จากนี้ไป ไม่ว่าผมจะอยู่ที่ไหนผมก็ยังจะเป็น "คนของพวกเขา"

วันขอบคุณนักกิจกรรมปิดฉากลงแล้วอย่างชื่นมื่น   เป็นวันที่เราได้ทำอะไรเพื่อน้องนิสิตอย่างเต็มที่   เป็นงานที่เราเลี่ยงที่จะไหว้วาน หรือร้องขอให้เขาได้ช่วยจับโน่นจับนี่  แต่เอาเข้าจริง,  พวกเขาก็ทยอยเข้ามาช่วยเราอยู่ดีนั่นแหละ  โดยเฉพาะในตอนท้ายนั้น   ทุกคนต่างช่วยกันคนละไม้คนละมือในการจัดเก็บสถานที่   ผมฉีกตัวออกมานั่งแบบหมดแรงสังเกตอยู่ในมุมเงียบ ๆ   เฝ้าเพียรพยายามจดจำภาพเหล่านั้นไว้กับตัวเองให้มากที่สุด   ขณะที่เบื้องลึกกลับรู้สึกสั่นไหว  ราวกับการจากลาได้กระโดดมายืนตระหง่านอยู่ตรงหน้าของตนเอง  และผูกยึดติดกับตัวผม  จนไม่อาจขยับกายหลีกหลบไปไหนได้ !

 

 

 

(โล่เชิดชูเกียรตินักกิจกรรมที่จัดไว้ให้กับผู้นำนิสิต)

 

 

เรื่องราวการตัดสินใจลาออกจากงานบริการของผมแพร่สะพัดไปอย่างกว้างไกล   นิสิตหลายคนเข้ามาทวนคำตอบจากผมอีกครั้งและผมก็ยังยืนยันว่าเป็นเช่นนั้นจริง ...

 

ผมยังบอกกับพวกเขาอย่างหนักแน่นว่า  ..จากนี้ไป  ไม่ว่าผมจะอยู่ที่ไหนผมก็ยังจะเป็น "คนของพวกเขา"  และอาจจะเป็นอิสระกับระบบมากกว่าที่เป็นอยู่  ซึ่งนั่นหมายถึงอาจได้ช่วยพวกเขาได้มากกว่านี้ก็เป็นได้  ...

 

ก่อนงานจะเข้าสู่พิธีการ  ผมได้ขอให้น้องนิสิตท่านหนึ่ง (อภิชาติ  คำวิเลิศ)   ช่วยเขียนกลอนผญาขอบคุณนักกิจกรรมให้สักตอน  เพื่อเป็นเสมือนคำบอกกล่าวจากผมไปถึงผู้นำนิสิต   หรือแม้แต่จากเจ้าตัวไปถึงพี่ ๆ น้อง ๆ  ด้วยเช่นกัน

 

 

 

หมอแคนรับเชิญจากงานกิจกรรม (สุริยะ  สอนสุระ :  นวตกรรมข้ามคืน)

หมอผญา :  อภิชาติ  คำวิเลิศ  ปีที่ 4  สาขาภาษาไทย  คณะศึกษาศาสตร์  ได้รับเชิดชูเกียรติให้เป็นนักกิจกรรมรางวัลช่อราชพฤกษ์ ปี 2550  ระดับดี ด้านศิลปวัฒนธรรม

 

 

ผมและเขาพบเจอกันในห้วงท้ายปีการศึกษาของปีที่แล้ว,  เราคุยกันหลายอย่าง  และผมก็ว่าผมได้ "ค้นพบ"   คนหนุ่มที่มีศักยภาพอีกคนหนึ่งอย่างแทบไม่น่าชื่อ    และจากนั้นเราก็เจอกันบ่อย    เจอกันทุกครั้งที่ผมอยากจะเจอเขา    และทุกครั้งที่ร้องขอให้ช่วยเหลือ,  เขาก็จะพาคนมาช่วยอย่างไม่ขาดสาย  และที่สำคัญ  ตัวเขาเองก็เป็นส่วนหนึ่งของชมรมรักษ์ทางไทย  ซึ่งเป็นองค์กรที่มุ่งมั่นในวิถีของการอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น  โดยเฉพาะในเรื่องวรรณกรรมพื้นบ้าน  และอื่น ๆ  อีกมากมาย 

 

 

(เวทีที่ถูกจัดแต่งอย่างง่าย ๆ ...รองรับการปูเสื่อนั่งกับพื้นดิน)

 

ค่ำคืนนั้น,  ไม่เพียงแต่ร้องขอให้ช่วยเขียนกลอนผญาเท่านั้น  แต่ยังมอบเวทีให้เขาได้ขึ้นไปแสดงศักยภาพอ่านผญาเคล้าเสียงแคนอย่างมีตัวตน  และคนที่เป่าแคนนั้นก็ได้รับเกียรติจากขุนพลข้างกายผมอย่างคุณสุริยะ  สอนสุระ ....

 

นี่เป็นส่วนหนึ่งอันน้อยนิดของกลอนผญาที่อยากให้ทุกท่านได้สัมผัส...

  

 

                   มื้อนี้    มาโฮมตุ้ม                 สาวหนุ่มซุมสหาย

                   มากันหลายชมรม                  โฮมกันสัมพันธ์เว้า

                   กิจกรรมงันวันเต้า                  ขอบคุณหนุนส่ง

                   ผู้ดำรงสืบสร้าง                     บ่มายม้างห่างหนี

                   คนเฮ็ดดีสมควร                    ยอแยงย้อง

                   ซูนำให้ก่ำเกิ่ง                       เปิงหมู่ซาวนิสิตเซื้อฟังแล้วให้จื่อจำ

                   ไผผู้ทำการสร้าง                    คุณประโยชน์ต่อสังคม

                   มันหากเป็นแนวงาม               ความดีประดับไว้

                   ไผผู้หวนเห็นฮู้                      ทำไปบ่ได้ขาด

                   แสนสลาดลื่นล้น                    ทำตนให้มีค่า

                   ซ่อยกันพัฒนา                      พากันซูยกซ้วน  ควรสู่ต่อไป

                   ไผเฮ็ดไผกะได้                      อย่าโอ้อ่าวบ่เสียสูญ

                   มันหากคูนภายหลัง                ดั่งความดีที่มีไว้

                   ใจให้พากันสู้                        บู๋ดันดั่นก้น

                   ให้มันสมค่าคน                      บัณฑิตเฮียนผู้ฮ่ำฮู้  สูเจ้าให้ค่อยฟัง

                   เสียสละเป็นที่ตั้ง                  บ่เห็นแก่ตนโต

                   บ่ได้พาโลผิด                        คิดย่างทางเลี้ยว

                   เหลียวไปหน้า                       ทางไกลให้แลล่ำ

                   ทำเพื่อมวลพี่น้อง                   เพิ่นยอย้องว่าดี

                   ตามวิถีคองเค้า                      กิจกรรมทำประโยชน์

                   เฮ็ดโลดเด้อหมู่พ้อง                คะนองท้าวบ่าวนาง

 

                                                         

                                      อภิชาติ    คำวิเลิศ  :  ชมรมรักษ์ทางไทย

                                                         ประพันธ์