายามทำให้กลายเป็นสัญญลักษณ์อีกแห่งหนึ่ง ของจังหวัดภูเก็ต ครับ ก็กะว่าจะให้เป็นหน้าเป็นตา ของชาวภูเก็ต ด้วยเงินลงทุนหลักหลาย,หลาย และหลายล้าน..??? (มิอาจบอกงบประมาณการลงทุน..ได้)

ก็ว่ากันไปนะครับ..ก็ถือว่าลงทุนไปแล้ว ดำเนินการไปแล้ว..สิ่งที่ต้องทำต่อไป ก็คือ ทำให้สถานที่นี้ กลายเป็นสถานที่ ที่เป็นที่คิดถึง ของแขกเหรื่อ แขกบ้าน แขกเมือง ที่เดินทางมาภูเก็ต ไห้เค้าได้ใช้ประโยชน์จากสถานที่นี้..อย่างจริงจัง ..ก็ถือว่าประสบความสำเร็จ ไปอีกก้าวหนึ่ง..นะครับ..

ซึ่งผมก็ได้มีโอกาส..แวะไปเยี่ยมเยือน..ประตูเมือง..เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาเองครับ...(หลังจากเลือก สว.ในดวงใจ.เรียบร้อยแล้ว) ซึ่งตามความเป็นจริงแล้ว..ผมควรจะต้องแวะเวียนไปหลายต่อหลายครั้งแล้ว ในฐานะอยู่ภูเก็ต  แต่ด้วยเหตุผลกลใด ไม่ทราบ ตั้งแต่เริ่มสร้าง ผ่านมา จนพิธีเปิดผ่านไป เมื่อ เดือน กันยายน ปี 2550 ที่ผ่านมา จนบัดนี้ ก็ยังไม่ได้ฤกษ์ ได้ยาม...ทั้งๆ ที่อยู่ห่างกันแค่สามสิบกว่าโล...(Km.นะครับ)

วันนั้นเป็นวันอาทิตย์..ที่ 24 กพ.2551 ครับ..ได้มีพี่น้อง ในคริตสจักรได้ขับรถแวะเวียนมารับ เพื่อไปชมประตูเมือง...ในช่วงบ่ายแก่ๆ ก็ไปกันเกือบสิบคน แนะครับ..ก็ถือโอกาสแวะระหว่างทาง..แวะกินข้าว ที่ร้านที่มีชื่อ (ต้องมีชื่ออยู่แล้ว) ชื่อร้าน จักกะจั่น...(ไม่ทราบว่าเขียนถูกไม๊) ซึ่งเป็นร้านอยู่แถว ๆ หาดทรายแก้ว..ณ บริเวณนั้น มีร้านอาหารอยู่หลายร้าน ครับ เมื่อครั้งซึนามิ ที่ผ่านมา..ไม่ต้องพูดถึง...หลังคาก็แทบไม่มีเหลือให้เห็น..ครับ แต่ตอนนี้ สภาพเรียบร้อยทุกอย่าง......

อ้าว...คุยเรื่องอื่นเสียเพลิน..กะตั้งใจจะคุยเรื่องประตูเมือง...    

มาต่อเรื่องประตูเมืองดีกว่า.นะครับ..

ประตูเมืองภูเก็ต..สร้างขึ้น เพื่อหวังจะให้เป็นห้องรับรองแขก ห้องแรก ของจังหวัดภูเก็ต ครับ ซึ่งในนั้น ก็ประกอบกันด้วย..หลายห้อง..ครับ....ซึ่งแต่ละห้องก็จะมีเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำ

สำหรับห้องแรก..เป็นห้อง..ศูนย์ข้อมูล..เป็นแหล่งข้อมูลของจังหวัดครับ มีทั้งอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์คอมฯ และมีโมเดลสถานที่ตั้ง ของแหล่งท่องเที่ยว และจุดสำคัญๆ ของสถานที่ต่างๆ ในเกาะภูเก็ต..ก็ถือว่า มีความพร้อมพอสมควรนะครับ..และถ้ายังสงสัย ก็สอบถามได้จาก..เจ้าหน้าที่..ครับ..

