ไปเข้าห้องทดลองแบบสายวิทย์ ก็ไม่ต้องไป ดูน่าจะสบาย ก็แค่นั่งอ่านๆไป..ไม่น่าจะยากเล๊ย..ทฤษฏีต่างๆก็มีให้อ่านเยอะมาก ความเห็นต่างๆก็มีเยอะแยะไปหมด โอ๊ย..ก็น่าจะcopy ได้นะ สบมยห..
แต่อ่านไปอ่านมา..ชักมึน มันเยอะไปหมด อ่านไปอ่านมาก็ไม่เห็นด้วยกับชาวบ้านอีก.. อ่านมากๆก็เกรงว่าจะ"บ้า"ไปซะก่อน อ่านน้อยไป ก็เกรงจะ"ไม่มีความรู้พอ" สรุปว่าอ่านพอดี พอดี ก็พอ..แล้ว แล้วที่ว่า"พอดี พอดี"มันแค่ไหน..ล่ะ..ก็คงแค่ที่เราจะต้องตอบสมมุติฐาน ที่ตั้งไว้ก็พอแล้ว..
โถ..แค่นี้เองหรือ..แค่นี้.(ก็แย่แล้ว).ผมหงอกไปครึ่งหัวแล้ว..ส่วนอื่นๆที่เกี่ยวข้องแต่ไม่ตรงนัก..ก็ต้องตัดใจให้คนอื่นมาเขียนต่อ..(ในภาคสองต่อไป) ในวิทยานิพนธ์เล่มต่อไป..มิฉะนั้นสิบปีก็คงไม่จบ..(นึกในใจ)..แค่นี้ก็เหนื่อยแล้ว..
ก็แค่ตอบสมมุติฐานวิทยานิพนธ์ให้ได้.. และให้กรรมการที่มาสอบกับอาจารย์ที่ปรึกษาเห็นด้วยกับเรา..ก็แค่นั้นเอง..โถ..ง่าย(มีอยู่)นิดเดียว..(ที่เหลือยากมาก)
ความเห็นผู้รู้ทั้งหลายก็ใส่ๆไป..ทฤษฏีทั้งหลายที่จำเป็นก็อ้างๆไป..แล้วเราเห็นว่าอย่างไรก็ว่าไป..ยิ่งเห็นไม่เหมือนกับคนอื่นยิ่งดี..ไม่อย่างนั้นจะหาว่าเราไปCopyความคิดเห็นคนอื่นมาอีก(ความเห็นส่วนตัว..) และที่สำคัญที่สุดคือต้องโน้มน้าวกรรมการที่จะมาสอบ(อาจารย์จากภายนอกและภายในมหาลัยอย่างละหนึ่งคน) และอาจารย์ที่ปรึกษาให้คล้อยตามเราให้ได้
กรรมการและอาจารย์ที่ปรึกษาอ่านแล้ว ฟังแล้ว ก็..อืม อืม ใช่ๆ ก็แค่นั้นเอง..แล้วมันจะยากตรงไหน..กัน....โถ...."สบาย"
..ก็ยากไอ้ตรงที่ทำอย่างไร..ให้เขาเห็นด้วยกับเรานะซิ...ฮิๆๆ และวิทยานิพนธ์ทั้งเล่มต้องเขียนด้วยสำนวน ภาษาในสไตล์ของเราทั้งเล่ม..ห้ามตัดแปะ.(ดูจากคู่มือบอกไว้มิฉะนั้น อาจถูกฟ้องร้องดำเนินคดีได้..??เวรกรรม..ของ..ยายหมูอ้วน..)...เขาอ่านเขาก็คงรู้แล้ว..ว่าตัดแปะมา..เพราะบางช่วงดี..สุดๆ.. บางช่วงรับไม่ได้เลย..ภาษาอะไรของ u..ความเห็นประหลาดๆ..อ่านแล้วสลบ..ปางตาย.. ดังนั้น สรุปว่า..ถ้าดีก็ต้องดีอย่างสม่ำเสมอ ถ้าไม่ดีก็...??ควรไม่ดีอย่างสม่ำเสมอ..เขาจะได้ไม่ว่าเราไปเอาของคนอื่นมาตัดแปะ..)..แหม..ไม่น่าเล๊ย..อะไรจะรู้ทันขนาดนั้น..ไม่อย่างนั้นเสร็จเรา..จบไปตั้งแต่สามเดือนแรกที่เข้าเรียนแล้ว ..ไม่น่าเล๊ย..รู้ทันซะก่อน..ไปดีกว่า.. บ๊าย บาย I love u ....