บทคัดย่อ
รายงานผลการใช้สื่อประกอบการนิเทศ เรื่อง “ การสร้างสื่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอนด้วยโปรแกรม Desktop Author V.4.5.7 ”
ผู้รายงาน นายฉลอง ชาตรูปะชีวิน ศึกษานิเทศก์ชำนาญการ สพท.พระนครศรีอยุธยา เขต 1
ปี พ.ศ. 2551
การรายงานผลครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ของการรายงาน ดังนี้
1. เพื่อรายงานประสิทธิภาพสื่อประกอบการอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง “ การสร้างสื่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอนด้วยโปรแกรม Desktop Author V.4.5.7 ”
2. เพื่อรายงานผลที่เกิดขึ้นกับครูที่ใช้สื่อประกอบการอบรมเชิงปฏิบัติการ
2.1 ความพึงพอใจของครูที่มีต่อการใช้สื่อประกอบการอบรมเชิงปฏิบัติการ
2.2 ความรู้ความเข้าใจและทักษะเกี่ยวกับการสร้างสื่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
3. เพื่อรายงานจำนวนสื่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอนที่สร้างขึ้นโดยครูที่ได้รับการนิเทศ
จากผู้รายงาน
4. เพื่อรายงานผลที่เกิดขึ้นกับนักเรียนที่เรียนโดยสื่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
4.1 ความพึงพอใจของนักเรียนที่เรียนโดยสื่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
4.2 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนโดยสื่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
ผู้รายงานได้ดำเนินการโดยใช้กลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive Sampling) โดยพิจารณาเลือกครูที่สมัครใจและกำหนดคุณสมบัติ จำนวน 30 คน กำหนดลักษณะของสื่อ
ประกอบการอบรม ฯ จากการสังเคราะห์เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ออกแบบสื่อประกอบ
การอบรม ฯ สร้างและพัฒนาสื่อประกอบการอบรม ฯ และแบบประเมินประสิทธิภาพของสื่อประกอบการอบรม ฯ ที่พัฒนาขึ้น จากผู้เชี่ยวชาญ เน้นความตรงเชิงเนื้อหา เครื่องมือที่ใช้
ในการศึกษา ประกอบด้วยเครื่องมือที่ใช้หาประสิทธิภาพของสื่อประกอบการอบรม ฯ
เครื่องมือที่ใช้ศึกษาผลการใช้สื่อประกอบการอบรมเชิงปฏิบัติการ เครื่องมือที่ใช้ศึกษาผล
การสร้างสื่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอนของครูผู้รับการนิเทศ และเครื่องมือที่ใช้ศึกษาผลที่เกิดกับ
ผู้เรียนในด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน
ผลการวิเคราะห์ข้อมูลปรากฏว่า (1) ประสิทธิภาพของสื่อประกอบการอบรม ฯ
โดยเปรียบเทียบประสิทธิภาพของกระบวนการ (E1) และประสิทธิภาพของผลลัพธ์ (E2) พบว่า
มีค่า 82.85/83.83 สูงกกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ คือ E1/E2 = 80/80 แสดงว่า สื่อประกอบการอบรม ฯ
มีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด เป็นสื่อประกอบการอบรม ฯ มีประสิทธิภาพ (2) ผลที่
เกิดขึ้นกับครูที่ใช้สื่อประกอบการอบรม ฯ โดยการเปรียบเทียบความรู้ความเข้าใจก่อนและหลัง
การประกอบการอบรม ฯ พบว่า ผู้เข้ารับการอบรม ฯ มีความรู้ความเข้าใจสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ทางสถิติที่ระดับ .05 สำหรับด้านทักษะการปฏิบัติการใช้โปรแกรมสร้างสื่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอนก่อนและหลังการอบรม ฯ พบว่า ผู้เข้ารับการอบรม ฯ มีทักษะปฏิบัติการสร้างสื่อคอมพิวเตอร์
ช่วยสอนสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .05 ครูมีความพึงพอใจต่อสื่อประกอบการอบรม ฯ พบว่า ค่าเฉลี่ยระดับความพึงพอใจอยู่ระหว่าง 4.23 – 4.53 โดยมีรายการที่มีระดับความพึงพอใจสูงสุดคือ การลำดับเนื้อหาในเอกสารประกอบการอบรม (ค่าเฉลี่ย 4.53) เมื่อพิจารณาระดับความพึงพอใจของครูเทียบกับเกณฑ์ (ค่าเฉลี่ย 3.50) พบว่า ครูมีความพึงพอใจอยู่ในระดับสูงกว่าเกณฑ์ (ค่าเฉลี่ย 3.50) ขึ้นไป เมื่อทดสอบทางสถิติพบว่า หลังการใช้สื่อประกอบการอบรม ฯ สูงกว่าก่อนการใช้สื่อประกอบการอบรม ฯ จากเกณฑ์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ทุกรายการ
(3) ผลจากการปฏิบัติการสร้างสื่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอนของครูที่รับการนิเทศ หลังการใช้สื่อประกอบการอบรม ฯ จำนวน 30 คน ครูสามารถสร้างสื่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอนได้ทั้ง 30 คน ๆ ละ
1 เรื่อง คิดเป็นร้อยละ 100 (4) การวิเคราะห์ผลที่เกิดขึ้นกับนักเรียนที่เรียนโดยสื่อคอมพิวเตอร์
ช่วยสอนที่ครูสร้างขึ้น ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนโดยใช้สื่อคอมพิวเตอร์
ช่วยสอน โดยเปรียบเทียบคะแนนจากแบบทดสอบก่อนและหลังเรียนจากสื่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอน จำนวน 5 วิชา พบว่า คะแนนหลังเรียนการใช้สื่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอนในทุกวิชาสูงกว่าก่อนการใช้สื่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เมื่อทดสอบทางสถิติพบว่า หลังการใช้สื่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอนสูงกว่าก่อนการใช้สื่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอนจากเกณฑ์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 แสดงว่า นักเรียนที่เรียนจากการใช้สื่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอนมีความรู้สูงขึ้นกว่าเดิมในทุกวิชา และความพึงพอใจต่อสื่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอนสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้คือ ตั้งแต่ 3.50 ขึ้นไปอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ในทุกโรงเรียน นั่นแสดงว่า ด้านคุณภาพของสื่อที่ครูผลิตขึ้นมีคุณภาพส่งผลให้นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการใช้สื่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ซึ่งจะส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนให้สูงขึ้นต่อไป