·       มงคลชีวิตที่ข้าพเจ้าประทับใจคือ  งดเว้นจากบาป

            สิ่งที่ทำแล้วเป็นบาป

คือ อกุศลกรรมบถ ๑๐ ได้แก่

1.      ฆ่าสัตว์ เช่น ฆ่าคน ยิงนกตกปลา รวมถึงทรมานสัตว์

2.      ลักทรัพย์ เช่น ลักขโมย ปล้น ฉ้อโกง หลอกลวง คอร์รัปชั่น

3.      ประพฤติผิดในกาม เช่น เป็นชู้ ฉุดคร่า อนาจาร

4.      พูดเท็จ เช่น พูดโกหก พูดเสริมความ ทำหลักฐานเท็จ

5.      พูดส่อเสียด เช่น พูดยุยงให้เขาแตกกัน ใส่ร้ายป้ายสี

6.      พูดคำหยาบ เช่น ด่า ประชด แช่งชักหักกระดูก ว่ากระทบ

7.      พูดเพ้อเจ้อ เช่น พูดพล่าม พูดเหลวไหล พูดโอ้อวด

8.      คิดโลภมาก เช่น อยากได้ในทางทุจริต เพ่งเล็งทรัพย์คนอื่น

9.      คิดพยาบาท เช่น คิดอาฆาต คิดแก้แค้น คิดปองร้าย

10.  มีความเห็นผิด เช่น เห็นว่าบุญบาปไม่มี เห็นว่าพ่อแม่ไม่มีพระคุณ เห็นว่าตายแล้วสูญ เห็นว่ากฎแห่งกรรมไม่มี

            เหตุผลที่ข้าพเจ้าของมงคลนี้ก็คือ ข้าพเจ้าคิดว่าการก่อบาปเป็นหนทางของการ คิดและการกระทำความชั่วทั้งสิ้น ไม่ว่าเราจะทำบาปโดยการ คิด ลงมือปฏิบัติที่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน พูด อยากมีอยากได้ อบายมุขต่าง จะทำให้เราปฏิบัติตนเองไปสู่ทางที่ต่ำสงทั้งสิ้น และสังคมให้ปัจจุบันมีการแข่งขันกันสูงไม่ว่าจะเรื่องการงาน เศรษฐกิจ สังคม   ทุกคนมีความอยากมีอยากได้ อยากเป็น กันทั้งสิ้น ซึ่งเป็นเหตุผลหลักและหนทางการทำให้เกิดบาป ถ้าสังคมนี้มีแต่คนคิดที่จะทำแต่บาป สังคมคงจะอยู่ร่วมกันอย่างไม่มีความสุข มีการก่ออาชญากรรมกันทุกวัน สังคมคงจะรุ่มร้อน ฉะนั้นการเว้นจากบาปเป็นสิ่งที่ทำให้จิตใจของคนเราประเสริฐขึ้น การดำรงชีวิตอยู่ร่วมกันก็มีแต่ความสุข ไม่มีการแข่งขันแย่งชิงกัน มีการแบ่งปันซึ่งกันและกัน เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ช่วยเหลือกัน สังคมคงน่าอยู่มากยิ่งขึ้น ถ้าทุกคนในสังคมสามารถลดอบายมุขได้ เช่น การพนัน เหล้า สุรา ผิดลูกผิดเมีย หรือการรักษาศีล  เราคนธรรมดาถ้าปฏิบัติตนเองได้เพียงแค่ศีลห้าข้อที่เราท้องแต่จำกันได้เป็นอย่างดีนี้ การงดเว้นจากบาปก็จะเป็นผลให้เห็น  ทำให้เกิดกิเลสตัณหาต่างก็ไม่รบกวนจิตใจของเราให้วุ่นวาย ลด ละ เลิกการกระทำต่อบาป เพียงแค่นี้สังคมของเราก็จะมีความสุข  ถ้าเราสามารถเริ่มจากตัวเองได้ คนรอบข้างตัวเราก็จะรับแต่สิ่งดีๆ ถ้าเราให้สิ่งที่ดีกับคนอื่น เราย่อมได้รับความรู้สึกดี ๆจากคนอื่นเช่นกัน ก่อนที่เราจะให้ใคร เราต้องเองให้ได้ก่อน

