ในปี 2518 นั้นพื้นที่อำเภอสะเมิงยังเป็นชนบทที่ยากลำบากทั้งเส้นทางคมนาคม ความเป็นอยู่ของชาวบ้าน แค่มีกินแต่ไม่มีเงินใช้จ่าย


พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขา ชาวบ้านอาศัยพื้นที่หุบเขาซึ่งมีไม่มากนักปลูกข้าวในฤดูฝนและหลังนาก็ปลูกพืชเศรษฐกิจอื่นๆ ที่สำคัญคือ กระเทียม ยาสูบพันธ์เวอร์จิเนีย และพืชผักอื่นๆ การหาของป่า เช่นน้ำมันสน เปลือกก่อเปลือกไก๋

ชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นคนเมือง เป็นชาวไทลื้อ บนยอดภูเขาก็เป็นชาวไทยภูเขาเผ่า ม้ง ปะกากะญอ ลีซอ อะข่า โดยเฉพาะ ม้ง สมัยนั้นยังปลูกฝิ่นกันเต็มภูเขา ทั้งที่ดอยแม่สาใหม่ ต.ยั้งเมิน ต.บ่อแก้ว กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวดูดอกฝิ่นกันของพวกเรา สมัยนั้นกิจการท่องเที่ยวยังน้อยมากๆ มีแต่คนเมือง ยังไม่มี Jungle tour ต่อมาการปลูกฝิ่นก็ถูกปราบปรามหนักจนเลิกกันไปในที่สุดที่หาดูไม่ได้แล้วเพราะผิดกฎหมาย

เนื่องจากสะเมิงอยู่ใกล้ตัวเมืองเชียงใหม่และพระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศก่อนและหลังที่ในหลวงเสด็จเพื่อพระราชทานปริญญาแก่บัณฑิตของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในทุกปลายปีช่วงฤดูหนาว นั้น พระองค์ท่านก็จะเสด็จเยี่ยมพสกนิกรในพื้นที่ชนบทป่าเขาทุกปี สะเมิงก็เป็นพื้นที่เป้าหมาย ผู้บันทึกต้องเข้าร่วมรับเสด็จพร้อมกับทางอำเภอและประชาชนชาวสะเมิงทุกปี
เนื่องจากสะเมิงเป็นพื้นที่ที่มีความหนาวเย็น และไม่ไกลจากตัวจังหวัด จึงเหมาะแก่การทำโครงการหลวงที่เน้นการทดลองนำพืชเมืองหนาวมาเพาะขยาย หรือแม้แต่ข้าวไร่ ที่พระองค์ท่านมีพระราชดำริให้จัดทำขึ้น เมื่อประสบความสำเร็จก็จะได้นำไปแนะนำชาวบ้านปลูกทดแทนฝิ่น และหารายได้ให้แก่ครอบครัวต่อไป

การที่พระองค์ท่านทุ่มเทพระวรกายดังกล่าว จึงก่อให้เกิด ปัญหากับสุขภาพพระองค์ท่านขึ้นโดยไม่คาดคิดเลย ผู้บันทึกได้รับ Forward mail เรื่องนี้มานานแล้ว เพิ่งจะตัดสินนำมาขยายเพราะไปหยิบเรื่องสะเมิงมาเขียน เลยขอเอาเรื่องของพระองค์ท่าน มาเผยแพร่อีกครั้งหนึ่งครับ ผู้ส่ง mail ใช้ชื่อเรื่องว่า “สาเหตุโรคพระหทัยของในหลวง” โดยสรุปดังนี้
ในหลวงทรงมีพระอาการประชวรเรื้อรังในส่วนของพระหทัยเต้นผิดปกติ หากจำกันได้ ในหลวงเคยต้องทรงรับการผ่าตัดใหญ่มาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อปี 2538 ครั้งนั้นพสกนิกรทั้งแผ่นดินแทบไม่เป็นอันทำอะไร ใครๆก็รู้ว่าโรคหัวใจไม่ใช่โรคล้อกันเล่นๆได้ ทั้งสมัยนั้นการผ่าตัดหัวใจก็เสี่ยงพอดู แต่ทุกอย่างก็เป็นไปโดยเรียบร้อย แต่ทราบกันหรือไม่ว่าสาเหตุของโรคพระหทัยเต้นผิดปกตินี้ มาจากอะไร?

