เมื่อวานเล่าค้างเอาไว้เกี่ยวกับ “สวัสดิการชุมชนพึ่งตนเอง”  ความโดยสรุปในเบื้องต้น  คือ  เมื่อพิจารณาพัฒนาการของสวัสดิการสังคมในสังคมไทยจะเห็นได้ว่าปรากฏออกมาใน 2 ลักษณะ ได้แก่  ช่วงแรกปรากฏในรูป “สวัสดิการสังคม”  ที่ดำเนินการโดยชุมชน  ต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในสังคม  มีการขยายอิทธิพลของตะวันตกเข้ามาในสังคมไทย  ระบบการศึกษาสมัยใหม่ได้ดึงคนออกจากชุมชน  ขาดการเรียนรู้ท้องถิ่น  การสืบทอดภูมิปัญญา  ศาสนา  ความเชื่อ  จารีตประเพณีต่างๆมีบทบาทน้อยลง  ฐานทรัพยากรที่เป็นฐานการผลิต  ฐานความมั่นคงทางด้านอาหาร  ดิน  น้ำ  ป่า  ถูกทำลาย  ชุมชนไม่มีสิทธิใช้ประโยชน์ร่วมกัน  ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำให้การจัดสวัสดิการเปลี่ยนไปจากชุมชนที่ช่วยเหลือเกื้อกูลกันไปสู่ระบบสวัสดิการที่รัฐเป็นผู้จัดให้  ซึ่งประชาชนจะได้รับมากน้อยแค่ไหนขึ้นกับการตัดสินของหน่วยงาน  แผนงานโครงการ  งบประมาณของภาครัฐ  นโยบายด้านการเมือง  รวมทั้งกระแสโลกาภิวัตน์  เช่น  แหล่งเงินทุน/เงินกู้จากต่างประเทศ  เงื่อนไขด้านการค้า  กระแสการพัฒนาของโลกที่เกี่ยวกับความมั่นคงของมนุษย์ (Human  Security)  สิทธิมนุษยชน (Human Right)  ฯลฯ
            ในวันนี้จะขอเล่าต่อให้จบ  โดยเนื้อหาทั้งหมดเกี่ยวข้องกับ “สวัสดิการชุมชนพึ่งตนเอง” ในแง่มุมต่างๆ  มีรายละเอียดดังนี้


สวัสดิการชุมชนทางเลือกเพื่อการพึ่งตนเองของชุมชน
            การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในช่วง 40-50 ปีที่ผ่านมา  ประกอบกับการที่ประเทศไทยประสบปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจอย่างรุนแรงในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา  เป็นการเปิดโอกาสที่จะทำให้กระแสชุมชน/สังคม  หันมาสนใจค้นหาทางเลือก/ทางรอดของชุมชนท่ามกลางกระแสโลกาภิวัตน์ที่รุกคืบเข้ามามากขึ้นตลอดเวลา
            สวัสดิการชุมชนเป็นทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยทำให้เกิดความมั่นคงของชุมชนฐานรากให้สามารถดำรงอยู่ท่ามกลางกระแสโลกาภิวัตน์ได้  โดยสรุป “สวัสดิการชุมชน” คือ การสร้างหลักประกันเพื่อความมั่นใจของคนในชุมชน  ซึ่งหมายรวมถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่จะทำให้คนในชุมชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น อาจอยู่ในรูปสิ่งของ  เงินทอง  น้ำใจ  การช่วยเหลือเกื้อกูล  เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตตั้งแต่เกิดจนตาย  ผลของการจัดสวัสดิการชุมชนที่สำคัญ  คือ  ก่อให้เกิดรายได้  ลดรายจ่าย  เกิดความสัมพันธ์มิตรไมตรีที่ดีขึ้นของคนในชุมชนรู้สึกมั่นคง  ภาคภูมิใจ  อยู่อย่างมีศักดิ์ศรีและมีความสุข