 

·       จะนำสิ่งที่เรียนรู้จากมงคลชีวิต ไปใช้ในการพัฒนาชุมชนชนบทอย่างไร

                        มงคลชีวิต คือ เหตุแห่งความสุขและความเจริญก้าวหน้าของชีวิต เป็นสูตรที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงไว้เป็นข้อควรปฏิบัติ มี 38 ประการ 

                        จะเห็นได้ว่ามงคลชีวิตเป็นเหตุของการเกิดความสุข จึงสามารถนำไปพัฒนาชนบทด้วยหลักของมงคลชีวิตคือ มงคลชีวิตมี 38 ประการ ก็ได้แยกหมวดหมู่ไว้ชัดเจน ตั้งแต่การเลือกคบ ทำให้เราสามารถแยกแยะได้ว่าคนไหนเป็นคนที่ควรคบหรือไม่ควรคบ  การฝึกตน การบำเพ็ญครอบครัว ทำประโยชน์ต่อสังคม ฯลฯ เป็นการพัฒนาตนเองทั้งสิ้น การที่ชุมชนจะพัฒนาได้นั้น ข้าพเจ้าคิดว่า คนในชุมชนต้องพัฒนาก่อน

                        ถ้าชุมชนในชนบทมีการปฏิบัติตนตามหลักมงคลชีวิตได้นั้น ปัญหาต่างที่จะเกิดกับสังคม ชุมชนบทจะลดหายไป ทุกคนเข้าใจว่าต่างคนต่างปฏิบัติตนอย่างไร จึงจะเหมาะสมกับหน้าที่ที่ตนเองปฏิบัติอยู่ เช่น นักเรียนควรปฏิบัติตนให้เป็นนักเรียนที่ดี ผู้ใหญ่บ้านทำหน้าที่ของตนอย่างเหมาะสม ข้าราชการ หรือนักการเมืองเป็นตน ถ้าทุกคนปฏิบัติตามหน้าที่ของตนเองอย่างไม่บกพร่อง และทำตามครบถ้วนสมบูรณ์ทุกประการ ชุมชนนั้นล้วนมีแต่ความสุข ความเจริญ การพัฒนาของชุมชนชนบท ก็จะเป็นไปอย่างเรียบร้อย และทุกคนก็มีความสุขกับหน้าที่ของตน  ถ้าทุกคนยังมีกิเลสตัณหา ของตนอยู่มา ไม่รู้จักความพอเพียงกับฐานะของตนเอง ข้าพเจ้าคิดว่า ปัญหาสังคมต่าง ๆ ก็คงยังไม่หมด  เช่น นักการเมืองซื้อเสียง เพราะตนเองอยากได้รับต่ำแหน่งทางสังคม ถ้าเราอยู่ในชุมชนนั้นแล้วไม่รับซื้อเสียงจากนักการเมือง หรือเราปฏิบัติตามหน้าที่ของพลเมืองที่ดีในระบบประชาธิปไตย ปัญหาก็จะหมดไป คือ ถ้ามีคนคิดทำชั่วแต่เราไม่สนองความชั่วของเขา ปัญหาต่างๆ ก็จะหมดลงไปได้ ทั้งปัญหาสังคม เศรษฐกิจ การเมือง อาชญากรรม เป็นต้น

            ข้าพเจ้าคิดว่าสังคมชนบทยังเป็นสังคมที่สามารถพัฒนาจิตใจของคนได้ดีกว่าสังคมเมืองเพราะ คนในชนบทยังมีความรักใคร่ สามัคคี ปรองดอง เอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่ ยังเป็นสังคมที่ไม่ต้องการแข่งขัน แก่งแย่งกันมากนัก ประกอบด้วยธรรมชาติที่ยังร่มเย็น จิตใจของคนก็ยังรมเย็นด้วย ทำให้การปฏิบัติตนตามหลักมงคลชีวิตเป็นไปได้ง่ายกว่า การพัฒนาจิตใจ ย่อมเป็นไปได้ง่ายกว่า