สำหรับห้องถัดไป..เป็นห้องประชุม..    ซึ่งเป็นห้องแนะนำสถานที่เที่ยว..ที่กิน..โดยผ่านวีดีโอ พรีเซ็นเตชั่น..ก็แนะนำประมาณเกือบ ๆ 15 นาที นะครับ.นั่งชม..ท่ามกลางบรรยากาศสบายๆ แอร์เย็นๆ ครับ..ตามความคิดของผมแล้ว..สำหรับห้องนี้..หรูมากๆ ยังกะ ห้องประชุมโรงแรมระดับ ห้าดาวแนะ..โดยเฉพาะอย่างยิ่ง..ผ้าม่าน..นะ..ช่าง ไฮโซ..จริงๆ ครับ..

สำหรับส่วนอื่นๆ ก็..มี..เช่น มุมนั่งจิบชา กาแฟ,ศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์ ของกลุ่มแม่บ้าน,ทั้งของที่ระลึกจากภูเก็ต เช่นผ้าบาติก ไข่มุก หรืออาหารแปรรูปชนิตต่างๆ

และถัดไป ก็เป็น ห้องสมุด...(แต่ก่อนจะไปถึงห้องสมุด ให้แวะดูห้องน้ำ สักนิดหนึ่งนะครับ.ว่าออกแบบ.ได้ดีมาก ทำให้เป็นสถานที่เหมาะสำหรับการปลดปล่อย..ได้อารมย์จริงๆ ครับ) และเมื่อเดินไปให้สุดอาคาร ก็จะพบกับ..ศูนย์คอมพิวเตอร์..แห่งการเรียนรู้.ไว้สำหรับค้นคว้า..หาความรู้ใส่ตัว..นะครับ มีคอมฯ อยู่ประมาณ 6 เครื่อง ถ้าจำไม่ผิด ครับ (แต่ตอนที่ผมไป..ก็พบว่าเด็กๆ กำลังขะมักขะเม้น ค้นคว้ากันอยู่ครับ แบบหน้าแดงหน้าดำ... 5 5  55 5   ......""""เล่นเกมส์กั้น..น่าดู น่าชม เชียว"""")

ซึ่งเมื่อออก..มาด้านนอก ก็จะพบกับปติมากรรมชิ้นเอก  .."กระดองเต่า และไข่" แถวๆ ประตูเมือง..

และรวมถึง..ภายในประตูเมืองยังพบกับ เสาศิลา อีก 29 ต้น ...ซึ่งเสาแต่ละต้น นั้น ได้เรียงร้อยเรื่องราวต่างๆ ของภูเก็ต เอาไว้ ตั้งแต่ยุครุ่งเรืองของการทำเหมืองแร่ดีบุก การทำการเกษตร จนมาถึงยุคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว......

เมื่อท่านผ่านมาภูเก็ต..ก็ให้แวะเวียน มาเยี่ยมเยียนนะครับ...ศูนย์การเรียนรู้..ในพื้นที่ๆ กว้างขวาง เกือบ 25 ไร่ ด้วยเงินลงทุนเริ่มแรก 50 ล้านบาท ครับ...

ในความเห็นของผม..สถานที่นี้ สภาพต่างๆ ยังไม่สมบูรณ์ครับ..คงต้องอาศัยเวลาอีกสักระยะหนึ่ง..เมื่อมีความพร้อม มากกว่านี้..จะเป็นสถานที่ๆ น่าแวะเยี่ยม เยียน แน่นอน ครับ...

ก็ขอเอามาฝาก..เท่านี้ ก่อนนะครับ...

ปล. ผมพยายามเริ่มเอารูปใส่.....พอดูเป็นภาพได้ แต่ยังไม่ได้ขนาด เพราะกำลังศึกษาวิธีการอยู่ครับ..จะพยายามเรื่อยๆ ครับ..จะได้ชำนาญขึ้น...คนเรา..ก็ต้องเริ่มจากการลองผิดลองถูกใช่ไม๊ครับ?