ลักษณะรูปแบบการจัดสวัสดิการโดยชุมชน
            1.การจัดสวัสดิการจากฐานองค์กรการเงินชุมชน 
            ปัจจุบันองค์กรการเงินชุมชนประเภทต่างๆได้ให้ความสนใจกับการจัดสวัสดิการชุมชนมากขึ้น  องค์กรการเงินบางประเภทจัดตั้งขึ้นมาโดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างสวัสดิการโดยเฉพาะ  หรืออาจกล่าวได้ว่า “เงินเป็นเครื่องมือ  เป้าหมาย  คือ  สวัสดิการชุมชน”
                        จุดแข็งของการจัดสวัสดิการโดยฐานกลุ่มออมทรัพย์
                        1.มีฐานเงินของตนเองทำให้คิดระบบสวัสดิการได้ตามปัญหา  ความต้องการ  และวงเงินที่มีอยู่   โดยไม่ต้องขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแหล่งทุนภายนอก  แต่ถ้ารัฐเข้ามาสมทบก็จะช่วยให้ทำงานได้กว้างขึ้น/เร็วขึ้น
                        2.คนในชุมชนรู้จักกัน  รู้ข้อเท็จจริง  ทำให้ไม่ต้องกรอกเอกสารมาก  หรือส่งต่อหลายขั้นตอน
                        3.ระเบียบกติกา  การจ่ายสวัสดิการคล่องตัว
                        4.การใช้สวัสดิการเป็นแรงจูงใจในการออม
            2.การจัดสวัสดิการชุมชนโดยฐานการผลิต/ธุรกิจชุมชน
            จากภูมิปัญญาดั้งเดิมในการทำมาหากินที่สั่งสมมายาวนาน  ประกอบกับการได้มีโอกาสไปดูงานแลกเปลี่ยนเรียนรู้  การสนับสนุนส่งเสริมของหน่วยงาน  ทำให้ชุมชนหลายแห่งสามารถจัดสวัสดิการจากฐานการผลิตภายในชุมชน  หรือจากกลุ่มที่รวมตัวกันทำธุรกิจชุมชนได้ 
            3.การจัดสวัสดิการโดยฐานทรัพยากรธรรมชาติ/สิ่งแวดล้อม
            หลายชุมชนได้หันมาอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ  ทำให้ความอุดมสมบูรณ์กลับคืนมา  ทำให้ชุมชนมีแหล่งอาหารที่มั่นคง  สามารถลดรายจ่ายและสร้างรายได้ให้เกิดขึ้นได้  รวมทั้งเป็นกองทุนที่จะกลับคืนมาเป็นค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติให้ยั่งยืนต่อไป
            4.การจัดสวัสดิการจากฐานอุดมการณ์/ศาสนา
            องค์กรชุมชนหลายประเภทได้นำคำสอน/แนวปฏิบัติตามหลักศาสนาต่างๆมาประยุกต์ใช้ในการจัดสวัสดิการมากขึ้น
            5.การจัดสวัสดิการโดยฐานชุมชนเมือง
            สวัสดิการที่สำคัญของชาวชุมชนแออัด  คือ  เรื่อง “บ้าน”
            6.การจัดสวัสดิการผู้สูงอายุ  โดยผู้สูงอายุ
            ในปัจจุบันมีการรวมกลุ่มของผู้สูงอายุเป็นเครือข่ายฯหรือองค์กรเพื่อจัดสวัสดิการให้กว้างขวาง  ครอบคลุมยิ่งขึ้น
            7.การจัดสวัสดิการผู้ยากลำบาก  โดยเครือข่ายองค์กรชุมชน  สำนักงานกองทุนเพื่อสังคม (SIF)  สนับสนุนงบประมาณ
            ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา  ความตื่นตัวในการจัดสวัสดิการโดยชุมชนที่เกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง  ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนเพื่อสังคม  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการจัดสวัสดิการผู้ยากลำบาก  ได้มีเครือข่ายองค์กรชุมชนดำเนินการประมาณ 500 เครือข่าย  สามารถจำแนกรูปแบบการจัดสวัสดิการองค์กรชุมชน  ได้เป็น 3 รูปแบบ  คือ 
                        7.1จัดในลักษณะกองทุนสงเคราะห์  ส่วนใหญ่เป็นเครือข่ายองค์กรชุมชนที่ทำงานในเชิงสงเคราะห์อยู่แล้ว  เช่น  เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอดส์  เป็นต้น
                        7.2จัดในลักษณะกองทุนสงเคราะห์ร่วมกับกองทุนหมุนเวียน  ลักษณะกองทุนสงเคราะห์ใช้จ่ายเป็นเงินสงเคราะห์รายเดือน  ซึ่งเงินจะหมดไปถ้าไม่มีการเพิ่มเติมเหมือนกับประเภทกองทุนหมุนเวียน  ส่วนใหญ่เป็นการสนับสนุนทุนอาชีพ  ซึ่งคืนเงินต้นไว้ที่กองทุนเดิม  ส่วนดอกเบี้ยเพิ่มในกองทุนสงเคราะห์เพื่อช่วยเหลือผู้ยากลำบากรายอื่นต่อไป
                        7.3การสมทบกองทุนสวัสดิการชุมชน  เป็นการสมทบอัตรา 1:1 ตามวงเงินกองทุนสวัสดิการกลุ่มออมทรัพย์ที่มีอยู่เดิม  โดยมีเงื่อนไขว่าใช้เฉพาะดอกผลที่เกิดขึ้น  และเครือข่ายต้องรับผิดชอบสวัสดิการของผู้ด้อยโอกาสที่ไม่ได้เป็นสมาชิกกลุ่มออมทรัพย์  ซึ่งเป็นโครงการของกองทุนหมุนเวียนชาวบ้านสงขลา
           