ราวปี 2530 ในหลวงเสด็จไปเยี่ยมประชาชนที่อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ ทรงพบว่าชาวบ้านจำนวนมากเป็นโรคคอพอก ซึ่งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทูลว่า มีการเอาเกลือเสริมไอโอดีนมาแจกประจำ แต่ชาวบ้านไม่ยอมใช้ เพราะไม่รู้จักก็กลัวจะเป็นอันตราย ในหลวงจึงรับสั่งให้นำเกลือเสริมไอโอดีนมาแจกประชาชนด้วยพระหัตถ์ ชาวบ้านได้รับเกลือพระราชทาน จึงยอมเชื่อว่าเกลือชนิดนี้กินได้ จนแพร่หลายต่อๆมา ปัจจุบันไม่มีคนป่วยโรคคอพอกที่สะเมิงแล้ว
นอกจากนี้ยังทรงเสด็จขึ้น-ลงสะเมิงอีกหลายครั้ง เพื่อติดตามแก้ปัญหาเรื่องน้ำและถนน จนชาวบ้านทำกินกันได้เป็นปกติสุข มีรายได้เลี้ยงชีพได้พอเพียง หากกลับเป็นพระองค์เองที่ทรงพระประชวร!ในหลวงทรงได้รับเชื้อไมโครพลาสม่าจากการเสด็จไปที่สะเมิงนี้เองอันเป็นสาเหตุของโรคพระหทัยเต้นผิดปกติเรื้อรังมาถึงปัจจุบัน แม้คณะแพทย์จะพยายามเท่าใด ก็ไม่อาจถวายการรักษาให้หายขาดได้ทำได้เพียงถวายพระโอสถประคองพระอาการมาตลอด จนกระทั่งต้องทรงรับการผ่าตัดใหญ่เมื่อปี 2538 ดังเล่ามาแล้ว
ในหลวงเคยมีพระราชกระแสเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า...
“ฉันขึ้น-ลงสะเมิงอยู่หลายปี จนได้รับเชื้อไมโครพลาสม่า ซึ่งในที่สุดทำให้ฉันเป็นโรคหัวใจเต้นไม่ปกติ จนเกือบต้องเสียชีวิต”
เป็นถ้อยรับสั่งที่แสนจะเรียบง่าย ราวกับว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยธรรมดาเสียเหลือเกิน!
อ่านแล้ว...อย่าแค่ผ่านเลยไป ช่วยกันจดกันจำเอาไว้ มีเพื่อนบอกเพื่อน มีครอบครัวขยายต่อให้ทราบทั่วกัน อีกหน่อยมีลูกมีหลาน อย่าลืมเล่าให้พวกเขาฟังด้วยว่า...
"การรักผู้อื่นยิ่งกว่าชีวิตของตนเองนั้น...ยิ่งใหญ่อย่างไรและเพียงไหน"
----------------------------
ผู้บันทึกไม่มีคำกล่าวใดๆ นอกจากสำนึกในพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านต่อประชาชนที่ยากไร้ในชนบทของประเทศเรา .. เมื่อผู้บันทึกมีโอกาสในการเจริญตามรอยพระบาท ก็ทำด้วยความสำนึกเป็นที่สุด...
