
กลุ่มปุ๋ยตำบลทะนง อ.โพทะเล จ.พิจิตร เริ่มก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2548 มีแกนนำจำนวนประมาณ 5 คน ได้แก่... นายประนอม ผู้ใหญ่ชะออน สมาชิก อบต. สุรัตน์ ทองเงิน นายบุญเรือน เกตุอ่างทอง และผู้ช่วยจรัญ ทองเงิน
สาเหตุที่ทำให้แกนนำต้องมาคุยเรื่องการรวมกลุ่มทำปุ๋ยนั้น ‘คุณประนอม' สมาชิกกลุ่มคนหนึ่งเล่าให้ฟังว่า...
"...ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ พาไปดูงาน ที่บ้านสระยายชี ตำบลเนินปอ อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร และที่จังหวัดพิษณุโลก เกี่ยวกับการปั้นเม็ดปุ๋ย การใช้แร่ธาตุ ส่วนผสมทำให้ต้นข้าวแข็ง เมื่อไปดูงานกลับมาแล้วก็กลับมาคิดกันว่าปัญหาของชาวบ้าน คือ ปัญหาความยากจน ทำแล้วไม่เหลือ ผมก็คิดแล้วคุยกันว่าจะแก้ไขปัญหาตรงนี้ได้อย่างไร??? ก็เลยคิดว่าเบื้องต้นจะทำปุ๋ยร่วมกับชาวบ้าน คิดว่าการทำปุ๋ยจะช่วยลดต้นทุน แก้ไขปัญหาความยากจนให้กับชาวนาได้ ใช้ปุ๋ยชีวภาพแทนปุ๋ยเคมี เพราะปุ๋ยเคมีมีราคาแพง ปัจจุบันนี้ราคากระสอบละประมาณ 800 บาทแล้ว (กระสอบละ 50 กก.) จากเมื่อก่อนนี้ราคาประมาณ 600 - 700 บาท เดี๋ยวนี้ราคาขึ้นแล้ว แต่ปุ๋ยชีวภาพที่ทำขายกันอยู่ ตอนนี้ราคา 300 บาท/ 50 กก.

ตอนแรกมีสมาชิกจำนวนทั้งหมด 44 คน รวมหุ้นกันได้ 28,000 บาท บอกว่าเรามีความรู้ตรงนี้ มีคนทำเป็น คือบุญเรือน ไปดูงานตอนแรกก็ไม่มั่นใจเต็มร้อยต้องลองเสี่ยงดู แล้วก็เอาเงินที่รวมหุ้นไปซื้อจาน (อุปกรณ์เครื่องทำปุ๋ย) แต่ได้ไม่พอใบ จึงเอาเงินกองทุนหมู่บ้านสมทบ กู้งบมาจากองค์การบริหารส่วนตำบลอีก 5 หมื่นบาท รวมๆ แล้วซื้อจานมาได้ในราคา 120,000 บาท จากนั้นแล้วก็เริ่มทำ ตอนแรกๆก็ไม่มีคนกล้าใช้ ก็ขอให้ช่วยๆกันใช้
ปีแรกๆ ยังไม่ได้ผลชัดเจน เพราะใช้ปุ๋ยน้อย และดินเพิ่งปรับสภาพ จากนั้นบุญเรือนจึงใช้เคมี 1 ส่วน ชีวภาพ 2 ส่วน แล้วได้ผล แต่ตอนนั้นคนก็ยังไม่กล้าตาม ในปี พ.ศ.2549 พอมาปี พ.ศ.2550 มีคนกล้าทำเพิ่มขึ้น มีคนประสบความสำเร็จ 36 ราย "


‘คุณบุญเรือน' สมาชิกอีกท่านหนึ่งบอกว่า "...ผมทำนา 18 ไร่ ได้ผลผลิต 16 เกวียน พันธุ์สุพรรณ 3 ใช้เคมี 1 ส่วน ใช้ชีวภาพ 2 ส่วน แล้วเหลือเงินประมาณ 6 หมื่นบาท ตอนนี้ก็มั่นใจแล้วเพราะผลิตปุ๋ยไม่ทัน หมู่อื่นก็มาสั่ง เพราะมีการประชาสัมพันธ์
...คิดว่าต่อไปคงมีคนทำตามเยอะ เพราะเห็นว่าผมลดได้ ใช้ชีวภาพต้องใช้เวลา แต่ผลผลิตออกมาแล้วไม่แตกต่าง เพียงแต่ไม่ค่อยงาม สีไม่เขียว แต่ต้านทางโรค แข็งแรงใบแข็งหนา ยิ่งใส่ปุ๋ยเคมีมากดินก็ยิ่งเสื่อม ต้องลดลงมาเรื่อยๆ ใช้เคมีงามแค่อาทิตย์เดียวเดี๋ยวก็เหลือง มีโรคมาก ใบปกดิน ถ้าใช้ชีวภาพใบจะตั้ง..."
การที่ชาวนาเปลี่ยนจากกลัวเป็นกล้า เพราะมีคนเป็นตัวอย่างทำกันก่อน ถึงกล้าเปลี่ยนแปลงความคิดตนเอง
ตอนนี้กลุ่มปุ๋ยทะนงเกิดปัญหาว่าผลิตปุ๋ยชีวภาพไม่พอขายให้กับสมาชิก และคนที่สนใจทั่วไป ปุ๋ยชีวภาพของกลุ่มทะนงขายในราคากระสอบละ 300 บาท จากต้นทุน 220 บาท ทำให้ได้กำไร 80 บาท/กระสอบ
สมาชิกกลุ่มคาดว่าในอนาคตจะเกิดการเปลี่ยนแปลง คือ ชาวนาสามารถลดต้นทุนได้ มีเงินพอกินพอใช้มากขึ้น
ปัญหาสำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ การคุมราคานั้นไม่สามารถทำได้ เมื่อมีอะไรราคาดี สมาชิกก็จะแห่กันปลูก พอราคาตกก็เจ๊ง!!



ผมมีความเห็นว่า.... เกษตรกรต้องมีความรู้ เรียนรู้จากเกษตรกรตัวอย่าง ทำไร่นาสวนผสม แบบพอกินพอใช้ และ ถ้าจะให้ชาวนาพิจิตรหรือเกษตรกรไปรอดมากกว่านี้ ควรมีการจัดเวทีสัญจรนำสุดยอดเกษตรกรมาพูดคุยแลก เปลี่ยน เรียนรู้กัน นำคามรู้ทั้งหมดมาหลอมรวมกัน มีการทำธุรกิจร่วมกัน แปลงธรรมชาติที่มีมาเป็นทุน ทั้งทุนทางปัญญาและทุนทางสังคม...



