รู้สึกภูมิใจที่ได้มาเป็นจิตอาสา รู้สึกว่าตนเองมีคุณค่าในตนเองมากขึ้น เพราะได้เรียนรู้ว่ายังมีคนอื่นที่น่าสงสารกว่าเรา ที่เราสามารถแบ่งปั่นความรักและช่วยเหลือเค้าให้อยู่อย่างมีความสุขในชีวิตได้

         จากการได้ทำงานชมรมจิตอาสาดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยในชุมชนของโรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก มา 1 ปี มีความประทับใจมากมายทั้งกับผู้ป่วยและตัวสมาชิกจิตอาสาหลายๆท่านที่เข้ามาทำงานร่วมกัน จึงอยากแบ่งปั่นความรู้สึกดีๆให้คนอื่นอ่านบ้าง

        พี่แขก เป็นจิตอาสาคนหนึ่งที่ดิฉันประทับใจ พี่แขกอยู่ตำบลปากโทก มีอาชีพทำนา พี่แขกเล่าว่า " ก่อนมาเป็นจิตอาสา พี่ป่วยเป็นโรคมะเร็งเต้านมมา 4 ปี ช่วงแรกที่เป็นรู้สึกเครียด เพราะมะเร็งใครๆก็รู้ว่าเป็นแล้วต้องตาย กลัวต้องจากสามีและลูกๆไป ต้องไปปรึกษาจิตแพทย์ที่โรงพยาบาลพุทธชินราชเป็นประจำ พอหมอเจี๊ยบ หมอเหมียวชวนมาเป็นสมาชิกชมรมจิตอาสาช่วยเหลือผู้ป่วยในชุมชนจะได้ไม่เครียด และได้ช่วยเหลือผู้อื่นในสังคมด้วย ก็สนใจแต่ยังไม่เข้าใจว่าจิตอาสาเค้าทำอะไรกันบ้าง พอได้เข้ามาอบรมจิตอาสาที่โรงพยาบาลและได้ลงเยี่ยมบ้านผู้สูงอายุในชุมชนร่วมกับเพื่อนๆในชมรมทำให้เข้าใจและรู้สึกภูมิใจที่ได้มาเป็นจิตอาสา รู้สึกว่าตนเองมีคุณค่าในตนเองมากขึ้น เพราะได้เรียนรู้ว่ายังมีคนอื่นที่น่าสงสารกว่าเรา ที่เราสามารถแบ่งปั่นความรักและช่วยเหลือเค้าให้อยู่อย่างมีความสุขในชีวิตได้ ได้เห็นรอยยิ้มและน้ำตาแห่งความดีใจของผู้สูงอายุและผู้ป่วยที่ได้รับการช่วยเหลือ เห็นรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของเพื่อนๆจิตอาสาและคุณหมอจากโรงพยาบาลและสถานีอนามัยที่มาสร้างความสุขให้กับผู้สูงอายุและผู้ป่วยโดยไม่หวังผลตอบแทน ระยะหลังๆมาประเมินตนเองก็รู้สึกว่า ความเครียดหายไป ไม่ได้ไปพบจิตแพทย์ที่โรงพยาบาลเลย ก็ต้องขอขอบคุณคุณหมอจากโรงพยาบาลและสถานีอนามัยที่นำกิจกรรมดีๆมาให้"

        หลังฟังพี่แขกเล่า ก็รู้สึกดีใจที่กิจกรรมของชมรมจิตอาสานอกจากจะช่วยเหลือผู้สูงอายุและผู้ป่วยอัมพาตในชุมชนแล้ว กิจกรรมนี้ยังช่วยให้สมาชิกจิตอาสามีสุขภาพดีทั้งกายและใจด้วย ดังคำกลอนที่สมาชิกจิตอาสาได้แต่งให้เพื่อนๆ..ดังนี้

                  จิตอาสา        มาช่วย        ด้วยใจรัก

                  จิตหนักแน่น   หวังช่วย       ผู้ป่วยไข้

                  จิตดวงนี้        มีอาทร        ไม่นอนใจ

                  จิตหวังไว้      ได้ช่วยเหลือ  เกื้อกูนกัน