ขอบพระคุณพี่บางทรายมากที่นำเรื่องนี้มาบันทึก ผมยังไม่เคยทราบมาก่อนเลยครับ
น้องสิงห์ครับ เป็นเรื่องที่ไม่ค่อยนำออกมาพูดถึงกัน เพราะอะไรคงเข้าใจครับ แต่ในความสำนึกของคนทำงาน จึงคิดว่าควรเอามาเผยแพร่ให้รับทราบกันครับ
ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน พระพุทธเจ้าค่ะ
ขอบคุณครับสำหรับเรื่องราวดี ๆ แบบนี้ :)
สวัสดีครับ
3. Wasawat Deemarn
ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน พระพุทธเจ้าค่ะ
ขอบคุณครับสำหรับเรื่องราวดี ๆ แบบนี้ :)
ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมครับ
สวัสดีค่ะ คุณพี่บางทราย
สวัสดีครับคุณน้อง
5. หญ้าบัว
โอ้ ... เคยไปสัมผัสสะเมิงมาแล้วนะครับ
สมัยนั้นลำบาก แต่หากต้องการสัมผัสหมู่บ้านแบบเดิมๆละก้อ ใช่เลยครับ พวกผมเข้าไปนั้นอาจกล่าวได้ว่าเป็นกลุ่มแรกๆที่ไปทำงานพัฒนา ยกเว้นข้าราชการนะครับ
ใช่ครับมอเตอร์ไซด์ต้องใช้โซ่พันล้อหลัง มันลื่นมากครับ ฤดูฝนต้องพกไม้แข็งๆไปหนึ่งอันเอาไว้จอดมอเตอร์ไซด์แล้วเอาไม้แคะดินเหนียวออกจากล้อครับ เหนื่อยก็เหนื่อย คิดย้อนไปก็สนุกดีที่ชีวิตผ่านแบบนั้นมาบ้างก็ดีครับ...
ขอบคุณคุณน้องหญ้าบัวครับ
เมื่อเทียบกับปัจจุบัน ผิดหมดครับ เพราะถนนลาดยาง มีรีสอร์ท มีบ้านคนมีเงินไปซื้อแล้วปลูกไว้สวยๆ มีระบบเหมือนในเมืองมี หมดสภาพเดิมๆแล้วครับ
ไม่เคยทราบมาก่อนจริงๆ ค่ะพี่บางทราย ขอบคุณมากเลยที่นำเรื่องนี้มาให้อ่าน พวกเราก็สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นอยู่แล้ว ยิ่งฟังเรื่องนี้ยิ่งต้องช่วยกันปฏิบัติงานให้ประเทศชาติมากขึ้นเพื่อไม่ให้พระองค์ทรงตรากตรำอยู่เพียงผู้เดียว
ขอบคุณมากๆ ค่ะ ความรู้ใหม่จริงๆ
อาจารย์ครับ
7. กมลวัลย์
ไม่เคยทราบมาก่อนจริงๆ .....
ดูเหมือนว่ามีอีกมากมายที่พระองค์ทรงงานเพื่อประชาชนอย่างหนัก โดยที่เราท่านไม่ทราบ เพราะพระองค์ทรงกระทำเหมือนที่พระองค์ท่านมีพระราชดำรัจเรื่องเหล่านี้ว่า "ทำงานแบบปิดทองหลังพระ" สิ่งเหล่านี้เมื่อเรารับรู้ก็เกิดความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และเกิดแรง เกิดพลังในการทำงานมากขึ้นนะครับ...