หลักการสำคัญในการจัดสวัสดิการชุมชน
            1.ทำจากสิ่งที่เป็นจริง  ไม่ใช่ลอกเขามาทั้งชุด 
            สวัสดิการชุมชนต้องสอดคล้องกับวิถีของแต่ละพื้นที่ 
            2.เริ่มจากเล็กไปใหญ่
            ทำแบบค่อยเป็นค่อยไป
            3.เงินเป็นเพียงเครื่องมือไม่ใช่เป้าหมาย
            ใช้เงินสร้างเงื่อนไข  ทำให้คนอยากทำงาน  อยากทำดี
            4.ระบบสวัสดิการที่ดีต้องช่วยเหลือแบบไม่ก่อให้เกิดการแบ่งแยกในชุมชน
            ควรให้ทุกคนได้  อย่ามุ่งเน้นแต่คนจนและคนด้อยโอกาส
            5.เป็นองค์รวมที่ทุกอย่างเชื่อมโยงเข้าหากัน
            กิจกรรมทุกอย่างสามารถก่อให้เกิดสวัสดิการได้ทุกเรื่อง  ต้องมีการเชื่อมโยงกิจกรรมต่างๆเข้าหากัน  เชื่อมโยงคนให้มาทำกิจกรรมร่วมกัน  ดูแลซึ่งกันและกัน  รวมทั้งต้องมีการเชื่อมโยงคนกับธรรมชาติ  คนสามารถเรียนรู้อยู่ร่วมกันกับธรรมชาติได้
            6.ต้องเป็นทั้งผู้ให้และผู้รับ 
            คนในชุมชนที่เกี่ยวข้องกับการจัดสวัสดิการเป็นทั้งผู้ให้และผู้รับเสมอ  จึงเป็นความสัมพันธ์ที่เท่าเทียมกันละมีศักดิ์ศรี
            7.ต้องทำด้วยความรักและความอดทน
            ต้องมีความศรัทธาเชื่อมั่นว่าชาวบ้านสามารถสร้างสวัสดิการของตนเองได้  รักที่จะทำงานเพื่อชุมชน  เพื่อส่วนรวม  อดทนต่อความคิด  ความเห็นที่ไม่ตรงกัน 


การขับเคลื่อนขบวนการสวัสดิการชุมชนของเครือข่ายองค์กรชุมชน
            ปัจจุบันเครือข่ายองค์กรชุมชนให้ความสนใจในเรื่องการจัดสวัสดิการชุมชนกันอย่างกว้างขวาง  โดยส่วนใหญ่ตั้งเป้าหมายการจัดสวัสดิการให้ครอบคลุมตั้งแต่เกิด  แก่  เจ็บ  ตาย  อย่างไรก็ตามเหนือสิ่งอื่นใดสิ่งสำคัญในการจัดสวัสดิการโดยชุมชน  คือ  น้ำใจที่ช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน
            การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญอีกส่วนหนึ่งของการจัดสวัสดิการโดยชุมชน  คือ  องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ให้ความสำคัญกับการจัดสวัสดิการโดยชุมชนมากขึ้น  องค์การบริหารส่วนตำบลประมาณ 300 แห่ง  ได้จัดงบประมาณสมทบกองทุนสวัสดิการชุมชน  องค์การบริหารส่วนจังหวัดบางแห่งเริ่มสมทบงบประมาณกองทุนสวัสดิการชุมชนทุกตำบลในจังหวัด
           
            จบแล้วค่ะ  คิดว่าคงเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่สนใจไม่มากก็น้อยนะคะ