เคยอ่านมาเหมือนกัน ว่า พระองค์ท่านทรงประชวรจากการขึ้น - ลง สะเมิงอยู่หลายครั้ง
เป็นบุญของแผ่นดินเรานะคะ ที่มีในหลวงห่วงใยราษฎรถึงเพียงนี้
สวัสดีครับน้องสาว
9. เนปาลี
เคยอ่านมาเหมือนกัน ว่า พระองค์ท่านทรงประชวรจากการขึ้น - ลง สะเมิงอยู่หลายครั้ง
เป็นบุญของแผ่นดินเรานะคะ ที่มีในหลวงห่วงใยราษฎรถึงเพียงนี้
เมื่อพ่อหลวงเราทำงานหนักเพียงนี้ เราเองก็ต้องช่วยกัน เพื่อแบ่งเบาภาระพระองค์ท่านครับ
น้องขจิตครับ ดอกฝิ่นดอกนี้มีอายุ 31 ปีแล้วครับ สมัยนั้นเราขับมอเตอร์ไซด์ขึ้นไปถ่ายรูปกันถึงยอดดอย ลุยเข้าไปในไร่ฝิ่นซึ่งหาไม่ยากเพราะเต็มไหล่เขาหมด สวยจริงๆแต่ก็พิษมากจริงๆ
สวัสดีค่ะ
- ขอบคุณค่ะที่นำเรื่องนี้มาลง
- "การรักผู้อื่นยิ่งกว่าชีวิตของตนเองนั้น...ยิ่งใหญ่อย่างไรและเพียงไหน"
- เราเห็นได้ในปัจจุบันที่ประชาชนรักและเทอดทูนพระองค์ท่าน
- มีนักเรียนแลกเปลี่ยนจากต่างชาติมาอยู่ที่บ้านน้องสาว
- เขาได้เห็นประชาชนชาวไทยแสดงความรักต่อพระองค์ท่าน
- นักเรียนแลกเปลี่ยนเหล่านั้นเขากล่าวว่า " เขารู้สึกปลื้มใจ...และรักพระองค์ด้วย....."
- รักด้วยความรู้สึก...จากการพบเห็น
สวัสดีครับ
13. นาง พรรณา ผิวเผือก (ไม่มีชื่อกลาง)
- "การรักผู้อื่นยิ่งกว่าชีวิตของตนเองนั้น...ยิ่งใหญ่อย่างไรและเพียงไหน" เราเห็นได้ในปัจจุบันที่ประชาชนรักและเทอดทูนพระองค์ท่าน
- มีนักเรียนแลกเปลี่ยนจากต่างชาติมาอยู่ที่บ้านน้องสาว เขาได้เห็นประชาชนชาวไทยแสดงความรักต่อพระองค์ท่าน เขากล่าวว่า " เขารู้สึกปลื้มใจ...และรักพระองค์ด้วย....."
ภาพที่ผสกนิกรแห่แหนเฝ้าพระองค์นั้นยังตราตรึงฝังในจิตใจเราทุกผู้คนไม่รู้ลืม ใช่ครับชาวต่างชาติเห็นแล้วก็ปลื้มไปกับเราคนไทยด้วย
ขอบคุณครับที่เข้ามาเยี่ยม
สวัสดีคะคุณบางทราย
สวัสดีครับ
15. เอื้องแซะ
สะเมิงคือที่เกิดของผมในการทำงานชนบท และผูกพันมาถึงปัจจุบัน เคยรับเสด็จที่นั่นครับ และพระองค์ท่านทำงานมากกว่าเราหลายเท่านัก
เรื่องข้อมูลเฮฮาศาสตร์ ด้วยความยินดีครับ
สวัสดีครับ
17. naree suwan
หวังว่าสุขภาพจะดีขึ้นโดยเร็วนะครับ
เคยอ่านมาเหมือนกันค่ะ ตื้นตันแทนชาวสะเมิงทุกคน ดีใจที่ได้เกิดเป็นคนไทยที่มีในหลวงที่รักและห่วงประชาชนมากกว่าพระองค์เอง และทราบมาจากที่อื่นว่าสมัยก่อนสะเมิงนี่คนไม่กล้าขึ้นไปส่งเดชใช่มั้ยคะ ได้ยินว่าน่ากลัว
น้อง
19. Little Jazz \(^o^)/
....ทราบมาจากที่อื่นว่าสมัยก่อนสะเมิงนี่คนไม่กล้าขึ้นไปส่งเดชใช่มั้ยคะ ได้ยินว่าน่ากลัว....
อาจเป็นเพราะว่า